บท
ตั้งค่า

Chapter 6 เกือบเสียศูนย์

ฉันเกือบเสียศูนย์...

สารินนึกในใจเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วได้แต่ถอนหายใจ เขาเกือบเผลอพูดเรื่องลูกรักที่โดนหล่อนเตะผ่าหมากแล้วยังเคืองไม่หาย

นึกไปถึงเมื่อคืนหลังจากประคองหญิงสาวร่างเล็กแต่เนื้อแน่นเต็มมือไว้ในวงแขนพาไปส่งที่โต๊ะ แต่พอออกมาก๊วนของหล่อนก็หายไปหมด โทรหานุดีก็ไม่รับ เขาคิดจะพาหล่อนไปที่ไหนไกล ๆ สักแห่งตามคำขอของน้องสาว แต่ความต้องการฝ่ายเลวทำให้มือไม่รักดีเผลอกดลิฟต์ตรงดิ่งขึ้นชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมที่เป็นเรือนนอนยามมีกิจกรรมที่ไม่ต้องการให้ใครรู้

จะว่าไปคอนโดริมน้ำของแม่เขาก็ช่างเหมาะกับงานที่เขาทำและยังเหมาะกับเป็นสถานที่ที่พาสาวสวยมากหน้าหลายตามาพักพิงยามว่างอีก นับได้ว่าเขามีกิจกรรมไม่ขาดสายและพวกหล่อนล้วนเต็มใจ แต่ไม่มีใครเหมือนหญิงสาวเมื่อคืนสักคน...

หรือเพราะเรือนร่างหอมกรุ่นกลิ่นอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแบบสาวสมัยใหม่นิยมทำให้เขาเคลิ้มและหลงใหลจนอยากเชยชมหล่อนตามคำยุ

แต่มันคือกลิ่นอะไรกันนะ...

ขนมหวาน...

น้ำหวาน...

จะอะไรก็ช่างเถอะ หากเจอเขาจะไม่ปล่อยหล่อนไปแน่ แต่เขาไม่เคยฝืนใจใคร โดยเฉพาะกับคนที่แรกพบก็ตกหลุมรักอย่างหล่อนคนนั้น

ตกหลุมรัก!

สารินสะบัดหน้าพรืด ก่อนจะยอมรับกับตัวเองในใจ

เออหนอ... อยู่มาสามสิบหกปีมีผู้หญิงคนนี้แหละที่ทำให้เขาอยากเลวทั้งที่รู้ตัว!

ริมฝีปากอิ่มที่เขาแอบสัมผัส ซอกซอนชอนไชช่างหอมหวานปานน้ำผึ้ง ถึงจะแฝงกลิ่นแอลกอฮอล์เกินครึ่งแต่ไม่อาจหักห้ามความหวานที่ได้รับ แล้วยังทรวงอกอวบอิ่มที่เขาเผลอมองนั่นอีกล่ะ...

เฮ้อ! ไอ้สาริน ไอ้หื่นเอ๊ย!

แค่คิดสารินก็หันกลับมาหยิบเตกีล่าครึ่งขวดรินเต็มแก้วแล้วกระดกพรวดท่ามกลางความตะลึงงันของบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่โดนผู้เป็นนายแย่งหน้าที่ไปหน้าตาเฉย กับตันหนุ่มที่ได้แต่อ้าปากค้างพอนึกได้ก็ร้องเสียงหลงเมื่อเขารินแก้วที่สองพร้อมกระดกเต็มที่

“พอแล้ว จะกินให้เมาตายไปข้างนึงเลยหรือยังไง”

“ก็ดื่มให้ลืมเธอไงวะ” สารินแก้เก้อ

“น้ำเน่า” คมกฤชว่าจบก็คว้าแก้วในมือสารินแล้ววางไว้ห่างมือ ก่อนจะหันมาเอาเรื่อง “ฉันว่าแกไปงานหนูดีเหอะ จะได้คุยกันให้รู้เรื่อง”

“ฉันไม่กล้า”

“ไรวะ! หรือว่ากลัวการเผชิญหน้า”

สารินเงยหน้ามองเพื่อน แววตาลังเลก่อนจะพยักหน้า “เออ... ฉันกลัว กลัวว่าถ้าเจอกันแล้วเธอจำได้ว่าฉันคือไอ้หื่นคนเมื่อคืนจะทำยังไง”

“เวรแล้ว! ไอ้นี่ กล้าทำไม่กล้ารับนี่หว่า ไปบอกเธอซะว่าเมื่อคืนไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้น ถ้าเกิดเธอเข้าใจผิดแล้วบังคับให้แกรับผิดชอบจะทำยังไง”

“เออ... นั่นสิ ฉันไม่ทันได้นึกถึงข้อนี้”

“ผู้หญิงสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้นะเว้ย แกก็รวยซะขนาดนี้”

“ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็คงต้องรับละมั้ง”

“ไอ้บ้า! นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ”

สารินหัวเราะไม่เต็มเสียงแล้วยักไหล่ “คิดแล้วก็น่าสนใจดี ขอบใจที่หาทางออกให้”

“การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะเว้ย อย่าเล่น” คมกฤชเตือนสติ

แต่สารินยิ้มมุมปากมีเลศนัย ตบบ่ากัปตันหนุ่มแล้วลุกเดินตัวปลิวไปไม่เหลือเค้าความเมาอย่างที่เห็น ท่าทางกระตือรือร้นของเพื่อนทำให้คมกฤชถึงกับงงที่สารินดูมีชีวิตชีวาผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ

“เฮ้ย! กลับมาคุยให้รู้เรื่องก่อน”

คมกฤชได้แต่อ้าปากค้าง เมื่อเพื่อนรักลับหายออกไปจากบาร์ หรือว่าคราวนี้เขาจะได้เพื่อนสะใภ้อ่อนกว่านับสิบปีโดยไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว...

งานแต่งงานช่วงเย็นของนุดีที่จัดในโรงแรมใหญ่ระดับประเทศล่มไม่เป็นท่าเพราะไร้เงาเจ้าบ่าว แม้แต่ครอบครัวของฝ่ายชายก็ไม่มาให้เห็นทำให้เจ้าสาวถึงกับปล่อยโฮเมื่อเลยเวลาฤกษ์งามยามดีไปนาน

หล่อนถึงกับขึ้นไปตามชายหนุ่มบนห้องที่จัดไว้สำหรับส่งตัวบ่าวสาวแต่กลับไม่มีกรรณ์อยู่

ไม่มีแม้แต่เงา...

เขาหายไปหลังจากพิธีช่วงเช้าเสร็จสิ้น แทนที่กรรณ์จะอยู่กับหล่อนแต่เขากลับขอเวลาจัดการธุระส่วนตัวหลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเจ้าบ่าวอีกเลย

“เพราะพวกเธอ! เธอชวนนังวามาด้วยทำไม” นุดีตวาดเพื่อนสาวร่างอวบที่สุดในกลุ่ม “ฉันบอกแล้วว่าไม่ไว้ใจมัน”

“ก็เพื่อนกันไม่ชวนได้ไง” ลลนาหน้าเสียแต่ลอยหน้าไม่ยี่หระ “อีกอย่างเธอลืมแล้วเหรอว่าต้องอาศัยยายวามาช่วยธีมขนมหวานด้วย”

“มันก็ใช่ แต่ฉันน่าจะเลือกเบเกอรี่ ไม่น่าเลือกขนมไทยเลย” นุดีสบถแล้วกัดริมฝีปากแน่น

หล่อนแค้นใจนักที่ลลนาดูไม่รู้สึกรู้สมที่เป็นคนเสนอทิวาช่วยงานหารายได้พิเศษจนทำให้เรื่องยุ่งยากทำให้กรรณ์ตัดใจไม่ขาดเพราะต้องคอยเห็นหน้ากันอยู่ตลอด

“แต่มันก็ไม่เกี่ยวไหม ยายวาก็ทำหน้าที่ของตัวเองงก ๆ ช่วยเธอคิดคอนเซปต์ทั้งที่ไม่รับก็ได้แต่พอฉันขอร้องวาก็ยอมช่วย ” ลลนาตอบพลางส่ายหน้า

“แต่ฉันเกลียดมัน!” นุดีตวาดสาวอวบอีกรอบก่อนหันไปทางสาวร่างเล็กอีกสองคน “ส่วนพวกเธอสองคนแจ้นไปบอกเรื่องมันหายไปกับผู้ชายให้กรรณ์ฟังทำไม ฉันอุตส่าห์ปิดไม่ให้พ่อแม่รู้ตอนที่ท่านถามหาว่าไม่พามันกลับบ้านด้วย แต่พวกเธอ... เพราะพวกเธอ”

“เธอทำให้พวกเรารู้สึกผิดต่อวา” บราลีสาวร่างเล็กที่สุดในกลุ่มเอ่ยพลางตวัดสายตาเขียวปัดใส่นุดี

“ใช่ ฉันเห็นด้วย” ลลนาเสริม

“พวกเธอจะโทษฉันก็ว่ามาเลย” นุดีเสียงแข็งจ้องหญิงสาวร่างสูงที่สุดในกลุ่มที่หล่อนสนิทที่สุดให้ช่วย แต่ว่าปารมีมองตอบด้วยแววตาผิดหวังไม่ต่างจากอีกสองคน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel