บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 เจ้าคงไม่มีความคิดที่ว่า พลังวิญาณข้าจะปรากฎก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้เจ้าหรอกนะ

ดวงตาคมมองเด็กหนุ่มอย่างไม่ลดละ เขามิได้กังวลว่าหากผู้ใดรู้แล้วจะมากำจัดตนทิ้ง เนื่องด้วยแผ่นดินเซียนมิอาจมีสายเลือดมารได้ แต่หากเรื่องนี้มีผู้ใดรู้ว่าบุตรชายของสำนักกระบี่เซียนมีไอของชนเผ่ามารอยู่ในร่างกายแล้วปกปิด ยอมมิอาจประเมินถึงความเสียหายในอนาคตที่มีต่อสำนักได้ อีกอย่างสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ก็มิอาจต้านรับไอมารได้อีกแล้ว ในเมื่อไม่สามารถถอนพิษได้ เขาก็พร้อมตายไปกับมัน

“เมื่อคืนหลังเจ้าสลบไปแล้ว ข้าก็ใช้พลังวิญญาณรักษาบาดแผลบนตัวเจ้า”

“ใช้พลังวิญญาณรักษาข้างั้นหรือ….”

“เจ้าอาจจะไม่เชื่อ เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่เชื่อตนเองเหมือนกัน แต่ข้าใช้พลังวิญญาณรักษาเจ้าจริงๆ”

คำพูดของชายหนุ่มทำเอาอวี๋หมิงขมวดคิ้ว ทำให้นึกได้ว่าเมื่อคืนท่านพี่บอกเขาว่าเห็นแสงสีแดงสว่างออกมาจากห้อง แต่ไอมารที่อยู่ในตัวเขามันรุนแรงมากจนแทบเป็นสีดำ ทุกครามันไม่เคยเปล่งแสงสีแดงจนผู้คนที่อยู่ด้านนอกเห็นมาตลอดหลายสิบปี หรือทางเดียวที่เป็นไปได้มีเพียงแสงสีแดงนั้นมาจากเด็กหนุ่มผู้นี้

"......"

อวี๋หมิงเงียบไปชั่วครู่หลังได้ฟังคำบอกของตน ทำเอาโจวเฟิงลอบสังเกตท่าทีนั้น

"แสดงพลังวิญญาณของเจ้าออกมาซะ"

"เฮ้อ~ ข้าทำมันมิได้"

โจวเฟิงเอ่ยพลางนั่งลงที่เบาะรองนั่งด้วยสภาพหมดแรง ไม่ใช่ว่าคนไม่อยากแสดงให้เขาดู แต่เขาก็พยายามมันมาตลอดตั้งแต่เมื่อคืน มิเช่นนั้นคงไม่คลุกตัวอยู่ที่เรือนตำรานี้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะพลังวิญญาณเซียนหรือมาร เขาก็ไม่อาจทำมันได้ททั้งนั้น

อวี๋หมิงมองรายชื่อตำรามากมายที่อยู่บนโต๊ะก็เหมือนจะเข้าใจ

"หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนในเรือนเจ้า ข้าพยายามแล้วแต่กลับไร้ผล แท้จริงแล้วสิ่งที่ข้ารักษาเจ้าเมื่อคืนเป็นพลังวิญญาณหรือว่าพลังอันใดกันแน่ พลังของข้ามิเคยถูกปลุกสำเร็จเลยสักครั้งตั้งแต่อายุเจ็บขวบ"

"พูดอันใดของเจ้ากัน วกไปวนมาทำข้าฟังมิเข้าใจ"

คำพูดของเด็กหนุ่มทำให้เขารู้สึกสับสน ก่อนหน้าบอกเขาว่าใช้พลังวิญญาณรักษา เดี๋ยวก็บอกว่ามันไม่ใช่ แท้จริงแล้วมีหรือไม่มีพลังวิญญาณกันแน่

"ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน"

"หากเจ้าไม่สามารถแสดงมันออกมาให้ข้าเห็นได้ เช่นนั้นช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่"

"......"

