เพื่อนด่าว่าฉลามแรด
"แม่มีธุระที่นี่หรือครับ" ผมตั้งคำถามทำลายความเงียบอีกครั้ง เมื่อเห็นแม่กวาดสายตาไปทั่วตัวของผม กับผู้หญิงอีกคนสลับกัน
"มีธุุระนิดหน่อย ตั้งใจจะมาที่นี่ด้วย"
"แม่เสร็จธุระแล้วหรือครับ หรือว่าแม่มาที่นี่ก่อน"
"จะไล่แม่กลับหรือฉลาม"
"เปล่าครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ผมแค่ถาม แค่รู้สึกผิด ที่ทำให้แม่กังวลแบบนี้เท่านั้นเองครับ" ผมเดินเข้าไปหา ใช้สองแขนกอดแม่ปายเอาไว้ แม่เป็นผู้หญิงที่ผมรักมาก และผมก็รู็ ว่าแม่เป็นผู้หญิงที่รักผมมาก มันเป็นความรู้สึกผิดจริงๆ นะ ที่ทำให้แม่เสียใจ
"แม่มีธุระต้องไปต่อ คืนนี้จะมาค้างกับฉลาม" ผมพยักหน้ารับ ก่อนที่แม่จะหันไปหาอีกคน
"บ่ายนี้มากินข้าวกับแม่นะ มีหลายอย่างที่ต้องคุยกัน ตอนนี้แม่ต้องไปทำธุระก่อน" แม่สรุปทุกอย่าง ยัยนั่นตอบรับ ก่อนที่แม่ของผมจะเดินออกไป
ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ยังดี ที่ผมไม่ทำให้แม่ร้องไห้ออกมา ผมโอเค หากจะถูกแม่ต่อว่า แต่ไม่ได้อยากเห็นน้ำตาของแม่
"แม่พี่ดุเหรอ"
"..."
"เท่าที่เห็น แม่พี่ดูใจดีมากเลยนะ"
"แม่มีเหตุผล แล้วใครอยากทำให้แม่เสียใจบ้างล่ะ" ผมเลือกที่จะเอ่ยมันออกมาตรงๆ ก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟา
"ที่พี่รับผิดชอบฉัน ที่เราต้องคบกัน เป็นเพราะพี่กลัวแม่พี่ดุหรือเปล่า" ผมมองหน้าเจ้าของคำพูด เห็นว่า เธอมองผมอยู่
"มีส่วน เรื่องแบบนี้สำหรับฉันมันไม่ใช่เรื่องปกติ อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ที่ฉันคุยกับแม่ ฉันพึ่งจะบอกแม่ไปว่าฉันอกหัก" เธอพยักหน้ารับ ผมจึงถามบ้าง
"เธอล่ะ เอาจริงๆ มีความคิดเห็นแบบไหน ที่เรื่องระหว่างเรามันมาลงเอยแบบนี้"
"ก็เห็นว่าพี่เป็นลูกผู้ชายดี กล้าทำ ก็กล้ารับ"
"ตอบไม่ตรงคำถาม" ผมจ้องจริงจัง ซึ่งเธอหลบสายตาผมในทันที
"ฉันกำลังรอคำตอบจากเธออยู่นะ"
"ฉันเสียตัวนะ ได้รับการรับผิดชอบก็ถือว่าโอเค โอเค แม้จะไม่รู้ว่าคบต่อไปเรื่อยๆ มันจะเป็นแบบไหนก็ตาม"
"อื้อ" มันก็เป็นแบบที่คิดเอาไว้นั่นแหละ มันไม่มีใครโอเคทั้งนั้น ผมคิดเอาไว้แล้ว และไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วที่ต้องมาได้ยินคำตอบแบบนี้
"พี่ชื่อฉลาม ฉันรู้ ตอนที่ได้ยินพี่คุยกับแม่"
"อื้อ"
"พี่จะไม่ถามชื่อฉันกลับหน่อยเหรอ" คำถามของเธอ ส่งผลให้ผมเงยหน้ามองสบตากับเธออีกครั้ง
"ฉันชื่อน้ำหวาน เป็นรุ่นน้องพี่ปีหนึ่ง" ผมพยักหน้ารับ เป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่แปลกสิ้นดี
ผมล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะยื่นมันให้อีกคน
"เพิ่มทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอ" ยัยนั่นรับโทรศัพท์ของผมไปอย่างว่าง่าย และทำตามที่ผมบอกกล่าวในทันที
"ถ้าบ่ายนี้จะชวนมากินข้าว พี่ไปรับนะ โทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับตัว ให้ไปรับได้เลย"
"อื้อ"
จากนั้น ยัยนั่นก็ขอตัวกลับไปก่อน เข้าใจแหละ ว่าเธอก็มีธุระในส่วนของเธอ แต่ก็ดี ตอนนี้ผมก็อยากอยู่กับตัวเองเหมือนกัน
Lineeeee~
'บาส : เป็นไงบ้างมึง เมื่อคืนดึกแค่ไหน'
'ผม : มึงนะมึง ทิ้งกูจนได้เรื่อง!'
'บาส : หมายความว่า?'
'ผม : ไว้ค่อยคุยกัน'
ผมดับหน้าจอโทรศัพท์ลง เอาจริงๆ ไม่ได้โทษมันหรอก แค่หงุดหงิดจนเกินกว่าจะคุย
@ช่วงบ่ายของวัน
แม่ปายกลับมาหาผมที่คอนโดอีกครั้ง ซึ่งผมคอยอยู่แล้ว ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้น
"ฉลาม อีกคนล่ะ ไปไหน"
"เธอกลับไปแล้วครับ ถ้าแม่จะชวนเธอไปกินข้าว ค่อยไปรับเธอก็ได้" ผมเดินไปรับกระเป๋าจากมือแม่ ก่อนจะโอบบ่าแม่ แล้วพาเดินไปนั่งบนฟูกสบายๆ
"ร้อนไหนครับ ปรับแอร์ไหม" แม่ส่ายหน้า ก่อนจะกวาดสายตาออกไปรอบๆ ห้อง
"คืนนี้แม่จะค้างที่นี่"
"ดีเลยครับ ผมคิดถึงแม่มาก อยากนอนกอดแม่เหมือนตอนเด็ก"
"อ้อนเก่ง กับสาวขี้อ้อนแบบนี้ไหมเรา" ผมขมวดคิ้ว พลางส่ายหน้าไปมา
"แม่ก็รู้นี่ครับ ว่าแม่ปายคือคนที่พิเศษที่สุด"
"..."
"ความออดอ้อนของฉลาม มีให้แม่แค่คนเดียว"
"แต่เท่าที่แม่รู้ กับคุณยาย กับคุณย่า ฉลามก็พูดแบบนี้นะ"
"ไม่หรอกครับ แม่คือที่หนึ่งของลูกอยู่แล้ว"
บอกเพียงแค่นั้น ผมก็โน้มตัวต่ำ ใช้สองแขนโอบกอดที่ร่างของแม่เอาไว้ทันที
"แม่ตัวหอมที่สุดในโลกเลย" ต่อให้โตแค่ไหน ผมก็ยังชอบเวลาที่ได้กอดแม่เสมอ แม่เป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของผมเช่นกัน
"ก่อนจะไปกินข้าว เล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ ว่าเราเจอน้องคนนั้นได้ยังไง"
"บังเอิญน่ะครับ ก็ตามที่บอกแม่ ตามที่เล่าให้แม่ฟัง แค่ไปเที่ยวกับไอ้บาส กะว่าจะดื่มนิดหน่อยแล้วจะกลับ แต่บังเอิญเจอเขาทะเลาะกับแฟนเก่า"
"แฟนเก่า?"
"ครับ" ผมตอบรับทันที หากบอกแม่ว่าเขาพึ่งเลิกกัน เห็นว่าจะไม่ดี เดี๋ยวแม่ไม่สบายใจ
"บังเอิญเจอเขาทะเลาะกัน แล้วผู้ชายเหมือนจะผลักผู้หญิง สงสารน่ะครับ ก็เลยเข้าไปช่วย"
"..."
"ต่างฝ่ายต่างเมาทั้งคู่ ผมผิดด้วยครับ ที่ปล่อยให้ทุกอย่างมันเกินเลย"
"แล้วคนที่หลามชอบล่ะลูก ใครกัน คนละคนกับคนนี้เหรอ"
"ครับ คนนั้นเขามีแฟนแล้ว แต่ช่างมันเถอะครับ"
"ไหนๆ ก็ไหนๆ ในเมื่อฉลามบอกแม่ว่าจะคบกับน้องคนนี้ แม้จะเป็นการเริ่มต้นเพราะความรับผิดชอบเท่านั้น แต่เราลองเปิดใจก็ดีนะลูก เผื่อไปกันได้"
"..."
"เหมือนฉลามของแม่จะโตเป็นหนุ่มแล้วอยากมีแฟน"
"..."
"แม่โอเค ที่ฉลามจะมีแฟน แม่ไม่ติด แม่ไม่ห้าม คนเรามันต้องมีความรู้สึกแบบนั้นเป็นธรรมดา"
"ยังไม่รู้เลยนะครับ ว่าทุกอย่างจะเป็นแบบไหน เขาอาจจะเป็นฝ่ายบอกเลิกลูกชายแม่ก็ได้นะ"
"ทำไมมองโลกในแง่ร้ายแบบนั้นล่ะลูก"
"ไม่คุยเรื่องอื่นแล้วครับ นานทีกว่าจะมีโอกาสได้อยู่กับแม่แบบนี้ นอนกอดแม่ดีกว่า" ผมว่า พลางซุกหน้าเข้าหาร่างกายของแม่ ในใจ คืออย่างจบบทสนทนาลง เอาตรงๆ คือผมไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเดินไปในรูปแบบไหน ไม่อยากเอ่ยอะไรล่วงหน้า เพราะกลัวว่า ทุกอย่างมันจะไม่ได้เป็นไปในรูปแบบที่พูด
หลังจากที่มีเวลาได้อยู่กับแม่ พูดคุยกับแม่อยู่พักใหญ่ๆ แม่ก็รบเร้าให้ผมไปรับยัยนั่นให้มากินข้าวด้วยกัน ด้วยความที่รู้ ว่าแม่ผมน่ะ ช่างสังเกต ไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาแม่ไปได้ง่ายๆ มันจึงจำเป็น ที่ผมต้องตักอาหารให้ยัยนั่นบ้าง ขอให้เธอตักให้ผมบ้าง แม้จะยังเกร็งๆ กับสิ่งที่ต้องทำ สุดท้ายแล้ว ผมก็จำเป็นต้องทำ
"น้ำหวาน เลิกกับแฟนเก่านานแล้วเหรอลูก" คำถามนั้น ทำให้ผมเผลอปล่อยช้อนลงจานอย่างแรง ตอนแรกแม่ผมก็เพียงแต่ถาม ว่าชื่ออะไร เรียนที่คณะไหน เรื่องเรียนเป็นไงบ้าง ทุกอย่างเหมือนจะโอเคนะ ผมนึกว่าจะไม่มีอุปสรรคอะไรด้วยซ้ำ ไม่คิดเลยว่า แม่จะถามแบบนั้นออกมา
"ตกใจอะไรขนาดนั้นล่ะฉลาม"
"ปะ เปล่าครับ แค่ไม่คิดว่าแม่จะถามถึงเรื่องอดีต" ผมลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แล้วมองสบตากับอีกคนเงียบๆ
"ที่แม่ถามก็ไม่ได้มีอะไรมาก แม่ไม่ได้จะขุดอะไร แม่แค่ถามเท่านั้นเอง" แม่ปายมองหน้าผม ก่อนจะหันกลับไปมองยัยนั่น เหมือนรอคำตอบ เธอประสานสายตามามองผมเพียงนิด ซึ่งแน่นอนว่า ผมรีบส่งสัญญาณกลับไปทันที
"อะ เอ่อ คือว่า..."
"มีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึึงทำเหมือนตอบคำถามแม่ไม่ได้ ที่แม่ถาม แม่ก็แค่อยากรู้ ว่าเลิกกับคนนั้นได้นานแค่ไหน แม่จะได้รู้ว่ากับลูกแม่ เรื่องราวมันน่าจะเป็นยังไงเท่านั้นเอง" ผมแกว่งเท้าไปมาทันทีที่แม่ปายจบประโยค ซึ่งมันสะกิดโดนขาอีกคนแบบที่ผมต้องการ ยัยนั่นยมองหน้าผมอีกครั้ง ก่อนจะรีบตอบออกมา
"เราเลิกกันได้พักหนึ่งแล้วค่ะ ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ หนูก็เลยเลิก"
"อย่างนั้นเหรอลูก" แม่ผมทำท่าครุ่นคิดบางอย่าง ซึ่งผมโล่งใจมาก ที่ยัยนั่นตอบแบบนั้นออกมา ขืนบอกว่า พึ่งจะเลิกกัน แล้วมาได้กับผมเลย มีหวังเรื่องใหญ่แน่นอน
"ถ้ายังงั้นก็คบๆ กันไปก่อน ไปกันได้ไม่ได้ยังไงค่อยว่ากันอีกที ไว้ถ้าแม่มีโอกาสได้มาที่นี่ แม่จะให้ฉลามโทรตามหนูมากินข้าวกับแม่นะ"
ผมลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางสบตากับยัยนั่นเงียบๆ แล้วเลือกที่จะนั่งกินข้าวเป็นเพื่อนแม่ต่อไป
@คอนโดมิเนียมของฉลาม
"แม่อยู่ต่อสักสองสามวันได้ไหมครับ วันเสาร์เดี๋ยวผมกลับด้วย จะได้ขับรถให้แม่นั่งสบายๆ"
"ไม่ได้ แม่มีสอนต่อเหมือนกัน พักคืนนี้ พรุ่งนี้แม่ขับรถกลับเองได้" แม่ปายตอบ พลางเดินสำรวจภานในห้อง ในมือถือไม้กวาดเล็กๆ เจอฝุ่นตรงไหน ก็ปัดกวาด ทำความสะอาดตามสไตลส์ของแม่
"เนี่ย ถ้าเกิดว่าพ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน ป่านนี้ผมก็สบายใจ เพราะพ่อคงทำหน้าที่ขับรถให้แม่นั่ง" แม่หันมามองผมเพียงนิด ก่อนจะเดินหน้า สำรวจฝุ่นละอองเล็กๆ ภายในห้องต่อไป
"แม่ครับ ไม่ต้องเดินหนีเลยนะ"
"ก็ห้องเราน่ะสกปรก ไม่ค่อยทำความสะอาดแน่ๆ เลย"
"ผมกำลังคุยกับแม่เรื่องพ่ออยู่นะครับ"
"เนี่ยเห็นไหม หลังตู้เย็นยังมีฝุ่นเลย"
"เมื่อไหร่แม่กับพ่อจะดีกันสักทีครับ!" ผมถามตรงๆ ส่งผลให้แม่ถอนหายใจ แล้วมองกลับมาที่ผมตามเดิม
"แม่กับพ่อไม่ได้ทะเลาะกัน หลามก็เห็น ว่าเราคุยกันดีๆ"
"รู้ครับว่าคุยกันดีๆ แต่พ่อยังอยากง้อแม่อยู่นะ"
"อายุขนาดนี้แล้ว ไม่มีใครคิดเรื่องนั้นแล้ว"
"แม่กับพ่ออายุสี่สิบกว่าๆ เอง แม่ปายของฉลามยังสวยมาก ส่วนพ่อฉายของหลาม ก็หล่อสุดเหมือนเดิม"
"ฉลามไม่โอเคเหรอลูก ที่พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แม้ว่าเราจะเข้าใจกันทุกอย่าง" แม่จริงจังมาก แต่ลึกๆ แล้ว แววตาแม่ปายดูน่าสงสาร
"มันก็โอเคครับ แต่ใครบ้าง ที่ไม่อยากให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน ที่ผ่านมา ผมพยายามเข้าใจมาโดยตลอด ว่ามันเป็นเหตุผลของผู้ใหญ่" แม่ปายพยักหน้า วางไม้กวาดเล็กๆ แล้วเลื่อนมือมากุมมือผมไว้
"ตอนที่แม่กับพ่อคบกัน มันมีปัญหาระหว่างแม่กับพ่อเกิดขึ้น เป็นปัญหาของคนสองคน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่นๆ ในครอบครัวเลย"
"..."
"แม่ไม่ได้อยากรื้อฟื้น แต่แม่อยากให้ฉลามรู้ ว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันโอเค และมันก็ดีที่สุดแล้ว" สุดท้ายคำตอบที่ผมได้ มันก็ยังคลุมเครือแบบเดิม
ปัญหาของคนสองคน แม้จะไม่มีใครพูด แต่ผมว่าผมรู้นะ ว่าปัญหานั้นมันคืออะไร หากมีโอกาส ผมคงได้คุยเรื่องนี้กับพ่อตรงๆ
"ไม่เป็นไรครับ แบบนี้ก็แบบนี้ ผมรักแม่นะครับ" สองแขนของผม สวมกอดที่ตัวของแม่ทันที
"หลามรักแม่ปายของหลามที่สุดเลย"
"อ้อนเก่งที่สุด แม่ปายก็รักฉลามนะลูก"
"หลามรักแม่มากกว่า" ผมกอดแม่ที่ตัวเล็กกว่าแน่นขึ้น แม้ครอบครัวจะแยกแตก แต่ผมกลับไม่รู้สึกขาดอะไร ที่อยากให้พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน เพราะแค่อยากให้มีคนดูแลแม่ ไม่อยากให้แม่เหงา ระหว่างที่ผมมาเรียนก็เท่านั้นเอง
"น่ารักกับแม่แบบไหน น่ารักกับสาวให้ได้แบบนั้นนะลูกชาย"
"อีกแล้ว บอกแล้วไง สาวในใจของหลาม มีเพียงสามสาวที่สวยที่สุดในโลกเท่านั้น นั่นคือแม่ ย่าและยาย สามคนพอ"
"หื้มม ให้มันจริงเถอะพ่อหนุ่มน้อย อย่าให้เห็นว่าเรียนไม่จบแล้วอ้อนแม่ให้ไปขอเมีย หวายในมือครูสปาย สั่นรอเลยนะ"
"โถแม่ครับ ไม่ได้จะเป็นแบบนั้นสักหน่อย" ผมส่ายหน้าเป็นพัลวัน เรื่องอะไรจะไปกลัวหวายในมือของคุณครูสปาย ตราบใดที่ฉลามยังไม่มอบหัวใจให้กับผู้หญิงคนไหน ฉลามไม่เรียกใครว่าเมียแน่นอน!
@เช้าวันใหม่ที่มหาวิทยาลัย
"ว่าไงนะหลาม ทำไมมึงแรดแบบนี้วะ!" ผมตวัดสายตามองแรงใส่เพื่อน
เล่าให้ฟัง แล้วถูกมันด่าว่าแรด ไม่น่าเล่าจริงๆ เลยหลาม!
"แล้วไงวะ ตกลงสวยปะ แล้วว่าแต่ เมาทั้งคู่ มึงเลยต้องรับผิดชอบงั้นเหรอ ผู้หญิงเขาอยากได้มึงหรือเปล่า จงใจจับอะไรงี้"
"ฉันไม่ได้มีความคิดแบบนั้นหรอกพี่!"
ไม่ใช่ผมที่ต่อท้ายประโยคของไอ้เจ้าบาส แต่เสียงนั้น...
"ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่" พอหันไปมอง ก็พบว่าเป็นยัยนั่น ยัยคนนั้น ที่เราพลาดมีอะไรกัน
"คนนี้เหรอหลาม" ไอ้เจ้าบาสกระซิบอีกครั้ง
"อื้อ" ผมตอบสั้นๆ พลางหยัดกายลุกเต็มความสูง
สวยไม่สวย ก็ให้เพื่อนผมมันดูเอาเอง!
ยัยนั่นสบตากับผมเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง กระโปรงยาวมาก เรียบร้อยสุดๆ จริงๆ สเปคผม ก็คือผู้หญิงเรียบร้อยนะ แต่กระโปรงที่เธอใส่ มันก็ยาวไปปะวะ ดูรองเท้าสิ จะเรียบร้อยหัวจรดเท้าเลยหรือไงแม่คุณ
"ว่ามา" ผมเอ่ย เมื่อเธอหยุดเดิน แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากัน
ตาบวมๆ แดงๆ เหมือนผ่านการร้องไห้มา แต่ผมไม่อยากถาม ไม่อยากเซ้าซี้เลย
"คือว่า..." เธอหยุดพูด แล้วกัดปากตัวเองเบาๆ เหมือนไม่แน่ใจ ว่าควรพูดดีไหม
"มีอะไร?" ผมจึงถามย้ำ
"ฉันจะย้ายออกจากคอนโดเก่า เพราะแฟนเก่าเคยไปที่นั่น ไม่อยากเจอหน้าอีกแล้ว"
"..."
"ได้ข่าวว่าห้องข้างๆ พี่มันว่าง ติดต่อเรื่องเช่าให้หน่อยสิ"
"รู้ได้ไงว่าห้องข้างๆ ของฉันมันว่าง?"
"เมื่อคืนฉันหาคอนโดว่างๆ ในเน็ต คอนโดที่พี่อยู่ มันโอเคที่สุด แล้วตำแหน่งห้องที่ว่าง มันก็เป็นห้องข้างๆ พี่เลย"
"อื้อ ไว้เดี๋ยวถามให้"
"ถ้าอย่างนั้น เย็นนี้กลับพร้อมกันเลยนะ ฉันเก็บกระเป๋าออกมาแล้ว ของมันไม่ได้มีอะไรมาก ตอนนี้ฝากอยู่ที่รถเพื่อน" ผมมองสบตากับเธออีกครั้ง ก่อนจะตอบรับออกไปเบาๆ
สปอยตอนต่อไป..
"ไม่มีบัตรประชาชน?"
"ก็ กระเป๋าอยู่ที่แฟนเก่าไง ทุกอย่างอยู่ในนั้นหมดเลย" เธอเอ่ยเสียงเบา
แล้วต้องเอาไงต่อวะ!
"ถ้าอย่างนั้นก็จองไว้ก่อนนะ ได้บัตรประชาชน ถึงจะทำสัญญาเช่าได้ เดี๋ยวป้าเก็บห้องไว้ให้"
"แล้วคืนนี้หนูจะไปนอนที่ไหนล่ะคะ"
"ก็นอนห้องแฟนน้องก่อนไง"
