Chapter 4 คิดจะเลว
“ก็ใกล้แล้ว”
“หืม... ใกล้อะไร?” สารินย้อนถามพลางขมวดคิ้วมุ่น “ใกล้ทำใจได้แล้วเหรอ ดี... ผมจะได้อธิบาย”
“คุณจะอธิบายอะไร ในเมื่อสภาพฉันมันฟ้องขนาดนี้”
ถึงหล่อนทำเสียงเหี้ยม แต่ริมฝีปากบางเซ็กซี่นั่นก็น่าจูบชะมัด สารินยิ้มขบขันเมื่อนึกถึงว่าจะไล่ต้อนหล่อนให้จนมุม เผื่ออะไรจะได้ง่ายเข้า
แต่ไม่ทันได้ถามไถ่เพิ่มเติม สิ่งที่ได้รับโดยไม่ทันตั้งตัวคือหมัดลุ่น ๆ ส่งตรงสู่เบ้าตาซ้ายตามด้วยกล่องดวงใจที่ถูกเตะตรงเผงใต้ผ้าห่ม หล่อนคงไม่ได้ตั้งใจเพราะไม่ละสายตาจากหน้าของเขาแต่มันตรงเผงโดนจุดอ่อนไหวเข้าเต็ม ๆ
“ไปตายซะเถอะ! ไอ้เลว ไอ้คนฉวยโอกาสมักมากฉันไม่ตัดให้เป็ดกินก็บุญแล้ว!”
“เข้าใจผิดแล้วคุณ! ผมยังไม่ได้...”
“ยังไม่ได้โดนตบอีกรอบใช่ไหม! ได้เลย!”
“เฮ้ย!
สารินยกมือห้ามแต่ไม่ทันฝ่ามือเรียว ๆ นิ้วยาวดังลำเทียนยังฟาดเข้ากลางกกหูของเขาอย่างแรงจนเห็นดาวเดือนนับพันยิ่งกว่าเพดานห้อง แล้วสติของคนโดนดับฝันด้วยหมัดเข่าและฝ่าเท้าก็สะลึมสะลือ
เขาชี้หน้าหล่อนตาเหลือกลาน แต่ก็ได้แค่นั้นเพราะไม่นานสติก็ดับวูบ กว่าจะรู้สึกตัวตื่นก็ผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง
สารินเงยหน้าจากพื้นเย็นเฉียบเพราะแอร์เย็นฉ่ำ พอผุดลุกนั่งขัดสมาธิก็พบว่าห้องทั้งห้องว่างเปล่าไร้ร่างบอบบางคนที่นอนกอดเมื่อคืนเสียแล้ว
“ทำแสบมากนะทิวา”
สารินสะบัดหน้าไปมา พลันมุมปากก็กระตุกยิ้มพึงใจ หล่อนจะรู้ไหมว่าเขาไม่ได้ทำอะไรหล่อนเลยนอกจากพาหล่อนในสภาพหมดสติขึ้นมาบนห้องนอนของเขา จัดแจงให้นอนสบาย
แต่หล่อนสิ!
หล่อนเองนั่นแหละที่บ่นร้อนจนถอดเสื้อผ้าตัวเอง ดีที่เขาห้ามไว้
เฮ้อ!
ป่านนี้หล่อนจะคิดลึกไปถึงไหนต่อไหนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หากหล่อนเชี่ยวกว่านี้สักนิดเขาคงลักหลับไปแล้วจริง ๆ แต่ทิวาคนที่นุดีเป่าหูเขาเสียจนเกือบเชื่อคนนี้กลับร้องไห้ร้องห่มตัดพ้อต่อว่าโชคชะตา จนเขาอดสงสารไม่ได้
พอหล่อนหมดสติเขาก็คิดจะเลว แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ที่ทำได้เพียงฝากรอยจูบเหนือเนินอกอวบเพราะกลิ่นหอมราวขนมยวนยั่วให้เขาเผลอทำไปเพราะอดใจไม่ไหวก็เท่านั้นเอง...
เสียงเพลงเต้นรำทำนองเร้าใจกลางแสงไฟหลากสีสาดไปมารอบทิศทางของเฟิร์สบาร์แอนด์เรสเตอร์รองไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สนใจแต่อย่างใด แม้ว่าหญิงสาวแสนสวยเฉี่ยวเปรี้ยวหลายต่อหลายคนจะแวะเวียนเข้ามาทอดสะพานและบางครั้งยังสั่งเหล้าให้โดยไม่รู้ว่าเขาคือเจ้าของบาร์หรูแห่งนี้
สารินหมุนเก้าอี้หันหน้าออกกลางฟลอร์เอนหลังพิงเคาน์เตอร์บาร์สำรวจความเรียบร้อยรอบบริเวณ เสียงเพลงเต้นรำทำให้เขาผ่อนคลายจนเผลอโคลงศีรษะไปมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่สายตาจะสะดุดกับคนคุ้นเคยที่เดินเข้ามาแล้วลงนั่งข้าง ๆ สีหน้ายิ้มแย้ม
“ไง! ไอ้เสือ”
“ไง... อะไรวะ เห็นหน้าก็ทักแบบนี้ตอบไม่ถูก” สารินบ่นแล้วยักไหล่หันไปให้ความสนใจเสียงเพลงต่อ “มีอะไรจะพูดก็พูดมา ถ้าไม่มีก็กินเหล้าไปเงียบๆ”
“เอ้า... โดนตีรวนเข้าแล้วไง” คมกฤชหัวเราะร่วนรับเบียร์เย็นเฉียบแก้วใหญ่จากบาร์เทนเดอร์มาจิบค่อนแก้วก่อนจะสั่งอีก “เบียร์แก้วเดียวพอแล้ว แก้วใหม่ขออะไรแรง ๆ กระแทกปากกระแทกใจหน่อย”
“เพลา ๆ บ้าง มาทีไรให้ฉันหิ้วปีกกลับก็ไม่ไหวนะ” สารินบ่นพลางเหลือบตามองเพื่อนรัก
ร่างสูงผอม ผมรองทรงจัดอย่างดีด้วยเจลราคาแพงขับใบหน้าขาวตี๋ของคมกฤชให้ดูดีมากขึ้น ผิดกับเจ้าของร้านที่วันนี้ดูโทรมถนัดตา มีดีแค่เสื้อผ้าราคาแพงระยับประดับกายที่ทำให้เขายังคงดูได้แต่ไม่ดูดีจนอีกฝ่ายหัวเราะเยาะเบา ๆ เมื่อเพ่งมอง
“เฮ้ย! เป็นอะไรวะ ไปกินรังแตนมาจากไหนหนำซ้ำอยู่โยงเฝ้าร้านได้ไม่พอนี่นึกยังไงใส่แว่นกันแดดอันเบ้อเร่อในบาร์มืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้”
“ก็แค่อยากดื่มไม่ได้เป็นอะไรนี่หว่า” สารินตอบและเหลือบมองเพื่อนก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับน้ำสีอำพันในแก้วต่อ “ไปไงมาไงมาถึงนี้ได้วะ”
“ฉันว่าแกเป็นว่ะ...” คมกฤชลูบคางพลางครุ่นคิด ไวเท่าความคิดก็เอื้อมมือไปดึงแว่นอีกฝ่ายโดยไม่ทันตั้งตัว “อย่ามาปากแข็ง ไหนดูซิ”
“เอาคืนมา! ไอ้บ้านี่!” สารินยกมือป้องตาดึงแว่นคืนมาสวมด้วยความเร่งรีบ “ฉันไม่ได้เป็นอะไรเว้ย!”
“ปากไม่ตรงกับใจ แกมีอะไรเล่ามาอย่าลีลา”
คมกฤชเอียงคอเพ่งพินิจเพื่อนรักแล้วถึงกับตาโตเมื่ออีกฝ่ายถอนหายใจหนักหน่วง ขยับแว่นลงมาเกือบถึงจมูก ยักคิ้วให้ก่อนจะใส่กลับเข้าไปตามเดิม
“เฮ้ย!”
“ไม่เฮ้ยแหละ อย่างที่แกเห็น ฉันโดนต่อยมา”
“ใครบังอาจมาต่อยไอ้เสือตัวร้ายวะ” กัปตันหนุ่มสายการบินยักษ์ใหญ่ถึงกับหัวเราะร่วน “หรือว่าโดนหมาหมู่รุม ถึงขนาดเบ้าตาช้ำห้อเลือดเลยนะเว้ย”
“ไม่ได้โดนหมาหมู่ที่ไหนรุมแต่โดนผู้หญิงคนเดียวแถมดุยิ่งกว่าหมาต่อยมา” สารินอ้อมแอ้มหลบตา “สวยน่ารักโดนตาโดนใจเสียที่หมัดหนักเป็นบ้า”
“ฮ่าฮ่า นั่นไงฉันว่าแล้ว แกมันดวงนารีเข้าหาแล้วพาซวย”
สารินมองหน้าเพื่อนพลางส่ายหน้า ถึงคมกฤชจะพูดถูกแต่เขากลับเซ็งผู้หญิงเหล่านั้นยกเว้นหญิงสาวเมื่อคืนที่ถูกตาต้องใจ
“แต่ฉันชอบ”
“ชอบความรุนแรงหรือติดใจลีลากันแน่ เจ้าชู้แบบนี้ยังไม่ทิ้งลายเดิมนี่หว่าระวังโรคไว้หน่อยก็ดีนะเว้ย”
สารินชะงักทันทีที่เพื่อนพูดแทงใจ เขาจะบอกได้อย่างไรว่าไม่แม้แต่จะแอ้มหล่อน แต่ครู่เดียวสารินก็ยักไหล่แล้วตอบเพื่อนรักน้ำเสียงหงุดหงิด “ลายเดิมรึเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าเจออีกทีหล่อนมีหนาวแน่...”
“จะทำอะไรเค้าวะ” คมกฤชเอ่ยเยาะ
“ก็แค่จะจับจูบซะให้เข็ด”