โจวเฟิงพยักหน้าก่อนจะเริ่มเล่าให้เขาฟังอย่างละเอียด อวี๋หมิงมีความรู้และความสามารถ บางทีเรื่องนี้เขาอาจให้คำตอบแก่ตนได้ ชายหนุ่มไม่เพียงเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟัง แต่ยังรวมถึงความรู้สึกคราแรกที่ได้ประลองด้วยกันอีกด้วย พลังนี่มันแปลกประหลาด จะเซียนก็มิใช่จะมารก็ไม่เชิง ติดๆดับๆใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง

"เจ้าจะบอกว่าวันนั้นที่ลานประลอง ข้าถูกเจ้าทำร้ายจากพลังเซียน แต่เมื่อคืนเจ้ารักษาข้าโดยใช้พลังมารเช่นนั้นหรือ"

อวี๋หมิงเอ่ยอย่างสรุปตามคำพูดของเด็กหนุ่มที่พยายามจะสื่อ

"จากสิ่งที่ข้าคิดก็เป็นเช่นนั้น ส่วนเรื่องที่ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้างข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน"

โจวเฟิงเอ่ยทุกอย่างเท่าที่ตนเองรู้ในตอนนี้ไปจนหมด เรียกได้ว่าไม่มีความลับกับอวี๋หมิงเลยแม้เพียงเรื่องเดียวทั้งที่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของตน และเลือกที่จะไม่เล่าทั้งหมดเลยก็ได้

"เพียงแค่สองคราเท่านั้นหรือ"

"ใช่ ใช่ ใช่ พลังวิญญาณของข้าเคยปรากฎเพียงแค่สองข้ายามที่อยู่กับเจ้า"

สิ้นคำชายหนุ่มทั้งคู่ก็สบตากันทั้งที โจวเฟิงเหมือนจะคิดอันใดได้ แต่ก็ไม่อยากที่จะเชื่อ

"เจ้าคงไม่มีความคิดที่ว่า พลังวิญาณข้าจะปรากฎก็ต่อเมื่ออยู่ใกล้เจ้าหรอกนะ"

โจวเฟิงชิงเอ่ยขึ้นก่อนเมื่อรู้ว่าความคิดของตนคงเหมือนอวี๋หมิงเป็นแน่

"ลองดูอีกทีได้หรือไม่"

สิ่งที่อวี๋หมิงอยากรู้ไม่เพียงเรื่องที่เด็กหนุ่มรู้ความลับของเขา แต่หากพลังที่รักษาให้เขาเมื่อคืนได้ผล นี่อาจเป็นความลับอย่างหนึ่งในการแก้คำสาปก็เป็นได้

"ที่นี่คงไม่เหมาะ"

โจวเฟิงเอ่ยพลางมองไปรอบๆ ถึงไม่มีผู้ใดอยู่ก็จริง แต่ถ้าหากตนสามารถปล่อยพลังวิญญาณออกมาได้จริงๆยามที่อยู่กับอวี๋หมิง เกรงว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากตามมา อวี่หมิงพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินนำออกไป

"นี่เดี๋ยวสิ! รอข้าด้วย~"

โจวเฟิงเอ่ยพลางลนลานรีบเก็บตำราบนโต๊ะ และวิ่งออกไปจากหอตำราเพราะกลัวว่าจะตามเขาไม่ทัน

ภายในหอตำรากลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง พร้อมกับตำราหนึ่งเล่มที่ตกอยู่บนพื้นเพราะความไม่ระวังของโจวเฟิงเมื่อสักครู่ แต่จู่ๆกับมีมือของคนผู้หนึ่งก้มหยิบมันขึ้นมา และนำกลับไปไว้ที่ชั้นดั่งเดิม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel