บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 13 ความทรงจำที่ไม่เคยลืม...

เด็กหญิงหันขวับมาทางต้นเสียง

“พี่ยนตร์!”

“รออยู่นี่” พูดจบเขากระโดดลงน้ำทันที ด้วยความเป็นเด็กผู้ชายที่แข็งแรง ทั้งยังเป็นนักกีฬา เป็นแชมป์ว่ายน้ำของจังหวัด เขาช่วยเด็กคนนั้นขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

หลังจากช่วยกันปฐมพยาบาลแล้ว จึงรีบพาส่งสถานีอนามัยในหมู่บ้าน ทั้งครู ทั้งพ่อแม่ และเหล่าเครือญาติทั้งหลาย ต่างพากันวุ่นวาย กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา ทุกคนต่างรุมต่อว่าปารเป็นคนก่อเรื่อง ตัดสินเธอเป็นต้นเหตุ เป็นคนผิด โดยไม่มีใครซักคนที่จะถามไถ่ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร คนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ ต่างเงียบอย่างกลัวความผิด ไม่ยอมพูดความจริง

===============

เด็กหญิงนั่งเงียบพิงกองฟาง อยู่ที่ปลายนา ยังคงมีเศษซากของร่องรอยการถูกไฟไหม้หลงเหลืออยู่บ้าง ยกแขนเสื้อป้ายน้ำตาเป็นระยะ จนแขนเสื้อเปียกและชื้น เธอเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะพยายามบอกทุกคนว่า เธอไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ แต่ไม่มีใครเชื่อ ไม่มีใครให้อภัยเธอ สิ่งที่เสียใจที่สุดก็คือ เธอทำให้พ่ออันเป็นที่รัก ต้องถูกผู้คนประนามว่า สอนเธอไม่ดี เธอทำให้พ่อของเธอถูกใครต่อใครตำหนิ ถูกเพื่อนบ้านพากันดูถูก ถูกต่อว่าในทางเสียหายต่าง ๆ นา ๆ ทั้ง ๆ ที่พ่อของเธอดีกับทุกคน แต่เวลาโกรธ ไม่พอใจขึ้นมา ก็ไม่มีใครนึกถึงความดีที่พ่อเคยมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือทุกคนตลอดมาเลย

ลมหนาวพัดโชยมาเบา ๆ มากับความแห้งแล้ง และเฉียบเย็น แต่ไม่หนาวเหน็บเท่าความรู้สึกอ้างว้างในหัวใจ ที่มัวแต่คิดว่าไม่มีใครยอมรับและเข้าใจ เต็มไปด้วยความคิดที่ตอกย้ำซ้ำเติมตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า วกวนเวียนอยู่อย่างนั้น

เด็กหนุ่มยืนมองอาการของเด็กหญิงอยู่ครู่หนึ่ง เขานึกไว้แล้ว ว่าเธอต้องอยู่ที่นี่ หลังจากไปหาเธอที่บ้านแล้วไม่พบ ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำ เป็นสถานที่ที่พ่อของเธอรัก เขาสาวเท้าเข้าไปหาเด็กหญิง แล้วนั่งลงข้าง ๆ

เด็กหญิงหันใบหน้าเปื้อนน้ำตามามอง พลางเช็ดน้ำตาข้างแก้มให้เหือดแห้ง

“พี่ยนตร์รู้ได้ไงคะ ว่าปารอยู่ที่นี่”

“พี่ฉลาดน่ะ” เขาพยายามพูดเล่นเพื่อคลี่คลายบรรยากาศ

เธออยากจะร้องแหวะ อย่างทุกทีแต่มันพูดไม่ออก

“พี่รู้ทุกเรื่องล่ะ ที่เกี่ยวกับปาร เก่งมั้ย”

เธอหันมามองหน้าเด็กหนุ่ม อยากจะร้องยี้….แล้วบอกเขาว่า ขี้โม้ชะมัด แต่ยังไม่มีอารมณ์จะพูด

เขาดึงผ้าเช็ดหน้าออกมายื่นให้เธอ

“เอ้า!! นี่เช็ดขี้มูกซะ! ไหลเข้าไปในปากแล้ว อร่อยป่ะ” พลางยิ้มกวนประสาทให้อีกต่างหาก

