ที่ซ่อนของลูกแกะ
"เอาขนมใส่ไส้สองห่อค่ะ...เอ...หน้าตาคุ้นจังเลย"
เมื่อทางนั้นทักแบบนั้น เล่นเอาแม่ค้าสาวตัวเล็กบาง หน้าเป็นมันเพราะเหงื่อ ถึงกับสะดุ้งเฮือกสุดตัว แล้วเอาหมวกที่กำลังสวม หลุบบังหน้าให้มากขึ้น เธอไม่พูดทักตอบ ใจสั่นริกไปหมด...ด้วยความหวาดระแวง
"น้องเอยหรือเปล่าคะ ใช่น้องเอยลูกป้าบัวไหมคะ"
"อ๋อ...ไม่ใช่ค่ะ หนูเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้ค่ะ"
พอได้ยินทางนั้น ทักออกมาไม่ใช่ชื่อของเธอ ลวณาก็กล้าเงยหน้าให้ทางนั้นได้เห็นหน้าค่าตาเธอเต็มๆ ลูกค้าเอ่ยขอโทษที่ทักทายคนผิด ลวณาส่งถุงขนมให้อีกฝ่ายและรับเงินใส่ในกล่อง พลางถอนใจเฮือกใหญ่
มือของเธอวางทาบที่หน้าท้อง...ที่นูนขึ้นมาเล็กน้อย
ตาของเธอฉายแววเศร้าชั่วแวบ หัวใจที่คิดว่าเธอประกอบมันใหม่จนแข็งแกร่งดุจเดิมแล้ว มันเริ่มมีรอยปริแยก...และเริ่มร้าว
หยุดเดี๋ยวนี้นะนิ้ม...
เธอต้องหยุดคิดถึงคนเลวนั่น
เสียงของลูกค้าดังถามเรื่องขนม ทำให้เธอเลิกสนใจกับตัวเองได้ชั่วคราว ทักทายตอบแบบยิ้มแย้มแจ่มใส มือก็ยื่นขนมสำหรับชิมให้ทางนั้น ซึ่งไม่มีใครที่ได้ชิมแล้วจะไม่ซื้อ เพราะขนมของเธอสะอาด อร่อย เป็นขนมไทยเจ้าเดียวในตลาดนัดแห่งนี้
ลวณามาตั้งแผงขนมของเธอตอนเช้าพอตกบ่ายขนมมักจะหมด โดยมีผู้ชายหน้าใสร่างเพรียวมาคอยกุลีกุจอช่วยเหลือ เธอคือคนหน้าใหม่สำหรับคนละแวกนี้ หญิงสาวตัวเล็กบางหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก พูดหวานขานเพราะ กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ กับผู้ชายตัวบางพูดจาอ่อนน้อม ดูสุภาพ เป็นที่ยอมรับของคนในชุมชนได้โดยไม่ยาก ทั้งสองมาเช่าบ้านอยู่เมื่อสองเดือนก่อน กับหมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองต่างจังหวัดอันแสนสงบ มากันเพียงสองคนและแมวอีกหนึ่งตัว แมวของเธอมีเอกลักษณ์เพราะเป็นแมวพันธ์ต่างประเทศ ไม่ใช่แมวพันธ์ไทย ท่าทางของคนทั้งสองดูดีมีฐานะ แต่มาทำขนมก็ดูจะแปลกๆ นิดหน่อยถ้าจะมาเริ่มต้นด้วยงานขายขนมตามตลาดนัดแบบนี้
เธอขายขนมในราคาไม่แพง เพราะต้นทุนวัตถุดิบหาได้ในท้องถิ่น ขายหมดทุกวันบางทีมีคนมาเหมาก่อนตั้งแผงด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าธุรกิจเล็กๆ ของเธอเป็นไปได้ด้วยดี และพอจะทำให้ลวณามองเห็นแนวโน้มว่าจะต่อยอดไปอะไรได้บ้าง
เธอเหมือนคนล้มกลิ้งไปแล้ว และกำลังค่อยๆ ลุกขึ้นใหม่
เธอทิ้งทุกสิ่งไว้...หนีออกมาเสียจากที่ตรงนั้น ตั้งแต่รับรู้เรื่องแสนบัดสีนั่น
หยุดคิดได้แล้ว...
ตอนนี้เธอมีชีวิตใหม่แล้ว
แม้จะบอกตัวเองแบบนั้น แต่ความเศร้ายังคงซ่อนอยู่ในแววตา ความทุกข์ยังคงเร้นอยู่ในใจ ใจบอกให้ลืมแต่กลับมีพยานย้ำเตือนถึงอดีตรักอันหวานหอมที่สุด และเจ็บช้ำที่สุดของเธอ
เจ้าตัวน้อยในท้องที่อุบัติขึ้นมาเป็นพยานรักระหว่างเธอกับชายเลวคนนั้น
"ขายหมดแล้วเหรอพี่นิ้ม"
เสียงทุ้มดังขึ้น กระชากสติให้กับลวณา เธอหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เขาไม่ชอบให้เธอเหม่อลอยไร้สุข
"อื้อ หมดแล้ว"
"กลับบ้านกัน วันนี้ผมซื้อก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยมาฝาก อ้อ...แล้วมีแตงโมที่พี่อยากกินด้วยนะ"
"พูดถึงแล้วพี่หิวเลยแหะ ต้องรีบกินก่อนบ่ายสามนะ เดี๋ยวถึงเวลาเจ้าตัวยุ่งแผลงฤทธิ์ พี่จะกินอะไรไม่ได้เลย"
"ตอนนี้บ่ายโมงแล้ว"
ทางนั้นเอ่ยออกมากลั้วหัวเราะ แล้วถอนใจพร้อมกับขยับเข้าใกล้เธอ เขาโอบไหล่เธอแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน
"ตัวแสบของพ่อ อย่าป่วนแม่เค้ามากล่ะ อยู่สงบๆ บ้างสงสารแม่บ้าง"
คำว่าพ่ออันแสนอ่อนโยนจากปากของเขา ทำให้ลวณาน้ำตาคลอ เธอมองหน้าคมสันนั้นแล้วเอ่ยออกมาเสียงพร่า
"ขอบใจมากนะบอม"
"อย่าร้องไห้สิพี่นิ้ม" เลอสรรค์ดุเธอ แล้วบีบไหล่มนเบาๆ
"ถ้ามีน้ำตาอีก ผมจะไม่อยู่ด้วยแล้วนะ"
"อื้อ...ขู่พี่เหรอ? ทิ้งพี่ลงหรือยังไงกัน"
ตัดพ้อไปแบบนั้น น้องชายเลยหัวเราะ แล้วบีบจมูกเธอเบาๆ
"ถ้าทิ้งลง ผมคงไม่พาพี่กับหลานหอบหิ้วทิ้งทุกอย่างมาถึงนี่หรอกครับ หึๆ เราไม่เล่นบทดราม่ากันแล้วพี่สาวผม ต่อไปเราจะเล่นแต่บทมีความสุข สัญญากับผมสิ"
"ไม่กล้าสัญญา"
ลวณาว่า แล้วก็หัวเราะบ้าง เลอสรรค์มองค้อนเธอ ใช่...เขาค้อน ค้อนได้น่ารักกว่าเธอเสียอีก
สองคนที่คุยหยอกกันหนุงหนิง ช่วยกันเก็บของขึ้นรถกระบะ สิ่งที่คนแถวนั้นได้เห็น คือหนุ่มสาวที่กำลังสร้างชีวิตครอบครัวอย่างแสนสุข
ความเป็นจริงแล้วคือน้องพาพี่สาวหนีจากคนพาลเพื่อมาสร้างชีวิตใหม่ด้วยกันเงียบๆ
ลวณาไม่มีโทรศัพท์ และไม่มีสื่อโซเชียลใดๆ อีกเลย เธอเลือกที่จะตัดขาดทุกการติดต่อ
เธอกำลังหนีมาหลบซ่อนภัยจากหมาป่า...
เธอหวังว่าเขาจะถอดใจและตามหาเธอไม่เจอ...
เธอหวังว่าน้ำฟ้าจะอยู่แทนที่เธอ
ลูกของน้ำฟ้าต้องมีพ่อ
ลูกของเธอก็มีพ่อแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เขา
