ตอนที่2/1 คุณหนูตระกูลจาง (1)
บรรยากาศในรถเงียบสงัดทั้งแปลกประหลาดมาตลอดทาง ไม่ทราบแปลกยังไง จูลี่ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ คงเพราะบอดี้การ์ดบ้านจิ่นยี่นิสัยใจคอเหนือความคาดหมายไปมาก สิ่งที่ซักซ้อมไว้ไม่ได้หยิบออกมาใช้ เธอเลยทำตัวไม่ค่อยถูกเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าจะไม่มีการพูดคุย ทางหนึ่งโล่งอกอีกทางรู้สึกอึดอัดในเวลาเดียวกัน
ขบวนรถยนต์หรูหราสีดำขับมาได้สักพักก็เลี้ยวเข้าไปเรียงตัวจอดยังลานหน้าอาคารสำนักงานสองคูหา จูลี่ศีรษะโงนเงนเป็นลูกข่างมาตลอดทาง พอล้อหยุดนิ่งก็งัวเงียตื่นเพราะเสียงคนปลุก เธอเป็นคนที่เมื่อเดินทางทีไรมักจะง่วงเหงาหาวนอน เวลานี้สมองยังไม่ทันจะปรับสมดุลจึงครางในลำคอเหมือนแมวถามออกไป
“ถึงแล้วเหรอ หื้ม?ที่นี่ที่ไหน” จูลี่หันคอซ้ายขวา พบว่ารถจอดอยู่ในลานจอดรถสาธารณะ ไม่ใช่บ้านจิ่นยี่แต่อย่างใด
ชายหนุ่มที่ราวกับสลักออกมาจากตอไม้ทางด้านข้างไม่สนใจตอบคำถาม รอคนขับมาเปิดประตูรถให้แล้วก้าวช่วงขาที่สุดแสนจะยาวลงไป จูลี่ยืดหลังตรงตื่นจากอาการสะลึมสะลือ พอคนขับอ้อมมาเปิดประตูให้เธอพร้อมผายมือเชิญอย่างสุภาพ รูปร่างหน้าตาอีกฝ่ายสุภาพกว่าบอดี้การ์ดเฉยชาคนนั้นเป็นไหนๆ จูลี่จึงถามคนขับรถสวมแว่นสายตาเสียงเบา
“ที่นี่ที่ไหน พวกเราต้องกลับบ้านกันไม่ใช่เหรอ”
คนขับรถเหลือบมองไปทางหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างระมัดระวังก่อนตอบ “คุณผู้หญิงอย่าพึ่งใจร้อน ต้องทำเรื่องที่สำนักงานเขตให้เรียบร้อยก่อนถึงจะกลับบ้านได้ครับ ผมชื่อช่วยอี ช่วยที่แปลว่าหล่อเหล่าดูดี กับอีที่แปลว่าหนึ่งเดียวครับ”
“ฮาฮ่า ที่แท้ก็สุดหล่อหนึ่งเดียวนี่เอง หน้าตากับชื่อเหมาะสมคล้องจอง ฉันพอจะจำนายได้” จูลี่ตีเนียนไหลไปตามน้ำ ค่อยๆ โน้มศีรษะไปใกล้ช่วยอีเพื่อกระซิบถาม “ฉันไปอยู่ต่างประเทศนานเลยหลงลืมไปบ้าง หัวหน้าของนายคนนั้นชื่ออะไร”
“หัวหน้า? ...” ช่วยอีกำลังจะตอบ คนทางด้านนั้นก็ส่งเสียงขัดจังหวะ เร่งให้ช่วยอีพาจูลี่ตามเขาเข้าไปในสำนักงาน
ทั้งสามคนเข้าไปในตัวอาคาร ตรงไปยังแผนกที่ขึ้นป้ายใหญ่แยกสองทางระหว่างจดทะเบียนสมรสกับหย่าร้าง จูลี่กลอกตาล่อกแล่กมองช่วยอีตระเตรียมเอกสาร ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่อันตราย จนพนักงานเขตสอบถามเล็กน้อยและขอทะเบียนบ้าน วินาทีนั้นสมองทึมทึบพลันกระจ่าง วิเคราะห์ได้แล้วว่าพวกเขาพาเธอมาทำอะไร
“นี่!....คุณจะจดทะเบียนสมรสกับฉันงั้นเหรอ บ้าหรือเปล่า!!!” เรื่องบ้าๆ ต้องตกใจสามครั้ง
ฉันพึ่งบรรลุนิติภาวะไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเองนะ อีกอย่างใครเขาแต่งงานกับคนแปลกหน้าง่ายๆ แบบนี้…
คนด้านข้างหันคอมองช้าๆ สายตาคมกริบสำรวจสีหน้าเหลอหลาแตกตื่นของจูลี่จนแน่ใจว่าเธอไม่ได้แกล้งไม่รู้จักเขา ค่อยเปิดปากพูด ท่าทีเปลี่ยนเป็นสนใจ
“ฉันถูกใจเธอ แต่งกันวันนี้ สามวันให้หลังค่อยหย่าแยกย้ายกัน ค่าตอบแทนช่วยอีจะจัดการให้เอง”
จูลี่บีบหว่างคิ้วแน่นเริ่มนั่งไม่ติด “ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงินสักหน่อย คนปกติที่ไหนเขาทำแบบคุณกันเล่า เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน คุณไม่ใช่บอดี้การ์ดที่จะมารับฉันกลับบ้านวันนี้เหรอ”
ช่วยอีที่ยืนสงบเรียบร้อยอยู่ไม่ไกลเป็นคนตอบแทน “นายน้อยของเราจะเป็นบอดี้การ์ดได้ยังไงกันครับ คุณผู้หญิง นายน้อยของเรามีชื่อเสียงเชื่อถือได้ในจื้อตู คุณผู้หญิงมั่นใจได้เลยว่านายน้อยให้สัญญาแล้วไม่คืนคำ”
ใครจะไปเชื่อ เห็นเธอเป็นเด็กอมมือหรือไง ซวยชะมัด พึ่งมาต่างประเทศครั้งแรกก็โดนมิจฉาชีพหลอก จูลี่หรี่ตาลอบประเมินชายหนุ่ม ท่าทางภูมิฐานหยิ่งเกินไป หน้าตาก็ออกจะหล่อ นักแสดงจีนแผ่นดินใหญ่ที่มาแรงในตอนนี้ยังรูปโฉมห่างชั้นกับเขาด้วยซ้ำ ไปทำมาหากินสุจริตง่ายกว่ามั้ง มารังแกหญิงสาวตัวน้อยๆ คนหนึ่ง เงินที่ได้มันน่าภาคภูมิใจตรงไหน
จูลี่เผยสีหน้าเสียดายและไม่พอใจในเวลาเดียวกัน “แค่ใบหน้าของคุณก็หาเงินได้เยอะกว่าฉันที่ต้องหลังขดหลังแข็งทั้งปีแล้ว แทนที่จะใช้ให้เกิดประโยชน์แต่กลับเลือกทางผิด ลูกพี่ใหญ่ เลิกอาชีพพรรค์นี้เถอะ เชื่อฉันนะก่อนที่มันจะสาย”
พรืด!!! ช่วยอีได้ยินเต็มสองรูหู เกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง แน่นอนว่านายน้อยหล่อเหลามาแต่เกิด ออร่าเปล่งประกายฆ่าพวกนักแสดงชั้นนำในประเทศตายเรียบได้สบายๆ แต่สาวน้อยกลับเข้าใจผิดคิดว่าเป็นมิจฉาชีพ…
“คุณคือคุณชายรองเฮ่อหลง น้องชายของท่านประธานใหญ่เฮ่อซื่อกรุ๊ป” พนักงานสำนักงานเขตพึมพำอย่างตื่นตะลึง หลังได้เห็นข้อมูลส่วนบุคคลคร่าวๆ ประจักษ์แจ้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาเหมือนเห็นเทพเร้นลับลงมาปรากฏตัวก็ไม่ปาน
เฮ่อหลงล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเอาบัตรประชาชนออกมายื่นให้จูลี่ดู “ยังมองว่าฉันเป็นมิจฉาชีพอยู่ไหม?”
“คุณชายรองเฮ่ออะไรฉันไม่เห็นรู้จัก บัตรปลอมหรือเปล่า”