“บ้า!!! พี่ยนตร์บ้า!! ล้อปารอยู่ได้! คนเขายิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”เด็กหญิงยกมือมาตบผลัวะที่หน้าขาของเด็กหนุ่ม ก่อนกระชากผ้าเช็ดหน้าของเขามาเช็ดน้ำมูกใส ๆ ที่ไหลยืดยาดออกมา

ยนตร์ยิ้ม วิธีกวนประสาทของเขาได้ผล ทำให้เธอเปลี่ยนอารมณ์จากเศร้าหมองมาเป็นหมั่นไส้ หรือเริ่มโมโหนิด ๆ ได้แล้ว เขายกมือโอบไหล่เธอไว้ แล้วตบแรง ๆ

“ไม่เอาน่า…คิดเรื่องเมื่อตอนเย็นอยู่หรอ อย่าคิดมากเลยนะ”

“เขาว่าพ่อของปาร ปารเป็นเด็กไม่ดี ทำให้พ่อถูกคนอื่นต่อว่า ทำให้คนอื่นดูถูกพ่อ ปาร…เสีย…ใจ” น้ำตาไหลซึมออกมาอีกแล้ว เสียงพาลสั่นเครือ…

“เด็กโง่!! พ่อของปานเป็นคนดี ไม่ว่าใครจะพูดยังไง พ่อของปารก็ยังเป็นคนดีเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนไปตามคำพูดของใครไม่ใช่เหรอ แม้แต่ตัวของปารเองก็ตาม ความจริงย่อมเป็นความจริงอยู่แล้ว ว่าใครทำอะไร ใครตั้งใจ ใครจงใจ อย่าไปสนใจเลยนะ กับแค่คำพูดของคนน่ะ”

เขาโครงหัวเด็กหญิงเข้ามาใกล้

“ให้ตัวเราเข้าใจตัวเราก็พอ อย่าไปเรียกร้องความเข้าใจจากคนอื่น บางทีมันเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้ระยะเวลานาน”

“พี่ยนตร์ ทำไมคนเราชอบใช้คำพูดที่ไม่ดีทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียใจ ช้ำใจ เจ็บปวดทรมานด้วยละคะ ยิ่งทำให้คนฟังเจ็บเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะใจเขา ยิ่งทำให้เขามีความสุขหรอคะ” หันไปจ้องหน้าเด็กหนุ่ม น้ำตาไหวระริกคลออยู่ในดวงตา

“ปาร…ชอบกินทุเรียนไหม” เขารู้ดีว่าเธอไม่ชอบเลย

ปารส่ายหัว

“เวลามีคนเอาทุเรียนมาให้ ปารทำยังไงล่ะ”

“ก็ไม่กินสิคะ” เธอหันมาทำหน้าฉงน ว่าเรื่องที่เธอถาม มันเกี่ยวอะไรกับทุเรียนด้วยฟะ!

“คำพูดของคนอื่นก็เหมือนกัน เมื่อมันไม่ดี ไม่อร่อย ก็อย่าไปกิน อย่าไปฟัง อย่าไปใส่ใจ” เธอจำได้แล้ว พ่อของเธอเคยเล่าเป็นนิทานสอนเธอและเขาพร้อมกัน เวลาทำงานช่วยพ่ออยู่ในสวน แต่เวลานี้เธอกลับนึกไม่ออกเอาเสียเลย

“เป็นไง กินเข้าไปเยอะล่ะสิ อร่อยมั้ยล่ะ แล้วใครให้กินเข้าไป บื้ออออจริง ๆ” เขาเขกหัวเธอ

เด็กหญิงร้องเสียงแหลมอยู่ในลำคอ

“พี่ยนตร์อ่ะ เดี๋ยวเหอะ แกล้งปารหรอ” น้ำเสียงของเธอ ทำให้เขารู้ว่า เธอหายเศร้าแล้ว

“ทำไมไม่มีใครเข้าใจปารเลย ปารขอโทษ แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจทำให้ยัยอ้วนตกน้ำด้วย”

“อืม…การเสียใจกับสิ่งที่เราทำ การขอโทษ เป็นสิ่งที่ดีแล้วนะ พี่เข้าใจปารนะ และจะคอยให้โอกาสปารเสมอ ที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ แต่ปารต้องให้โอกาสตัวเองด้วยนะ อย่ามัวจมกับสิ่งที่ทำให้เราเสียใจ อย่ามัวทำร้ายตัวเองด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตครั้งแล้วครั้งเล่า ปารอย่าลืมให้โอกาสตัวเองด้วยนะ”

เด็กหญิงมองเขาด้วยสายตาชื่นชม เขามักโผล่เข้ามาทำให้สิ่งดีดีเกิดขึ้นกับเธอเสมอ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม อยากจะกล่าวขอบคุณเขา แต่กลับพูดไม่ออก อยากจะเข้าไปกอดเขาอ้อนอย่างที่เคยเห็นน้องสาวของเขาทำ อยากจะบอกเขาว่า รักเขาที่สุดเลย ก็ทำไม่ได้ เพราะเธอไม่ใช่คนที่มีนิสัยอย่างนั้น

“ไป! กลับบ้าน แม่ปารรอกินข้าวอยู่นะ รู้มั้ย…” เขาฉวยมือเด็กหญิงลุกขึ้น แต่ต้องตกใจกับความเย็นเฉียบของมือเล็ก ๆ ที่ได้สัมผัส

“มือเย็นเจี๊ยบเลยปาร! มือเย็นอีกแล้วหรอ” เขากุมมือเธอไว้ ให้มือเด็กหญิงอบอุ่น ก่อนใช้นิ้วคลึงแต่ละนิ้วของเธอไปมาตั้งแต่ปลายนิ้ว ไล่ไปจนถึงโคนนิ้วทุกนิ้ว แล้วถูนวดครั้งแล้วครั้งเล่า จนมือซีดขาวและเย็นเฉียบนั้น เริ่มมีสีเลือดและอุ่นขึ้นทั้งสองมือ

ปารมองเขานวดมือให้เธอ เหมือนกับที่พ่อของเธอเคยทำให้เสมอ ในช่วงอากาศเย็นอย่างนี้ เมื่อมือของเธอสัมผัสความเย็นมาก ไม่ว่าจะจากลมหรืออากาศเย็น มือก็จะเย็น ขาวซีด ไม่มีสีเลือด และอาจชาเป็นระยะ น้ำตาพาลรื้นขึ้นมาคลอไว้อีกแล้ว…

“พี่ยนตร์…ปารคิดถึงพ่อจังเลยค่ะ”

เขาเข้ามาสวมกอดเด็กหญิงเอาไว้อย่างปลอบโยน

“พ่ออยู่กับปารเสมอ รู้สึกมั้ย ว่าท่านอยู่ใกล้ ๆ ปาร เพราะพ่ออยู่ในความรู้สึกที่แสนดี อยู่ในความทรงจำของเราอย่างไม่มีวันลืมเลือน อยู่ในตัวของปาร ปารมีเลือดของพ่ออยู่ในตัว พ่ออยู่กับทุกความรู้สึกดีดีของปารเสมอนะ พ่อไม่ได้จากปารไปไหนเลย”

ปารมองยนตร์แล้วยิ้มทั้งน้ำตา พลางพยักหน้ารับ

“แล้วเท้าปารเป็นอะไร ทำไมบวมเป่งอย่างงั้นล่ะ” เขาสังเกตเห็นเท้าของเธอก็บวมผิดปกติด้วย

“ปารข้อเท้าพลิก ตอนที่ทะเลาะกับยัยอ้วนน่ะ แล้วไม่ได้สนใจ มันคงอักเสบมั้ง ไม่เป็นไรหรอก เจ็บนิดหน่อยเอง”

“เดินไหวหรือเปล่า…” เขามองดูแล้วรู้ว่า มันไม่ใช่นิดหน่อยเลย

ปารพยักหน้า แล้วเดินโขยกเขยกให้เขาดู แม้จะรู้สึกเจ็บแปล๊บ ๆ ที่ข้อเท้า แต่ก็พยายามอดทน ไม่แสดงออกที่สีหน้า

“มานี่มา…ขี่หลังพี่กลับดีกว่า เดี๋ยวจะยิ่งอักเสบยิ่งกว่าเดิมนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ยนตร์” จริง ๆ เธออยากขี่หลังเขากลับเหมือนกัน เหมือนตอนที่เธอยังเล็ก เขามักพาขี่หลังเดินเที่ยวเสมอ แต่ต้องปฏิเสธไว้ก่อน เพราะรู้สึกว่า วันนี้เธอรบกวนเขามามากแล้ว

“ถ้าอักเสบมากจะเดินไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวเกิดต้องตัดขาทิ้งไม่รู้ด้วย” เด็กหนุ่มขู่

เด็กหญิงทำหน้าเหยเก

“จริงหรอ…”

ยนตร์พยักหน้า “มาเร็วเข้า มืดแล้ว ปารเดินเองเมื่อไหร่จะถึง” พลางย่อตัวลงให้เธอขึ้นขี่หลัง

เด็กหญิงยิ้มร่ารีบเข้าไปกอดคอเขาเอาไว้ให้เขาพาเธอกลับบ้าน

“พี่ยนตร์ใจดีที่สุดเลย”

“ไม่ต้องมาประจบเลย ว่าแต่เราอ่ะ ไปผลักยัยอ้วนเขาตกน้ำได้ไง เขาตัวเบ้อเร่อขนาดนั้น”

“โธ่…!! แค่ปารผลักเบา ๆ เอง ยัยอ้วนก็เสียหลักตกน้ำไปเองอ่ะ ปารไม่ได้ออกแรงอะไรซักหน่อย”

“เว่อร์ ๆ ใหญ่แล้ว”

ทั้งคู่ส่งเสียงหัวเราะรื่นเริงไปตลอดทาง

================

รอยยิ้มระบายอยู่ในสีหน้าของปาร เมื่อนึกถึงเหตุการณ์วัยเด็กที่เธอมีเขาคอยดูแลและช่วยเหลือตลอดมา จำได้ว่า ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุเก้าขวบ ตั้งแต่จำความได้ ก็มีเขาที่คอยดูแลราวกับเป็นพี่ชายแท้ ๆ จนนึกอิจฉานภาที่มีพี่ชายที่แสนใจดีอย่าง “พี่ยนตร์” เวลามีเรื่องทุกข์ท้อไม่สบายใจ เธอสามารถพูด สามารถบ่นให้เขาฟังได้ทุกเรื่อง เขาจะคอยรับฟัง และใส่ใจเรื่องราวของเธอเสมอ เขาสามารถทำให้เธอรู้สึกสบายใจ มีความสุข และยิ้มได้ทุกครั้งที่พบเจอเรื่องราวหนักใจ

ปารพยายามคิดถึงเรื่องราวดีดีเกี่ยวกับเขา เพื่อให้รู้สึกมีกำลังใจในการตามง้อเขามากขึ้น เพราะตามไปง้อเขามาสี่วันแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมหายโกรธ เจอหน้าก็ไม่ยอมพูดด้วย นึกแปลกใจอย่างมาก เพราะเขาไม่เคยโกรธเธอนานขนาดนี้เลย อย่างมากไม่เกินสามวัน เขาจะต้องหายโกรธแล้ว

“ผู้หญิงคนนั้น มีความสำคัญกับพี่ยนตร์มากขนาดนี้เชียวเหรอ” ปารพูดกับตัวเองพาลนึกน้อยใจ ที่เขามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ หกปี ไม่เคยติดต่อกับเธอเลย แถมยังไปตามจีบสาวสวยอีก ไหนบอกจะดูแลเธออย่างที่เคยรับปากกับพ่อของเธอไว้ เขายังเป็นคนเดิมอยู่หรือเปล่า เธอเริ่มไม่แน่ใจกับวันเวลาที่ผ่านมานาน เธออาจไม่ใช่คนที่เขาต้องคอยดูแลอีกแล้ว…เด็กสาวคิดไปเรื่อยเปื่อย

“ยัยบ้า!! คิดอะไรเหลวไหล” เธอรีบสลัดความรู้สึกน้อยใจ และความคิดไร้สาระออกไปจากสมอง ที่สำคัญเธอคิดว่า การจะขอโทษใคร ไม่ใช่เพราะเราต้องเป็นคนผิดเสมอหากรู้ว่า ทำให้ใครไม่สบายใจ แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนผิดก็ตาม ก็ควรจะไปขอโทษอีกฝ่ายหนึ่งก่อนได้ที่สำคัญอยากทำให้เขายิ้มได้ เหมือนที่เขาทำให้เธอยิ้มได้ตลอดมา

ปารสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา

“บางที…พรุ่งนี้พี่ยนตร์อาจจะหายโกรธก็ได้ พรุ่งนี้พี่ยนตร์จะต้องอึ้งเมื่อได้ทานกับข้าวฝีมือปารแน่นอน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel