ชวนแฟนไปค้างที่ห้อง
"ไว้จบคลาสเจอกัน เดี๋ยวฉันไปรอที่รถพี่ละกัน"
"อื้อ" ผมตอบรับสั้นๆ รถผม เธอก็คงจะรู้ เพราะเธอมีโอกาสได้นั่งรถผมแล้วหลายครั้ง ครั้งแรก ก็ตอนที่หวังดี พาออกมาจากผับ ส่วนครั้งที่สอง ก็พาไปที่คอนโดของผมเพื่อรอแม่ผม ส่วนครั้งที่สาม ก็ตอนที่แม่ผมรบเร้าให้ไปรับเธอมากินข้าว พอเข้าใจแบบนั้น ผมก็ไม่คิดจะถามอะไรให้มันมากความ
คุยกันแค่นั้น ยัยนั่นก็แยกตัวออกไป โดยที่ไอ้เจ้าบาส วิ่งเข้ามาแย่งพื้นที่ข้างตัวผมทันทีเช่นกัน
"ไอ้หลาม คนนั้นเหรอวะ ที่มึงไปแรดด้วย"
"ช่วยพูดให้มันดีๆ" ผมเลือกที่จะส่ายหน้าไปมา ขวางหูขวางตากับคำพูดของเพื่อนชะมัดเลย
"เออๆ งัั้นมึงก็สรุปสักทีสิ ตกลงที่เล่าให้ฟัง คนนี้เหรอวะ"
"อื้อ ชื่อน้ำหวาน อยู่ปีสอง ไม่มีอะไรหรอก คงไม่มีใครคิดที่จะจับใครทั้งนั้น" จากที่ประเมินสถานการณ์ หากยัยนั่นคิดจะจับผมจริงๆ เธอโวยวาย เธอทำมากกว่านี้แล้วแหละ ก็อย่างว่า ตามที่ผมเห็น ต่างฝ่ายต่างไม่มีสติกัน บางทีสิ่งที่ทำให้เธอยอมคบกับผม เพราะเธอคงไม่อยากเสียตัวฟรี อีกทั้ง อาจจะรู้ตัว ว่าตัวของเธอเองก็มีส่วนผิดอยู่เหมือนกัน
"จะว่าๆ ไปแล้ว คล้ายหมวยลี่ของมึงเลยนะ เรียบร้อย น่ารัก มองดีๆ น้องสวยอยู่นะ"
โทษทีว่ะ ผมไม่ได้มองลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น!
ผมไม่ได้พูดคำนั้นออกไปหรอก และเลือกที่จะเดินผ่านหน้าเพื่อนออกมาง่ายๆ รู้ดีว่า ถึงยังไงซะ หากมีเวลาได้อยู่กับเพื่อนนานๆ มันจะซัก มันจะถาม จนมันได้คำตอบที่มันต้องการอย่างแน่นอน
@เวลา 16:00 น.
หลังจากที่ผมจบคลาส ผมก็แยกกับไอ้เจ้าบาสเลย ก็บอกมันจรงๆ นั่นแหละ ว่าผมต้องไปจัดการเรื่องไหน มันไม่ได้ขัดอะไร บอกเพียงว่า อัพเดตสถานการณ์ให้มันฟังเป็นระยะๆ เท่านั้นเอง
"รถเพื่อนฉันอยู่ฝั่งนั้น" พอเดินออกมา ก็พบว่า ยัยนั่นออกมารอผมก่อนแล้ว ผมยอมพยักหน้าอย่างว่าง่าย แอบมองหน้าเล็กน้อย ก็น่ารักดี ใช้ได้แบบที่ไอ้เจ้าบาสมันบอกนั่นแหละ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายมองมา ผมก็หลบสายตาทันที
เธอเดินนำผมไปที่รถคันหนึ่ง เห็นว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนหน้าเครียดพิงรถอยู่ตรงนั้น พอเธอเห็นผม เธอก็รีบดึงยัยนั่นเข้าหาตัว แล้วกระซิบกระซาบอะไรสักอย่าง โดยให้ได้ยินกันแค่สองคน ผมเลือกที่จะมองเลยไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจ ในส่วนของเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา หากคนฝ่ายผมเกิดความสงสัย ผมจะเป็นฝ่ายอธิบายในส่วนนี้เอง ส่วนด้านของเธอ ผมมองว่า เธอเองก็ควรเป็นฝ่ายที่จะจัดการทุกอย่างเองเช่นกัน
"พี่ ช่วยยกกระเป๋าหน่อย" เสียงหวานเอ่ยร้องขอ ผมหันมอง แล้วยอมทำตามคำขอแต่โดยดี
