ตอนที่ 7 ระหว่างที่ข้าสลบไปเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่
"หวังว่ามันจะใช้วิธีการรักษาเหมือนกันนะ"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางถอยห่างเขาไปหนึ่งก้าว จากนั้นรวบรวมพลังวิญญาณอีกคร้ง เกิดแสงสีขาวระหว่างมือแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงจ้าออกมา โจวเฟิงวาดมือตามวิธีการที่เคยร่ำเรียน เป็นการถ่ายทอดพลังรักษาวิชาพื้นฐานที่ศิษย์ทุกคนในสำนักทำเป็น แสงสีแดงถูกส่งไปที่ตัวของอวี๋หมิง แต่จู่ๆกลับมีไอหมอกสีแดงเข้มกว่าค่อนไปทางดำ ออกมาจากบริเวณหน้าอกของอวี๋หมิง ชายหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจรีบเก็บพลังวิญญาณ พุ่งตรงไปเปิดอาภรณ์ของเขาทันที
ภาพบาดแผลขนาดใหญ่ดูแหวะหวะ อีกทั้งปานรูปหมาป่าครึ่งซีกปรากฎต่อสายตาของชายหนุ่ม เขามิแปลกใจเลยว่าไอหมอกที่ออกมาจากตัวอวี๋หมิงนั้นมาจากที่ใด ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตกใจ เขารู้แล้วว่านี้คือพลังวิญญาณของพวกสายเลือดมาร และดูเหมือนว่าสีแดงที่เข้มจนจะกลายเป็นสีดำนั้น ต้องเป็นพลังที่แข็งเกร็งมากเพียงใด
"อวี๋หมิงมีพลังวิญญาณของพวกมารได้เช่นไร"
โจวเฟิงเอ่ยพึมพำออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
"มิถูก! ถึงตอนนั้นข้าจะเด็กมาก แต่อวี๋หมิงทดสอบพลังเซียนตอนอายุสิบสอง ข้าเห็นเองกับตาว่าเขามีสายเลือดเซียน อีกทั้งพลังวิญญาณยังเป็นสีฟ้าเข้มบริสุทธิ์ เป็นสายเลือดเซียนอย่างมิต้องสงสัย เช่นนั้นทางเป็นไปได้คือเขาต้องถูกเผ่ามารทำร้ายสาหัสมาเป็นแน่ถึงได้บาดเจ็บหนักเพียงนี้ แต่ก็......แผ่นดินเซียนกับมารมิอาจข้ามเขตแดนมาพบกันได้หลายสิบปีแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จู่ๆเขาจะมาถูกพวกเผ่ามารทำร้ายได้"
ขณะที่กำลังใช้ความคิดกับสถานการณ์ที่ตนเห็น ดวงตาคมก็เหลือบไปเห็นโลหิตที่ไหลออกมาจากจมูกโด่งอีกครั้ง
"เอาเถิดช่วยคนก่อน"
โจวเฟิงเอ่ยจบก็ถ่ายทอดพลังวิญญาณออกมา จากนั้นชี้ไปทางอวี๋หมิง ถ่ายเทพลังรักษาให้เขา เพราะนี้เป็นการใช้พลังวิญญาณครั้งแรกในชีวิต ทำให้เขาไม่ชำนาญจนสูญเสียพลังตนไปมาก เม็ดเหงื่อไหลออกมาจนชุ่มไปทั้งตัวของชายหนุ่ม แต่ถึงเช่นนั้นเขาก็มิหยุกรักษา จนเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามก็ผ่อนคลายและเก็บพลังลง
"น้ำ น้ำ!"
เพล้ง!
โจวเฟิงเอ่ยพลางคลานไปรินชามาดื่มเหมือนคนกระหาย แต่เพราะมิทันระวังจนทำถ้วยชาตกแตกเต็มพื้น ไม่ว่าเขาจะดื่มไปมากเพียงใดก็มิอาจดับกระหายได้ จึงยกทั้งกาดื่มจนหกชุ่มตัว
เฮ้อ~
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นั่งพิงโต๊ะน้ำชาที่พื้นด้วยสภาพหมดแรง มองไปยังเตียงกว้างที่อวี๋หมิงนอนหลับอยู่ไม่ได้สติ ไอสีแดงเข้มที่ลอยออกมาจากบาดแผลหายไปแล้ว ดูเหมือนว่าที่เขาเจ็บปวดนั่นเพราะพลังมารที่อยู่ในตัวเขาเป็นแน่ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบข้าวของสำหรับทำบาดแผลที่อวี๋หมิงใช้เป็นประจำที่วางไว้บนโต๊ะตำรา ไปทำแผลให้เขาอย่างเบามือ ขณะที่ใส่ยาเขามีอาการสั่นเทาเล็กน้อยเพราะความเจ็บแต่ก็มิได้รู้สึกตัว ชายหนุ่มทำแผลเสร็จก็พันผ้าอย่างเรียบร้อย และจัดอาภรณ์ให้เข้าที่ ห่มผ้าอย่างดี
เสียงแว่วเข้าหูขาวได้ยินเสียงของการเคลื่อนไหวดังเข้ามา ทำให้ชายหนุ่มชะงักมือนิ่ง เขามองสภาพห้องที่แหละทั้งข้าวของที่กระจัดกระจาย ถ้วยชาที่ตกแตกลงพื้น ดูเหมือนว่าจะเก็บไม่ทันเสียแล้ว ไว้เท่าความคิดก่อนที่จะถูกจับได้ โจวเฟิงพุ่งออกทางหน้าต่างบานเดิมที่เข้ามา ก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกเปิดออกแค่เพียงเสี้ยววินาที
ปัง!
จ้าวเหวินอู๋พุ่งเข้ามาในห้องเสียงดัง จากนั้นรีบวิ่งมาหาผู้เป็นน้องชายที่นอนอยู่บนเตียง ตรวจอาการและพยายามเขย่าตัวเพื่อปลุกแต่ไร้การตอบสนอง เขาจึงปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาและส่งไปที่อวี๋หมิง เพียงไม่นานเปลือกตาหนาก็ลืมขึ้น
"เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง"
จ้าวเหวินอู๋เอ่ยถามผู้เป็นน้องชายด้วยความเป็นห่วง อวี๋หมิงส่ายหน้าก่อนจะยัดกายลุกขึ้นนั่ง เขากวาดตาไปทั่วห้องพบว่าไม่เห็นโจวเฟิงอยู่ในห้องนี้แล้ว อีกทั้งร่างกายกลับรู้สึกดีและสบายตัวอย่างน่าประหลาด
"นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่"
เหวินอู๋เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ เขาได้รับรายงานจากยามลาดตระเวนว่าพบแสงสีแดงสว่างออกมาจากเรือนของอวี๋หมิง แต่พอเขารีบมากลับไม่พบแสงนั้นแล้ว เห็นเพียงสภาพห้องที่กระจัดกระจายรวมทั้งน้องชายที่หลับมิได้สติ
"โจรขึ้นเรือนอย่างนั้นหรือ เจ้าเป็นอันใดหรือไม่"
"มิใช่ขอรับ ข้ามิทันระวังจนทำข้าวของตกก็เท่านั้น"
"เช่นนั้นก็แล้วไป ขอข้าตรวจอาการเจ้าหน่อย"
จ้าวเหวินอู๋เอ่ยจบก็ส่งพลังวิญญาณไปที่หน้าผากของอวี๋หมิง คิวหนาขมวดเข้าหากันรู้สึกแปลกใจ อาการก่อนหน้านี้เมื่อกลางวัน สภาพผู้เป็นน้องชายสาหัสมากแต่ตอนนี้กลับดีขึ้นมากว่าห้าในสิบส่วน ทั้งที่ทุกครายามที่ท่านหมอมารักษาไม่เคยดีขึ้นถึงสามส่วนด้วยซ้ำ
"เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่าก่อนหน้าไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่"
"ข้าแน่ใจขอรับ มีอันใดอย่างนั้นหรือ"
อวี๋หมิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ถึงระหว่างที่สลบไปจะไม่รู้ตัวว่าเกิดอันใดขึ้นบ้าง แต่เขาจำได้ว่าถูกโจวเฟิงเด็กหนุ่มผู้นั้นฟาดเข้าที่สะบักหลังจนสลบไปแน่ๆ
"เวรยามที่ลาดตระเวณรายงานข้าว่าพบแสงสีแดงสว่างจ้าออกมาจากเรือนเจ้า"
คำพูดของท่านพี่ทำเอาเขาคิดไม่ตก แสงสีแดงงั้นหรือ
"คงเป็นเพราะไอของเผ่ามารที่บาดแผลข้าเป็นแน่ ท่านอย่าได้คิดมาก"
"หากเป็นเช่นนั้นข้าก็เบาใจ เกรงว่าจะมีผู้อื่นมาทำร้ายเจ้า"
"ท่านมิต้องห่วง สำนักกระบี่เซียนไหนเลยจะมีผู้ใดกล้าเข้ามาบุกรุก ท่านกลับไปพักผ่อนเถิด ข้าเองก็ไม่ไหวแล้วขอรับ แค๊กๆ"
โจวเฟิงเอ่ยไปออกมา จ้าวเหวินอู๋ที่เห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากเรือน อวี๋หมิงมองไปยังบานหน้าต่างที่ปิดอยู่แต่ยังมิได้ลงกลอน ก็รู้ได้ทันทีว่าคงเป็นเพราะเด็กหนุ่มผู้นั้นออกไปทางนี้เป็นแน่ แล้วแสงสีแดงนั่นแท้จริงเป็นไอที่ออกมาจากตัวเขา หรือว่าระหว่างนั้นเกิดเรื่องอันใดขึ้น
