ตอนที่ 11 ฝันไปเถอะ! ว่าจะผ่านด่านเธอไปได้
นรินทร์เพ่งมองเด็กสาวของตรงหน้า ร่างเล็กกะทัดรัดอยู่ในชุดนักศึกษาเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง กระโปรงทรงเอสีดำคลุมเข่า และรองเท้าผ้าใบสีตุ่น ผมยาวหยักศกเล็กน้อยถูกรวบไว้อย่างลวก ๆ ทางด้านหลัง ถุงผ้าสีชมพูอ่อนใส่หนังสือเล่มโตสะพายอยู่ที่หัวไหล่ ใบหน้านั้นไม่มีแม้แต่แป้งฝุ่นหรือเครื่องสำอางใด ๆ แต้มอยู่เลย ดวงตากลมที่ฉายแววเอาเรื่องนั้นจ้องมองมาที่เขา ราวกับทำความผิดอะไรหนักหนา คล้ายกำลังปรามเขาอยู่ในทีไม่ให้มายุ่งกับเพื่อนของเธอ ไม่เคยมีสาวคนไหนมองเขาด้วยสายตาแบบนี้มาก่อนเลย เคยมีแต่สาว ๆ รุมล้อมหลงรัก
นภานิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ เมื่อมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าชัด ๆ ผิวหน้าขาวใสอมชมพู คิ้วเข้ม ตาคม ปากแดงระเรื่อได้รูป ผมตรงที่ตัดสั้นเผยให้เห็นโครงหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตร ความกังวลใจฉายชัดบนสีหน้านั้น เขาหน้าตาดีขนาดนี้ เพื่อนของเธอจะไม่หวั่นไหวได้หรือ? เป็นคู่ต่อสู้ของพี่ชายที่น่ากลัวมาก แต่อย่าคิดว่า จะผ่านด่านเธอไปได้ ฝันไปเถอะ!
“ภารู้จักพี่นรินทร์หรือยังจ๊ะ เพื่อนของพี่ยนตร์จ้ะ” ปารรีบทำลายความเงียบ ด้วยการแนะนำเพื่อนสาวให้รู้จักกับรุ่นพี่หน้าหล่อทันที เพราะถ้ามีหนุ่มมาคุยด้วยแล้วไม่บอกว่าเขาเป็นใคร เพื่อนซี้จะโกรธมาก
“พี่นรินทร์ นี่นภาน้องสาวพี่ยนตร์ เพื่อนสนิทของปารเองค่ะ” แล้วหันไปมองเพื่อนของพี่รหัส ใบหน้านั้นดูไม่สบอารมณ์ซักเท่าไหร่ แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอก็สัมผัสได้
“สวัสดีครับ” เขาทักทายยัยตัวแสบอย่างเป็นทางการเมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จัก
“สวัสดีค่ะ” นภาตอบกลับอย่างขอไปที เมื่อปารสะกิดแขนยิก ๆ ให้ตอบเขา
“วันนี้พี่ต้องไปก่อนนะ วันหลังจะให้ปารช่วยสอนพี่วาดการ์ตูนบ้างนะครับ” เขายังไม่อยากมีเรื่องเมื่ออยู่ต่อหน้าสาวน้อยน่ารัก อยากจะดูดีมากกว่า จะกลายเป็นคนต่อล้อต่อเถียงเอาเรื่องเอาราวโดยไม่จำเป็น
“ได้ค่ะ” ปารยิ้มให้เพื่อนของพี่รหัส
“แล้วปารมีอะไรจะฝากให้พี่ยนตร์หรือเปล่าครับ ฝากพี่ไปให้ได้นะ อีกอย่างปารจะได้ไม่ต้องลำบากใจด้วย” นรินทร์รู้สึกสงสารรุ่นน้องที่ต้องโดนพวกแสงชัย ล้อเลียนหรือแซวต่าง ๆ นานา
“ดีจังเลยค่ะ ฝากด้วยนะคะ มีเรียนเต็มเหยียด ตอนเย็นนภาก็มีธุระคงจะกลับค่ำ” เธอเกือบลืมว่าพี่รหัสคนดีสั่งห้ามไม่ให้ไปหาที่ซุ้มอีก เด็กสาวก้มลงหยิบถุงสีน้ำตาลในถุงผ้าสีดำส่งให้นรินทร์
“หวังว่า คงจะถึงมือพี่ยนตร์โดยสวัสดิภาพนะคะ” นภาอดค่อนแคะหนุ่มหน้าขาวไม่ได้
สายตาคมของเพื่อนพี่ชายหันมาจ้องหน้าคนเหน็บแนมอย่างขุ่นเคือง นี่เธอต้องการเป็นปฏิปักษ์กับเขาใช่มั้ย? พูดอะไรขัดคอได้ทุกเรื่อง แล้วหันกลับไปหาเจ้าของถุงขนม
“ถ้าพี่ยนตร์ไม่รับ พี่จะขอถุงใบนี้นะปาร”
“พี่ยนตร์ไม่มีทางไม่รับ แค่น้องสาวจะขอดูเขายังไม่ยอมให้ดูเลย” นภารีบสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ อย่างชัดถ้อยชัดคำ
นรินทร์ทำเป็นไม่ได้ยิน เขาไม่อยากต่อปากต่อคำให้มากความ มองหน้าปารที่นั่งปั้นหน้าไม่ถูก
“ไม่ต้องห่วงนะปาร พี่จะส่งให้ถึงมือของพี่ยนตร์แน่นอนครับ” ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
นภาแบะปาก ทำจมูกย่นใส่ตามหลังหนุ่มหน้าขาว อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นี่ภา ทำไมต้องแขวะ พี่นรินทร์ด้วย เขาไปทำอะไรให้” ปารเป็นงงที่เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนสาวดูไม่ชอบหน้าเพื่อนพี่ชายเอาซะเลย ปกติไม่เคยเห็นเพื่อนรักแสดงออกว่าไม่ชอบใคร หรือเอาเรื่องกับใครขนาดนี้เลย
“ก็เห็นหมอนั่น มาจับมือถือแขนกับปารหนิ”
“ตลกเลย มันบังเอิญต่างหาก คนอย่างเราต่อให้หล่อปานเทพบุตร เราก็ไม่มีทางให้หนุ่มหน้าไหน มาจับมือถือแขนง่าย ๆ หรอกนะ” ถึงคนอย่างเธอจะไม่ได้สวยปานนางฟ้า แต่ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงต้องมาก่อนเสมอ
“อย่าตั้งใจก็แล้วกันล่ะ”
ขาดคำนั้น ปารเอื้อมมือบิดเนื้อที่ท่อนแขนของนภาทันที
“โอ๊ย! ปารเจ็บนะ ยอมแล้ว ยอมแล้วจ้า....” เพื่อนซี้รีบยกธงขาวยอมแพ้ ไม่งั้นเนื้อของเธออาจจะหลุดได้
“โธ่...ปารก็...ก็...เรา...อยากได้ปารเป็นพี่สะใภ้นี่นา....” นภาเอียงคอประจบเพื่อนสนิท
ปารอึ้งไปกับคำตอบของเพื่อนรัก เหมือนใบหน้ามันจะร้อนผ่าวขึ้นมาเฉย ๆ อึดใจเดียวรีบพูดกลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงกึ่งเครียดกึ่งตำหนิ
“นภา...!! พูดอะไร น่าเกลียดจริง”
“ล้อ...เล่น....น้า...” นภาอมยิ้มน้อย ๆ เธออยากรู้ว่าปารคิดอย่างไรกับพี่ชายของเธอบ้างรึเปล่า จึงลองหยั่งเชิงเพื่อนสาวดู ว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง
รอยยิ้มบนใบหน้าของนภาจางไปทันที และหันหน้าค้างอยู่อย่างนั้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหญิงสาวหน้าสวย จนปารต้องมองตามไป
“ปาร...” นภาสะกิดเพื่อน แต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าของสาวสวยคนนั้น
“เห็นผู้หญิงคนนั้นมั้ย?”
“คนไหน...คนที่สวย ๆ นั่นน่ะเหรอ..แล้วเขาเป็นใครล่ะ” ปารมองเห็นแล้วต้องยอมรับว่า เธอคนนั้นสวยใสสะดุดตาจนต้องมอง หุ่นเธอเป๊ะมาก เสื้อนักศึกษาสีขาวแนบชิดกับรูปร่างจนมองเห็นทรวดทรงองเอว ส่วนเว้าส่วนโค้งส่วนนูนได้อย่างชัดเจน กระโปรงสีดำแนบลำตัวและสั้นเหนือเข่า ผ่าข้างเล็กน้อย แต่งหน้าสวยพริ้ง
“เป็นคนที่ทำให้พี่ยนตร์อกหักน่ะสิ”
นภามองสาวสวยคนนั้นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า พี่ชายของเธอชอบผู้หญิงแบบนี้หรือ? โอ๊ะ! ผู้ชายก็เหมือนกันหมดสินะ ชอบผู้หญิงสวย พี่ชายของเธอก็ไม่เว้น เฮ้อ... วัน ๆ คงจะเอาแต่แต่งตัว ทำงานการอะไรเป็นรึเปล่า? โชคดีที่พี่ชายจีบสาวคนนี้ไม่ติด ขืนติดเธอกับแม่คงต้องกลุ้มใจมากแน่ ดูจากการแต่งตัวสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่แตกต่างกับครอบครัวเรียบง่ายของเธอโดยสิ้นเชิง ซึ่งไม่น่าจะเข้ากับพี่ยนตร์ได้เลย ทำให้ยิ่งมั่นใจ คนที่เหมาะสมคู่ควรกับพี่ชายคนเดียวของเธอต้องเป็น ‘ปาร’ เท่านั้น
ปารนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ มิน่าล่ะ! พี่ยนตร์ถึงได้เสียอกเสียใจขนาดนี้ เพราะเธอคนนั้นสวยน่ารัก สดใส แวบหนึ่งอดคิดไม่ได้ว่า ตัวเธอเองไม่มีอะไรเทียบกับสาวสวยคนนั้นได้เลย
“สวยมาก ๆ เลย” ปารอุทานเบา ๆ ด้วยความตกตะลึง
“สวยเพราะแต่งแหละน่า...ลองไม่แต่งสิ สงสัยหน้าซีดเหมือนผี หรือไม่ก็ไม่ได้สวยเอง สวยเพราะมีดหมอมั้ง” นภาอดแขวะไม่ได้
===============
“ยัยบ้าเอ๊ย! โกรธกันมาตั้งแต่ชาติไหนเนี่ย”
หนุ่มหน้าขาวอดบ่นถึงน้องสาวของยนตร์ไม่ได้ สายตาเธอที่มองเขาดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย รู้สึกเหมือนเธอจะหวงเพื่อนอย่างมาก เขาถอนหายใจออกอย่างสุดเซ็ง ที่ผ่านมาคนอย่างเขามีแต่สาวกรี๊ดทั้งนั้น
นรินทร์ยกถุงขนมสีน้ำตาลในมือขึ้นมาพิจารณา มองการ์ตูนรูปอมยิ้มที่แปะอยู่ อดยิ้มออกมาไม่ได้ มันช่างน่ารักน่าชังเหลือเกิน นิ้วชี้ลูบหัวตัวการ์ตูนตัวนั้นแผ่วเบา อย่างรู้สึกเสียดาย ที่ถุงขนมใบนี้มันไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของยนตร์ ตลอดสามวันที่ผ่านมา เขาเห็นปารมาหายนตร์ทุกวัน สายตาเธอเหมือนมีแต่ยนตร์คนเดียว คนอื่นเหมือนเธอจะมองข้าม เหมือนจะมองไม่เห็น แม้ว่าเขาเองก็ออกจะหล่อและหน้าตาดีกว่ายนตร์ด้วยซ้ำไป มันไม่แปลกเลยที่มักจะมีแต่สาว ๆ มารุมชอบเขาอยู่เสมอ รวมทั้งหญิงสาวคนนั้นที่ยนตร์ตามจีบอยู่นานด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้ตอบรับ หรือแสดงไมตรีตอบใด ๆ เพราะเห็นว่าเป็นคนที่เพื่อนชอบอยู่ ที่สำคัญเขาไม่ชอบผู้หญิงที่ทอดสะพานให้ผู้ชายก่อน
เมื่อเดินใกล้ถึงตึกคุรุศาสตร์ นรินทร์รีบยกมือไพล่หลังเพื่อแอบซ่อนถุงสีน้ำตาลเข้มไว้ ด้านหลัง เมื่อมองเห็นยนตร์นั่งอยู่ที่ม้าหินหน้าคณะ กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ แต่ดูเหมือนจะไม่มีสมาธิอ่านมากกว่า เพราะเดี๋ยวก็เงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือมามองหาอะไรบางอย่างอยู่นาน ชะเง้อคอมองหา หันซ้ายหันขวา เหมือนจะรอใครบางคนอยู่ ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ แต่สักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมาใหม่ เป็นอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“มองหาใครวะ ยนตร์” นรินทร์อดถามแหย่เพื่อนไม่ได้
ยนตร์แทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ เมื่อหันไปเจอเพื่อนหนุ่มเข้าอย่างจัง แถมดันมาถามจี้ใจดำแบบนี้อีก ก่อนจะรีบตีหน้าเซ่อ
“มองหาใคร?” ยนตร์ปฏิเสธเสียงเรียบ
“ไม่ได้มองหาใครเลย” คนถูกถามยังตีหน้าตายทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นถอดแว่นสีชาออกมาเช็ดทำความสะอาด
“มองหาเจ้าของ ไอ้นี่หรือเปล่า?” นรินทร์อมยิ้มทำหน้าล้อเลียน ยื่นถุงขนมสีน้ำตาลมาโชว์ข้างหน้าเพื่อนซี้
ยนตร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่เอื้อมมือไปคว้าถุงขนมนั้นทันที นรินทร์เบี่ยงตัวหลบได้ทัน
“เอามานี่เลย” พูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วสาวเท้าเข้าไปหาเพื่อนหนุ่มหน้าหล่อ
“ยอมรับมาซะดีดีว่ารอปารอยู่” นรินทร์เว้นระยะห่างจากเพื่อนพอสมควร
“ถ้าของข้างในเสียหาย ข้าเอาเรื่องแกแน่” อีกฝ่ายหนึ่งเริ่มขู่ ออกอาการหงุดหงิด
“ยอมรับมาดิ” นรินทร์เน้นคำขอคำตอบจากเพื่อน
