ตอนที่ 6 ลองได้เช่นไร เจ้าไม่มีพลังวิญญาณ
โจวเฟิงพยุงชายหนุ่มให้มานอนที่เตียงกว้าง ร่างกายของอวี๋หมิงช่วงนี้ผอมลงไปมาก อาจจะเพราะอาการบาดเจ็บจึงทำให้ชายหนุ่มไม่ลำบากเท่าไหร่ ในการแบกชายหนุ่มให้มานอนที่เตียง ก่อนจะรีบไปนำผ้าขาวชุบน้ำมาเช็ดกำเดาที่ไหลออกมาอย่างเบามือ หากผู้อื่นมาเห็นในสภาพนี้ชายหนุ่มอาจถูกเพ่งเร่งได้ว่าเป็นคนลงมือทำร้ายอวี๋หมิง
"โชคดีที่วันนี้ข้าอยู่ มิเช่นนั้นเจ้าได้ล้มหัวฟาดพื้นเป็นแน่ เจ้ารอเดี๋ยว ข้าจะไปตามรองเจ้าสำนักมาดูอาการเจ้า"
โจวเฟิงเอ่ยทั้งที่อวี๋หมิงยังคงสลบอยู่ รองเจ้าสำนักคือจ้าวเหวินอู๋พี่ชายคนชายหนุ่มนั่นเอง แต่ขณะที่กำลังจะหมุนตัวไปตามกลับถูกมือหนาของคนที่สลบไปคว้าเอาไว้ก่อน โจวเฟิงรีบนั่งลงที่ข้างเตียงทันทีเมื่อรู้ว่าอวี๋หมิงฟื้นแล้ว ใบหน้าคมค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทีอิดโรย
"เจ้ามิต้องไปตามรองเจ้าสำนัก"
เสียงแหบแห้งแทบฟังมิรู้ความเอื้อนเอ่ยบอกชายหนุ่ม
"เจ้าเจ็บหนักถึงเพียงนี้ เช่นไรก็ต้องรักษา"
โจวเฟิงเอ่ยบอกอย่างทนดูมิได้ เขามิเพียงสลบแต่ถึงขึ้นกำเดาไหลออกมา อีกอย่างรองเจ้าสักหนักมีวรยุทธ์สามารถใช้พลังรักษาได้ หากเรื่องนี้เป็นความลับมิอาจไปเรียกท่านหมอให้มารักษาในยามวิกาลได้
"มิต้อง"
อวี๋หมิงเอ่ยเพียงสั้นๆ เขามักเป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง หากทุกครั้งต้องไปบอกท่านพี่เกรงว่าจะยิ่งทำให้เป็นกังวลมากขึ้น โจวเฟิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า พลางเกิดคำถามขึ้นมาในใจ แท้จริงแล้วอวี๋หมิงเป็นโรคอะไรกันแน่ แล้วเหตุการณ์วันนั้นที่เขาได้ยินที่หน้าเรือนเจียนมีลิ่วคือสถานการณ์อันใดกัน
"เจ้ากลับไปเถิด"
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนิ่งเงียบเหมือนใช้ความคิด บวกกับที่เขาก็ไม่อยากให้ผู้อื่นรู้ความลับไปมากกว่านี้ด้วย จึงคิดจะไล่โจวเฟิงไปให้เร็วที่สุด โจวเฟิงพยักหน้าเนื่องด้วยชายหนุ่มมิต้องการความช่วยเหลือ เช่นนั้นขาก็มิอาจทำอันใดได้ อีกอย่างชายหนุ่มไม่มีพลังวิญญาณจะให้ช่วยเหมือนอย่างที่ศิษย์คนอื่นๆก็คงมิได้ เมื่อคิดๆได้เช่นนั้นก็ลุกออกจากเตียงเดินไปปิดหน้าต่างที่ตนเข้ามาและออกไปทางประตูแทน
มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูไม้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความลังเล ภาพเมื่อตอนกลางวันที่ตนสามารถใช้พลังวิญญาณได้ฉายขึ้นมาในหัว หรือว่าตนจะลองดูอีกครั้ง แต่ทว่าวันนี้ทั้งวันเขาก็ลองแล้ว ผลที่ได้กลับมิได้เหมือนตอนที่ประลองในคาบเรียน มือหนาที่ทาบบนบานประตูเรือนแปรเปลี่ยนเป็นกำแน่น จากนั้นเดินมาหาชายหนุ่มที่เตียงเช่นเดิม
"ให้ข้าลองดูเถิด"
โจวเฟิงเอ่ยบอกคนที่นอนอยู่บนเตียง อวี๋หมิงที่หลับตาอยู่ค่อยๆลืมตาขึ้นมองชายหนุ่ม
"ลองได้เช่นไร เจ้าไม่มีพลังวิญญาณ"
ความจริงจากปากของอวี๋หมิงทำเอาชายหนุ่มเจ็บปวด ใบหน้าของโจวเฟิงดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ชีวิตของบุรุษที่ปราศจากพลังวิญญาณมันต่างอะไรจากคนธรรมดากัน
"เช่นนั้นก็ลองดูเถิด"
นี่นับเป็นเรื่องไร้สาระไม่กี่เรื่องที่อวี๋หมิงเลือกที่จะทำ ทั้งที่รู้ผลลัพธ์อยู่แล้วว่ามิได้ผล
โจวเฟิงพยักหน้า ก่อนจะวาดมือไปที่ด้านหน้า จากนั้นรวบรวมพลังวิญญาณตนเกิดแสงสีขาวจร้าที่ระหว่างมือ เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาจากหน้าผากเนียนเมื่อปลดปล่อยพลัง โจวเฟิงหลับตาลงเพราะความเหนื่อยล้า แสงสีขาวที่เปล่งออกมาก็เหมือนพลังวิญญาณของคนธรรมดา เรียกว่าพลังวิญญาณไม่ได้ด้วยซ้ำ ผู้ที่เป็นสายเลือดเซียนจะมีพลังวิญญาณสีฟ้า ความเข้มเพิ่มขึ้นตามพลังที่มีอยู่ ชายหนุ่มรู้สึกถอดใจ แต่ขณะที่กำลังจะล้มเลิกและเก็บพลังวิญญาณอยู่นั้น กลับเกิดแสงสีแดงออกมาระหว่างมือของชายหนุ่ม
แสงสีแดงสะท้อนในดวงตาของโจวเฟิง ชายหนุ่มรีบเงยหน้ามองอวี๋หมิงทันที แต่เมื่อเห็นว่าเขาหลับตาลงไปแล้วก็เบาใจ รีบเก็บพลังวิญญาณของตนเองไว้เช่นเดิม ก่อนจะมองฝ่ามือของตนอย่างมิอยากจะเชื่อ ชายหนุ่มยืนงงเช่นนั้นไปชั่วครู่ ในหัวเกิดคำถามขึ้นมามากมาย เมื่อกลางวันเกิดแสงสีฟ้าชัดๆเขาจำมิผิดแน่ เหตุใดตอนนี้กลับกลายเป็นแสงสีแดงไปได้ จากนั้นเดินไปหาเขาใกล้ๆ
"ขออภัยเจ้าด้วย"
ตุบ!
โจวเฟิงเอ่ยกับอวี๋หมิง เขาลืมตาขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ แต่เพียงอ้าปากกำลังจะเอ่ยถามกลับถูกโจวเฟิงสับไปที่คอเบาๆ เขาก็สลบไปทันที