"ไว้เจอกันนะแก เดี๋ยวฉันโทรหา" ผมได้ยินเธอบอกกับผู้หญิงคนนั้นแค่นั้น ก่อนจะดันแผ่นหลังของผม ให้เดินออกมาจากตรงนั้นด้วยกัน
ผมได้ยินเสียงลอบถอนหายใจออกมาหนักๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป
@คอนโดมิเนียมของฉลาม
ผมเข้าไปคุยกับป้าที่ทำหน้าที่ดูแลคอนโดแห่งนี้ โดยที่มียัยนั่นเดินเข้ามาพร้อมกัน
"อ๋อ ห้องนั้นยังว่างจ๊ะ ค่าเช่า เท่ากับห้องของพ่อหนุ่มเลย จ่ายค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือนแค่นั้นจ๊ะ"
"โอเคค่ะ งั้นหนูเอาห้องนี้ค่ะ จะเข้าอยู่เลย" ยัยนั่นหยิบเงินสดขึ้นมาแล้วนับ ตั้งท่าเหมือนจะจ่าย
"ขอบัตรประชาชนด้วยจ๊ะหนู"
"ขอบัตรประชาชนเหรอคะ ต้องใช้ด้วยเหรอคะ"
"ต้องใช้ด้วยจ๊ะหนู" ผมหันมองข้างๆ เห็นเธอทำหน้าหนักใจออกมา
"ไม่มีบัตรประชาชน?" ผมร้องถาม เพราะท่าทีที่เห็น เธอกำลังหมายความแบบนั้น
"ก็ กระเป๋าอยู่ที่แฟนเก่าไง ทุกอย่างอยู่ในนั้นหมดเลย" เธอเอ่ยเสียงเบา
แล้วต้องเอาไงต่อวะ!
"ถ้าอย่างนั้นก็จองไว้ก่อนนะ ได้บัตรประชาชน ถึงจะทำสัญญาเช่าได้ เดี๋ยวป้าเก็บห้องไว้ให้"
"แล้วคืนนี้หนูจะไปนอนที่ไหนล่ะคะ"
"ก็นอนห้องแฟนน้องก่อนไง" สิ้นสุดคำนั้น ผมกับยัยนั่นมองหน้ากันทันที
"ป้าไม่ใช่เจ้าของที่นี่ ป้าเป็นลูกจ้าง ป้าต้องทำทุกอย่างตามคำสั่งเจ้านาย หละหลวมไม่ได้ เดี๋ยวป้าซวย"
"ครับ" ผมพยักหน้ารับกลับไปเบาๆ เข้าใจในส่วนนั้นนั่นแหละ ว่าป้าต้องทำหน้าที่ ผมจึงเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น โดยที่ยัยนั่นเดินตาม
"ไม่รู้เหรอ ว่าการเช่าห้อง มันต้องใช้เอกสารสำคัญ"
"ก็นึกว่าต้องใช้ตังค์เพียงอย่างเดียว" เธอเอ่ยเสียงเบา ผมถึงกับถอนหายใจออกมา
"แล้วเอาไงอะ จะกลับไปอยู่ที่ห้องเดินก่อนไหม" คำตอบที่ผมได้ คือการส่ายหน้า
"คืนห้องไปแล้ว"
"ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปค้างกับเพื่อนเธอก่อน" แล้วคำตอบที่ผมได้ ก็คือการส่ายหน้าแบบเดิม
"บอกเพื่อนไปแล้วว่าเราคบกัน คุยกันได้พักใหญ่ๆ ถ้ากลับไป เพื่อนก็ต้องสงสัย"
"แล้วทำไมเธอต้องบอกออกไปแบบนั้น ทำไมไม่พูดความจริงออกไป"
"แล้วทำไมพี่ไม่บอกความจริงกับแม่พี่ล่ะ ว่าเราพึ่งเจอกัน แล้วมีอะไรกันเลย" คำพูดตรงๆ ของเธอ ทำให้ผมหลบสายตาทันที
"ฉันรู้ ว่าที่พี่บอกแม่พี่แบบนั้น เพราะพี่ไม่อยากให้แม่พี่คิดมาก ฉันก็เหมือนกันนั่นแหละ เพื่อนพยายามเตือน พยายามบอกว่าไม่ให้คบกับไอ้เวรนั่น แต่ฉันไม่ยอมฟัง แค่ไม่อยากบอกความจริง ไม่อยากให้เพื่อนตอกย้ำในเรื่องที่ไม่อยากฟังเท่านั้นเอง"
แล้วไงต่อวะ ต่างคนต่างมีเหตุผล แล้วสุดท้ายหวยมันเลยต้องมาออกที่ผมอย่างนั้นหรือไง!
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปเอากระเป๋ากับแฟนเก่าเธอ ทุกอย่างจะได้ลงตัว" ครั้งนี้เธอยอมพยักหน้าแต่โดยดี
"ส่วนกระเป๋าพวกนี้ เอาไปเก็บที่ห้องฉันก่อนก็แล้วกัน" ผมสรุปทุกอย่าง ก่อนจะหิ้วกระเป๋าที่ถือติดมือมา ไปไว้ที่ห้องของตัวเอง
"อยากให้เข้าไปเป็นเพื่อนหรือเปล่า" ผมถาม ระหว่างที่เธอบอกทางมาที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันเข้าไปเองก็ได้"
"ถ้าถูกมันทำร้ายล่ะ จะว่ายังไง"
"..."
"เอาเป็นว่า ฉันจะขึ้นไปเป็นเพื่อน จะมองอยู่ห่างๆ ต้องการความช่วยเหลือก็ร้องเรียกละกัน" ยัยนั่นหันมามองผมเพียงนิด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
รถยนต์ของผมเลื่อนเข้ามาจอดที่คอนโดหรู ก่อนที่เธอจะพาผมเข้าไปในตึก ที่หมายคือชั้นเกือบสุดท้าย
เหมือนเธอมีความคิดหลายอย่างในใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจหันมาหาผม เมื่อเรามาถึงที่หมายที่ต้องการ
"พาไปหน่อยสิ" มือเรียวเลื่อนมาจับมือผม ตอนสบตากันเห็นแววตาคู่นั้นสั่นน้อยๆ ผมจึงเลือกที่จะพยักหน้ากลับไป
มือเล็กยกเคาะประตูห้องหนึ่งรัวๆ ลอบมองสีหน้า เห็นว่านอกจากความแน่วแน่ เห็นมีความโกรธปะปนอยู่ในนั้น เพียงไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดออกมา
แกร๊ก~
ผู้ชายที่พบเจอตอนนี้ เป็นคนเดียวกับที่เจอในผับวันนั้นเลย
"ฉันมาเอากระเป๋า ขอกระเป๋าฉันคืนด้วย"
"มากับใครอ่ะหวาน" หมอนั่นเอ่ยถาม พลางเหลือบตามามองผม
"แฟนใหม่ฉันเอง!"
"แฟน?"
"ใช่ แฟน!" ยัยนี่ยืนยัน แล้วกระชับมือผมแน่นขึ้น
"ขอกระเป๋าฉันคืนด้วย"
"คิดจะใช้ผู้ชายคนอื่นมาประชดประชันกันเหรอหวาน เธอก็ยังเป็นเธอ ที่ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต"
"เอาอะไรมาพูดว่าฉันประชดประชัน คนเก่าเลว ฉันก็เปลี่ยนใจไปคบคนใหม่ แค่นี้เข้าใจยากตรงไหน!"
"จะยืนยันว่านี่คือแฟนเธอว่างั้น"
"ใช่ นี่พี่ฉลาม แฟนใหม่ฉัน เราคบกัน และเข้าใจกันดี!"
"เหอะ คิดว่าไอ้หมอนี่ จะจริงจังกับผู้หญิงซื่อบื่อ จืดชืดแบบเธอหรือไง ควงคนใหม่ หวังที่จะให้ฉันเจ็บใจ ไม่เกินเดือน เธอโดนมันเขี่ยทิ้งอย่างแน่นอน!"
"ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!" เธอตวาดเสียงดัง แต่สิ่งที่ไอ้เวรนั่นทำ คือการแสยะยิ้มออกมา
"กระเป๋าของน้ำหวานอยู่ที่ไหน!" ผมเป็นฝ่ายเอ่ยถามบ้าง ตั้งใจว่าจะให้เขาเคลียร์กันเอง เจอแบบนี้ มันทนไม่ไหวเลยจริงๆ
"ถามจริง ยัยหน้าจืดนี่จ้างมึงมาเท่าไหร่!"
"ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้ผู้ชายเฮงซวย" ผู้หญิงที่จับมือผม ปล่อยมือผมทันที และผลักอกไอ้หมอนั่นทันทีเช่นกัน
"ฉันถามว่ากระเป๋าฉันอยู่ที่ไหน!"
"กระเป๋าโง่ๆ คิดว่าฉันใส่ใจนักหรือไง วุ่นวายชะมัด เลิกไปได้ซะก็ดี!"
ไอ้เวรเอ้ย ผู้ชายแบบนี้ก็มีเหรอวะ!
ผมกัดฟันกรอด มองเพื่อนร่วมเพศอย่างไม่พอใจ แต่ยัยนั่นถอยห่าง แล้วจับมือผมไว้แบบเดิม
"เออ กระเป๋าโง่ๆ กับเงินไม่กี่บาท ฉันยกให้ผู้ชายเฮงซวยแบบแกก็แล้วกัน ชาตินี้ขออย่าได้เจอกันอีกเลย!"
แค่นั้น ยัยนั่นก็ดึงมือผมออกมาจากตรงนั้นทันที แม้จะปากดี แต่ทว่า กลับมีน้ำตาไหลออกมา ผมทำตัวไม่ถูกเลยว่ะ ไม่รู้จะเครียร์กับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าแบบไหน อยากปลอบก็ไม่รู้จะปลอบยังไง จะบอกว่าอย่าร้องมันก็คงไม่ใช่ ผมก็ได้แต่บีบมือบางตอบ แล้วเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยกัน
"เฮงซวยที่สุด ฉันไม่น่ามาเจอผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นเลย!" เสียงตวาด ดังขึ้นพร้อมๆ กับน้ำตาที่ไหลพราก หลายต่อหลายครั้งที่เธอก็กร่นด่า ก่อนที่สุดท้าย เราจะกลับมาถึงรถพร้อมกัน
"ไม่น่ามาที่นี่ตั้งแต่ทีแรกเลย ไม่น่าเลยจริงๆ"
"ช่างมันเถอะ ไม่ต้องร้องแล้ว"
"เฮงซวย ไอ้หมอนั่นมันเฮงซวยที่สุด!" ก็รับรู้นั่นแหละ ว่าผู้หญิงกำลังเสียใจ แต่ใจของผม ผมไม่อยากปลอบเพื่อให้เธอลืมนะ อยากให้จดจำนิสัยของแย่ๆ ของผู้ชายคนนั้น แล้วถอยออกมา โดยไม่ต้องกลับไปอีกเลยมากกว่า
"เธอ ช่างมันเถอะ แค่กระเป๋าใบเดียวไปซื้อเอาใหม่ โทรศัพท์ก็ซื้อใหม่ บัตรประชาชนก็ไปแจ้งหาย แล้วไปถ่ายใหม่เท่านั้นเอง"
"ฉันก็คนนะ ฉันมีสิทธิ์ผิดหวัง ในเมื่อฉันเสียใจ ฉันร้องไห้ไม่ได้หรือไง แล้วคืนนี้ฉันจะไปนอนที่ไหน ฮึก..."
เลยเป็นผมที่ชะงักไป นั่นไม่ใช่แค่ปัญหาของเธอ แต่เป็นผมที่อาจจะต้องช่วยแก้อีกคน!
"เธอโอเคที่จะค้างห้องฉันไหมล่ะ" แล้วสุดท้ายผมก็เอ่ยถามออกมา ซึ่งแน่นอนว่า เธอมองหน้าผมทันที
"ได้เหรอ" ตาแดงๆ ที่มีหยาดน้ำตาหล่อเลี้ยงอยู่ในนั้น เอาตรงๆ เถอะ ผมไม่อยากเห็นผู้หญิงร้องไห้เลยสักนิด
"อื้อ ถ้าไม่รู้จะไปนอนที่ไหน ก็ไปค้างที่ห้องฉันก่อน วางใจเถอะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก" คำตอบที่เธอให้กลับมา คือการพยักหน้ารัวๆ
@คอนโดมิเนียมของฉลาม
สุดท้าย ในค่ำคืนนี้ ผมก็ต้องแชร์ห้องส่วนตัวให้กับใครอีกคน เมื่อคืนเป็นแม่ของผมที่ค้างที่นี่ด้วย มันก็ไม่มีอะไรแปลกไป แต่การมีผู้หญิงคนอื่นมาค้างด้วยนี่สิ จริงๆ มันก็แปลกอยู่นะ
"จะไปอาบน้ำก่อนไหม ตามสบายนะ"
"พี่อาบก่อนเถอะ ฉันอาบทีหลังก็ได้" ผมมองคนที่กอดเข่า แล้วก้มหน้าซึมไป ก่อนจะถอนหายใจออกมา
กรรมของมึงแล้วแหละหลาม เพราะเหล้าทำให้ขาดสติ ไปทำตัวไม่ดีกับเขาเข้า สุดท้ายเป็นไง ได้ชดใช้สมใจมึงเลย!
ผมเดินเข้าไปอาบน้ำ เชื่อเลย ว่ากลับออกมาแล้วเธอยังอยู่ในสภาพเดิม นั่งแบบเดิม ไม่ขยับไปไหนเลย ผมเดินออกมาคว้าโทรศัพท์ จากนั้นก็สั่งอาหาร ไม่ได้ถามอีกคนหรอกว่าเธอจะกินอะไร ถึงถามไป ก็คงไม่ได้คำตอบอะไรอยู่ดี
ผมกลับออกมาเปิดทีวี แล้วเลือกที่จะนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับอีกคน
"ไปอาบน้ำเถอะ แล้วค่อยมาคิดต่อ ว่าเธอจะเอาแบบไหนต่อไป"
"..." เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากใครทั้งนั้น
"หมอนั่นคงสะใจ เมื่อรู้ว่าหลังจากที่เธอประกาศกร้าว ว่าไม่เอาคนแบบมัน แต่เธอกลับมาร้องไห้ซะเอง"
"..."
"ถ้าเธอไม่ชอบ เวลาที่ได้ยินคนแบบนั้นหัวเราะเยาะ ก็อย่าทำตัวให้มันหัวเราะ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังก็ตาม"
"..."
"ก็แค่อกหัก เรื่องแค่นั้น มันทำให้เธอเสียหลักได้ถึงขขนาดนี้เลยหรือไง" ครั้งนี้เธอเงยหน้าขึ้นจากเข่าของตัวเอง พลางปรายตามองมาที่ผมเพียงนิด
"ฉันแค่เสียใจที่ไม่ได้กระเป๋าคืน เสียดายโทรศัพท์ เสียดายเอกสารเท่านั้นเอง"
"แค่ของนอกกาย" ผมเอ่ยออกไปใหม่ เธอจึงเมินหน้าหลบออกไปอีกทาง
"ไปอาบน้ำเถอะ ฉันสั่งข้าวมาให้เธอแล้ว ไม่รู้จะพอใจไหม แต่ถ้าไม่ชอบ ก็กินๆ ไปก่อน"
"..."
"เธอมีผ้าเช็ดตัวหรือเปล่า ถ้าไม่มี แล้วไม่รังเกียจจะใช้ของฉันก็ได้
"ที่ใจดีแบบนี้ แอบคิดอะไรไม่ดีอยู่ในใจหรือเปล่า"
"คิดอะไร?"
"คิดแบบที่ผู้ชายเฮงซวยชอบคิด"
"ถ้าผู้ชายเฮงซวยที่ว่า คือแฟนเก่าเธอ ก็โทษที ที่ฉันไม่ใช่แฟนเก่าเธอ!"
"..."
"เพราะสถานะที่เธอให้ฉัน คือตำแหน่งแฟนใหม่ไม่ใช่หรือไง"
ไม่มีคำพูดไหนตอบกลับมา มีเพียงการปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ แล้วเดินผ่านหน้าผมไป
อีกคนไม่ทันได้ออกมาจากห้องน้ำด้วยซ้ำ ข้าวที่ผมสั่งก็มาส่ง กระเพราไข่ดาวธรรมดา ผมหวังว่าเธอจะกินได้ ไม่ได้คิดยากหรอก หากกินไม่ได้ก็แค่สั่งใหม่ หากทำทุกอย่างให้ง่าย ทุกเรื่องจะเป็นเรื่องที่ง่าย หากทำให้ยาก ทุกเรื่องมันก็ยากแค่นั้นเอง
สปอยตอนต่อไป..
"ไปทำอะไรมา!" ผมกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า
เท่าที่จำได้ ปกติยัยนี่ไม่ใช่แบบนี้!
"ไม่มีอะไรมาก แค่เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่"
เออ กระโปรงสั้นๆ เสื้อนักศึกษาฟิตเปรี๊ยะขนาดนั้น สีสันบนใบหน้าที่ชัดเจน กับท่าทีที่มั่นใจ เธอกำลังเปลี่ยนไปจริงๆ
