ตอนที่ 5 โจรยามราตรีที่ทำตัวไม่สมฐานะ
สายลมอ่อนๆ พัดเอาใบไผ่แห้ง ที่ปลิวมาตามแรงลม ชายหนุ่มที่นอนแผ่ราบไปกับพื้นหญ้าหนาเอื้อมมือไปจับมันไว้ก่อนที่จะตกมากระทบไว้หน้า เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างผ่อนคลาย ชายหนุ่มมักชอบมานอนเล่นที่นี่เป็นประจำคนเดียว จนแทบกลายเป็นสถานที่ที่เขาสบายใจที่สุด คนอื่นอาจจะมองว่าเขาไม่เอาไหน ไม่สนใจการเรียนในห้องเรียน ความสามารถเองก็ไม่มี พลังวิญญาณไม่มี ชาติกำเนิดไม่รู้ว่ามาจากที่ใด แม้แต่สายเลือดยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเซียนหรือมาร คนเช่นเขาหากวันหนึ่งจะตายหรือหายไปตลอดกาลก็ไม่มีผู้ใดนึกถึงเป็นแน่
ตกดึกในคืนนั้น เรื่องที่กวนใจโจวเฟิงมาตลอด ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถสลัดมันออกได้ ความเงียบในช่วงต้นยามจื่อ มีเพียงแสงเทียนตามบริเวณทางเดินและหน้าเรือนต่างๆ ช่วงเวลาที่ผู้คนในสำนักล้วนหลับไหล่กันหมดแล้ว แต่กลับมีแสงเทียนจากเรือนหนึ่งที่ยังคงส่องสว่างอยู่
แก๊ก
เสียงกิ่งไม้หักเรียกความสนใจคนตัวโตที่กำลังอ่านตำราอยู่ในห้องให้หันไปทางหน้าต่าง
"มีอันใด"
"ถูกเจ้าจับได้จนได้"
โจรยามราตรีที่ทำตัวไม่สมฐานะ เปิดหน้าต่างกว้างพร้อมกับรอยยิ้มส่งมาให้ ก่อนที่จะปีนหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง
"เรือนข้ามีประตู"
"หากข้าเข้าทางประตู แล้วเจ้าจะเปิดให้ข้าเข้ามาดีๆงั้นหรือ"
"ไม่!"
อวี๋หมิงเอ่ยขณะที่ไม่ได้ละสายตาจากตำราในมือ และมิได้สนใจผู้มาใหม่ที่ทำตัวเหมือนอย่างโจรเลย โจวเฟิ่งเดินสำรวจภายในห้องอย่างถือวิสาสะ ทั้งที่ก่อนหน้าทั้งคู่ไม่ได้สนิทกันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
"เจ้าไม่ถามข้าหน่อยหรือว่าเหตุใดถึงมาหาเจ้าที่นี่"
"....."
"อวี๋หมิง เจ้าฟังข้าอยู่หรือไม่"
โจวเฟิ่งเอ่ยขณะเข้าไปนั่งที่ฝั่งตรงข้าม
"......"
"คุณชายผู้ได้รับฉายาสง่างาม อกผายไหล่ผึ่ง เหตุใดวันนี้ถึงได้..."
"เจ้าต้องการอันใด"
อวี๋หมิงเอ่ยขึ้นในที่สุด พร้อมเงยหน้ามามองชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่พอใจมากนัก เขาเกลียดความวุ่นวายเป็นที่สุด และโจวเฟิงเองเป็นคนที่เขาอยากที่จะถอยห่างให้ไกลที่สุดด้วยเช่นกัน เพียงเพราะเขาจับคู่สอบปฏิบัติเพียงครั้งเดียวและเรื่องที่ชายหนุ่มไปรู้ความลับของเขาเข้า กลับทำให้เขารู้สึกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เขาได้พบโจวเฟิงผู้นี้บ่อยขึ้น
"ข้ามีเรื่องสงสัยอยากถามเจ้าหน่อย"
"ข้าไม่มีคำตอบให้เจ้า"
อวี๋หมิงเอ่ยขณะที่ลุกขึ้น โจวเฟิงที่เห็นเช่นนั้นรีบคว้าเข้าที่แขนห้ามเอาไว้ ดวงตาคมปรายมองแขนของตนที่ถูกจับไว้กะทันหัน หลายปีมาแล้วที่ไม่มีผู้ใดสัมผัสตัวเขานอกจากคนในตระกูล โจวเฟิงมองอวี๋หมิงที่ส่งสายตาไม่พอใจแอบปนรังเกียจเล็กน้อยก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยมือ
"เดี๋ยวสิ เจ้ายังมิทันได้ฟังก็จะไปแล้วหรือ"
"ข้ามิได้ไปไหนเพียงแค่จะเอาตำราเก็บ และนี่มันเรือนข้า"
"จริงของเจ้า"
โจวเฟิ่งเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มร่า แต่เดินไปหา
"อวี๋หมิง...เอ่อ...เมื่อตอนกลางวันที่เราฝึกกัน เจ้ามีความรู้สึกว่าเจ้ากับข้าเข้ากันได้ดีหรือไม่"
"ไม่!"
อวิ๋หมิงเอ่ยอย่างมิต้องคิด
"นี่! เจ้าเอ่ยออกมาอย่ามิต้องระวังคำพูดเพื่อถนอมน้ำใจข้าหน่อยหรือ"
ใบหน้าของโจวเฟิงดูไม่พอใจ พลางโวยวายเมื่อได้ยินเช่นนั้น
"ไม่!"
"ไม่ ไม่ ไม่ เจ้านี้เอ่ยเป็นเพียงคำเดียวเลยหรืออย่างไร ข้ามาด้วยเจตนาดีนะ"
"เจตนาดีของเจ้าคือการปีนเข้าเรือนผู้อื่นทางหน้าต่างยามราตรีเช่นนั้นหรือ กฎของสำนักข้อที่เก้าสิบสอง ผู้ใดที่ส่งเสียงรบกวนหรือสร้างความรำคาญให้ผู้อื่นยามราตรี ถูกโบยยี่สิบไม้และคัดลอกคำภีสงบใจสามจบ แต่เจ้ายังทำผิดข้อที่สี่สิบแปด ลักลอบเข้าสถานที่หวงห้ามหรือเรือนของผู้อื่น ถูกโบยห้าสิบไม้และคัดลอกกฎสำนักยี่สิบจบ วันนี้ความผิดของเจ้าคือโบยเจ็ดสิบไม่ คัดลอกคำภีสงบใจและกฎสำนัก"
อวี๋หมิงเอ่ยอธิบายเสียยืดยาวให้ชายหนุ่มฟัง ทำเอาเขาอ้าปากค้างไม่รู้จะเอ่ยเช่นไร
"นี่! พูดกฎบ้าบออะไรของเจ้ากัน ข้าเพียงเป็นห่วงเลยมาดูเจ้าก็เท่านั้น เจ้าคงมิบอกเรื่องนี้กับเจ้าสำนักใช่หรือไม่"
พึบ!
เสียงตำราปิดลง อวี๋หมิงใส่ตำราไว้ที่ชั้นอย่างเรียบร้อย ก่อนจะหันมามองหน้าโจวเฟิงด้วยท่าทีจริงจัง
"ข้าทำ!"
เอ่ยจบก็กลับมานั่งที่เดิม แต่กลับถูกโจวเฟิงรั้งเอาไว้ จับเข้าที่หัวไหล่ด้านขวา ใบหน้าของอวี๋หมิงเปลี่ยนไปทันที ความเจ็บปวดที่บริเวณบาดแผลหน้าอกเข้าเล่นงาน แต่ถึงอย่างนั้นก็กำหมัดแน่นสบัดมือของชายหนุ่มออก
"เดี๋ยวสิ เจ้าจะทำเช่นนี้กับข้ามิได้นะ"
"เหตุใดจะมิได้ วันนี้เจ้าอยู่ที่นี่ก็เป็นหลักฐานที่เจ้าทำผิดได้แล้ว อีกอย่างเจ้ากับข้าอายุต่างกันถึงแปดปี ถึงแม้จะเรียนชั้นปีเดียวกัน แต่ตามกฎแล้ว เจ้าต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่"
"ไม่มีทาง ข้ามิยอม...."
"ปล่อย!"
โจวเฟิงยังเอ่ยไม่ทันจบ ก็ถูกอวี๋หมิงเอ่ยเสียงเข้ม เมื่อถูกชายหนุ่มจับเข้าที่ต้นแขนอีกครั้ง เนื่องด้วยครานี้เขามิอาจทนความเจ็บปวดได้อีกแล้ว แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดต่อโลหิตสีแดงสดกลับไหลออกมาจากจมูกโด่ง เปลือกตาที่หนักอึ้งมิอาจทนได้ต่อไปแล้ว จนสลบไปในที่สุด
"อวี๋หมิง! อวี๋หมิง!"
โจวเฟิงรีบคว้าชายหนุ่มเอาไว้ก่อนจะล้มลงไปที่พื้นด้วยความตกใจ
