Chapter 3 ปากว่าตาขยิบ
สารินมองเมินไปอีกทางพลางกระดกวิสกี้จนหมดแก้วแต่นุดีไม่วายอ้อน
“นะคะ... นะ...ทำเพื่อน้องสาวสักครั้ง ยังไงก็ให้ผ่านพรุ่งนี้ไปได้เถอะนะคะ”
สารินเอียงตัวหนีร่างเพรียวของน้องสาวที่จงใจอ้อนอย่างน่ารำคาญ เขาไม่ชอบคนเซ้าซี้และยิ่งเบื่อเวลาถูกรบกวนเวลาโดยเปล่าประโยชน์
“เรื่องอะไรพี่ต้องช่วยเธอ ลำพังแค่ดูร้านก็แทบไม่มีเวลาแล้ว”
“พี่รินแค่ช่วยเข้าไปตีสนิทแล้วพามันไปไหนก็ได้ให้พ้นงานแต่งพรุ่งนี้ก่อนค่อยพากลับมาส่งดีไหมคะ ท่าทางมันจะเมาแล้วด้วย ถ้าเกิดเดินออกไปแล้วมีคนฉุดไป น่าเสียดายกว่าอีกนะ”
“ไร้สาระน่ะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน”
สารินส่ายหน้าพลางกระเถิบหนีน้องสาวที่เอาแต่กระแซะ ดวงตามองเลยร่างเพรียวตรงหน้าข้ามไปยังหญิงสาวที่อยู่ในบทสนทนา หล่อนท่าทางกระวนกระวายสะบัดหน้าคล้ายเรียกสติและพอลุกก็ดูโงนเงน จนเขาถึงกับขยับจะลุก แค่นั้นนุดีก็มองตามสายตาพี่ชายแล้วลอบยิ้มสมใจ หันกลับมากระซิบอีกครั้ง
“ถือซะช่วยน้องเอาบุญ เป็นของขวัญวันแต่งงานน้องสาวนะคะพี่ริน”
“จะบ้าไปใหญ่แล้ว ทำแบบนั้นถึงคุกนะหนูดี เด็กคนนั้นรุ่นเดียวกับเราก็เท่ากับเด็กกว่าพี่ตั้งสิบสองปีเชียวนะ”
เขาปฏิเสธแทบไม่คิด แต่นุดียังออดอ้อนตาใส
“แล้วจะเป็นอะไรไปล่ะคะ ความพึงพอใจของคนเรามันเลือกช่วงอายุได้ด้วยเหรอ” หล่อนแย้งแต่อมยิ้มกริ่มที่ได้เป่าหูพี่ชายดูลังเล หล่อนก็เติมเชื้อไฟเพิ่มอีกหน่อย “ก็ได้ ๆ ค่ะ งั้นแค่ทำให้มันเข้าใจผิด หรือให้กรรณ์เข้าใจผิดว่าพี่รินกับมันมีความสัมพันธ์กันก็ได้ ไม่เห็นจะยากเลย”
“เราก็พูดง่าย ชีวิตคนนะหนูดี พี่แค่อยากรู้ว่าถ้าไม่ชอบใจกันแล้วชวนมาด้วยทำไม”
“ก็หนูดีอยากให้มันอิจฉาความสุขของหนูดีกับกรรณ์นี่คะ” หล่อนยักไหล่ยิ้มสมใจทั้งที่อีกใจหวาดหวั่น
“ไม่เอา พี่ไม่เล่นด้วยหรอก”
“แล้วพี่รินจะเสียใจหากไม่ฉวยโอกาสนี้เอาไว้”
เขาจำได้ว่าปฏิเสธนุดีไป แต่เพราะสาวสวยอวบอัดตรงหน้าที่เห็นดูเฉยเมยไม่มีทีท่าเล่นหูเล่นตาผู้ชายอย่างที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาเล่าก็ยิ่งทำให้อยากรู้อยากลอง หากพลาดจากเขาเกิดหล่อนไปเจอพวกฆาตกรฆ่าข่มขืนตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งขึ้นมา สู้ตกอยู่ในมือเขาเสียยังดีกว่า...
ดีกว่าเหรอ?
ไอ้รินเอ๊ย!
สารินส่ายหน้ากับความคิดบ้าบอของตัวเอง แต่พอหล่อนลุกออกไปด้วยท่าทางเมามายจะล้มมิล้มแหล่ เขาก็ลุกตามไปทันที ไม่ทันได้สนใจฟังคำพูดนุดีด้วยซ้ำ
นาทีนั้นเขารู้แค่ว่าหล่อนชื่อทิวา...
หญิงสาวที่ทำให้เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่านจนฉุดไม่อยู่จนยอมทำเรื่องบ้า ๆ ได้ขนาดนี้...
ไม่กี่นาทีต่อมาสารินก็ต้องส่ายหน้าทันทีที่เห็นหญิงสาวเป้าหมายยืนโก่งคออาเจียนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ในห้องน้ำหญิงแล้วจู่ ๆ หล่อนก็ทรุดลงนั่งกับพื้นปล่อยโฮเสียงดังจนเขาที่ยืนรีรออยู่พุ่งพรวดเข้าไป
“คุณ! เป็นอะไรมากไหม”
หล่อนปรือตาเอียงคอมองเขาแล้วเอ่ยน้ำเสียงยานคาง “หล่อจัง... คนหรือเทวดาเนี่ย”
“หา!”
“หาอะไร! ฉันยังไม่ตายคุณเทวดาไปรับคนอื่นเถอะ”
เออเว้ย!
คนสวยเมาแล้วยังเพ้อเจ้อได้อีก...
สารินครุ่นคิดแต่ตอบหล่อนไปอีกแบบ “คุณยังไม่ตายหรอก ถ้าตายจะมาพูดกับผมได้ไง” เขาตอบพลางส่ายหน้า “มา... ผมช่วย”
ชายหนุ่มผุดลุกยืนแล้วหิ้วปีกหล่อนแต่หญิงสาวปัดป้องทั้งที่คอพับคออ่อน หล่อนหรี่ตามองเขาแล้วผลักจนหงายหลังก้นจ้ำเบ้า
“ถอยไป มาทำอะไรในห้องน้ำหญิง หรือว่า... นายจะเป็น... เป็น!”
หล่อนชี้หน้าเขาไม่พอยังร้องเสียงหลง สารินถึงกับพรูลมหายใจนับหนึ่งถึงสิบผสมสุภาษิตคำพังเพย
อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา...
“ผมมาช่วยคุณไม่ใช่จะมาทำร้ายคุณนะ” เขายังคงใจเย็นกับหล่อนตั้งใจพยุงให้ลุกแต่หล่อนปัดป้องไม่พอร้องตะโกนให้คนช่วย
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
สารินรีบตะครุบปากแล้วตะคอกใส่ทันที “จะบ้าเหรอคุณ! ใครไปทำอะไรให้ ร้องยังกับหมูถูกเชือด!”
“ก็คุณลวนลามฉัน”
“ผมยังไม่ได้ทำไรเลย”
เพียะ!
“คุณตบผมทำไม!”
“ก็เนี่ย!” หล่อนตะคอกตอบแล้วชี้มือไปด้านล่าง “มือน่ะ... มือ!”
สารินชะงักก้มตามจึงรู้ว่ามือข้างที่ว่างของเขาแตะที่หน้าอกของหล่อนโดยบังเอิญ
นี่มันหน้าอกหรือไข่ฟูทำไมช่าง...
ชายหนุ่มส่ายหน้าสะบัดไล่ความคิดเลว ๆ ตอบหล่อนไปทันที “โทษที ๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่แน่ถ้าคุณพยศมาก ๆ ผมหน้ามืดขึ้นมาอาจจะทำจริงก็ได้”
“คุณว่าอะไรนะ”
หล่อนยืนโงนเงนสะบัดหน้าไปมาท่าทางเหมือนจะหลับมิหลับแหล่ จนสารินส่ายหน้าด้วยความสมเพช
“ไป ผมไปส่งที่โต๊ะเพื่อนคุณก็แล้วกัน นี่คุณ คุณ!”
ไม่ทันที่จะได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ร่างเล็กอวบอิ่มก็ผล็อยหลับคอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา กรุ่นกลิ่นกายสาวหอมหวานจนสารินสะดุดใจและเผลอกดริมฝีปากแผ่วเบาที่เรือนผมนุ่มนิ่มของหล่อนแล้วต้องผงะ
นี่เราทำบ้าอะไรไปวะ!
สารินสะกดอารมณ์พุ่งพล่าน ผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ช่างทำให้เขารู้สึกถึงความต้องการรุนแรงขนาดนี้ได้ยังไง!
เพราะหล่อน!
ผู้หญิงที่จับพลัดจับผลูมาหล่นในอ้อมกอดของเขาคนนี้คนเดียว...
นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนสารินก็ถอนหายใจ ก้มลงมองดูหญิงสาวแสนพยศอีกครั้ง หล่อนหันกลับมาช้า ๆ ทั้งที่ห่มผ้าคลุมมิดถึงคอ ร่างอวบอัดค่อย ๆ แย้มริมฝีปากคล้ายยิ้มดูเป็นมิตรกับเขามากขึ้น หล่อนลุกนั่งก่อนที่มือเรียวสั่นน้อยๆ จะโผล่พ้นผ้าห่มออกมา
“ตกลงจำได้แล้วใช่ไหม ฟังผมได้แล้วใช่ไหม”
“คือ... ฉัน คือ...”
สารินยิ้มกริ่มในหน้า หล่อนคงทำใจได้แล้ว ถึงเวลาเจรจากันสักที มาถึงขนาดนี้หล่อนจะไปไหนเสียได้นอกจากต้องตกลงตามข้อเสนอของเขา
“ว่าไง”
