ตอนที่ 5 ถักทอตาข่ายแมงมุม
ตอนที่ 5 ถักทอตาข่ายแมงมุม
ท้องฟ้ายามรัตติกาลเหนือเมืองกวางโจวถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆหนาทึบ ลมทะเลพัดพาเอากลิ่นอายความชื้นและเกลือเข้ามาปะทะกับหน้าต่างบานสูงของคฤหาสน์ตระกูลกู้ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ภายในห้องโถงกว้างที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนนับร้อยเล่ม กู้เหยียน หรืออดีตคุณหนูเสิ่นอวี้จิน กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้จันทน์ตัวยาว บนโต๊ะนั้นไม่ได้มีเครื่องประดับเลอค่าอย่างสตรีทั่วไป แต่กลับเต็มไปด้วยขวดพู่กันเรียงราย สมุดบัญชี และกล่องไม้เล็กๆ ที่บรรจุผงสีประหลาดตา
นางหยิบพู่กันขึ้นมาด้วย มือซ้าย ข้อมือของนางขยับอย่างมั่นคงและพริ้วไหว ปลายพู่กันตวัดลงบนแผ่นกระดาษอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรที่ปรากฏออกมานั้นมีลักษณะผอมบาง หางตวัดเฉียง และทิ้งน้ำหนักลงที่ส่วนท้ายอย่างรุนแรง ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงจากลายมือของเสิ่นอวี้จินในอดีตที่เคยอ่อนช้อยและมนกลมดั่งหยดน้ำ นี่คือบทเรียนแรกที่นางบังคับตนเองให้ฝึกฝนมาตลอดห้าปี การฆ่าลายมือของตนเอง เพื่อไม่ให้หลงเหลือร่องรอยใดๆ ที่จะเชื่อมโยงกลับไปยังบุตรสาวของเสนาบดีกรมพิธีการผู้ล่วงลับ
"หากจะลวงโลก ต้องลวงให้สิ้นซากแม้กระทั่งปลายนิ้ว"
นางพึมพำกับตนเอง สายตามองดูข้อความในกระดาษที่เป็นคำสั่งลับถึงหน่วยข่าวกรองขอทานที่นางสร้างขึ้น
ข้างกายของนางคือถาดทองเหลืองที่มีตัวอย่างพืชพรรณและสัตว์พิษ กู้เหยียนหยิบเข็มเงินขึ้นมาจุ่มลงในของเหลวสีใสที่สกัดจากรากของดอกเหมยขมผสมกับน้ำดีของงูทะเล พิษชนิดนี้ไร้สี ไร้กลิ่น และไร้รส หากหยดลงในน้ำชาเพียงหนึ่งหยด ผู้ที่ดื่มเข้าไปจะไม่ตายในทันที แต่ร่างกายจะค่อยๆ อ่อนแรงลงจนเหมือนอาการป่วยจากความชราในอีกสามเดือนถัดมา นางเรียนรู้วิธีการใช้พิษไม่ใช่เพื่อการฆ่าที่สะเพร่า แต่เพื่อการกำหนดชะตา ของหมากแต่ละตัวบนกระดานอย่างใจเย็น
"นายหญิง..."
เสียงทุ้มต่ำของหลงจู๊หวังดังขึ้นที่หน้าประตู เขาเดินเข้ามาพร้อมกับม้วนรายงานสีแดง
"สายลับของเราที่แฝงตัวอยู่ในจวนเสนาบดีหลี่ส่งข่าวมาว่า บัดนี้หลี่กวนกำลังประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องอย่างหนัก เงินสินบนที่เขาจ่ายให้ขุนนางฝ่ายกองทัพเริ่มไม่เพียงพอ และเขากำลังมองหาเงินกู้ก้อนใหญ่จากพ่อค้าต่างแดนหรือคหบดีทางใต้เพื่ออุดรอยรั่วนี้"
กู้เหยียนวางพู่กันลง แววตาของนางวาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางแสงเทียน
"เขาเริ่มหิวโหยแล้วสินะ... คนที่โลภจนไม่รู้จักพอ มักจะมองเห็นเพียงเหยื่อที่วางอยู่ตรงหน้า โดยไม่ทันสังเกตเห็นเบ็ดที่ซ่อนอยู่ข้างใน"
"ท่านจะเริ่มเดินหมากตัวแรกเลยหรือไม่ขอรับ?" หลงจู๊หวังถามด้วยความเคารพ
"ใช่"
กู้เหยียนเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปเห็นท่าเรือที่เต็มไปด้วยเรือสินค้าของนาง
"ส่งคนของเราไปในนามของ สมาคมพ่อค้ากวางตุ้ง เข้าหาคนสนิทของหลี่กวน เสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำจนน่าประหลาดใจ และเงื่อนไขที่ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์ให้เขามากที่สุด ให้เขารู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าในสัญญาฉบับนี้ โดยใช้ชื่อของ เถ้าแก่เฉิน เป็นตัวแทนหน้าฉาก"
หมากชิ้นนี้คือการแทรกซึม กู้เหยียนไม่ได้ต้องการเงินคืนจากหลี่กวน แต่นางต้องการกลายเป็นเจ้าหนี้ลับ ที่ถือครองลมหายใจทางการเงินของศัตรู เมื่อใดที่เขาเซ็นสัญญาฉบับนั้น เส้นใยแมงมุมที่นางถักทอมาตลอดห้าปีก็จะเริ่มรัดตัวเขาอย่างช้าๆ
หลายสัปดาห์ต่อมา แผนการดำเนินไปอย่างแนบเนียน รายงานจากเมืองหลวงยืนยันว่าหลี่กวนตกลงรับเงินกู้ก้อนมหึมานั้น เขายังหัวเราะเยาะคหบดีทางใต้ที่ยอมปล่อยเงินกู้ให้เขาในราคาถูกเพียงเพื่อต้องการเส้นสายในเมืองหลวง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทองคำทุกลิ่มที่เขานำไปเข้าคลังส่วนตัวนั้น ถูกบันทึกไว้ในบัญชีลับของกู้เหยียนทุกลายละเอียด
เมื่อหมากชิ้นแรกถูกวางลงในตำแหน่งที่ถูกต้อง กู้เหยียนก็เริ่มขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมตัว นางสั่งให้คนปล่อยข่าวลือออกไปทั่วเมืองหลวง ข่าวลือเรื่องคหบดีหญิงหมื่นล้าน ผู้ลึกลับที่กุมบังเหียนหอการค้าเหมยฮวา กำลังจะเดินทางขึ้นเหนือเพื่อขยายกิจการและร่วมลงทุนในโครงการใหญ่ของราชสำนัก นางสร้างภาพลักษณ์ของสตรีที่มั่งคั่ง ทรงอำนาจ และเข้าถึงยาก เพื่อให้เหล่าขุนนางจอมละโมบในเมืองหลวงเกิดความอยากกระหายที่จะพบหน้า
เช้าวันออกเดินทาง ท่าเรือกวางโจวหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่มามุงดูขบวนเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่เจ็ดลำที่ประดับด้วยธงรูปดอกเหมยสีแดงสด กู้เหยียนยืนอยู่บนดาดเรือลำหน้าสุด นางสวมชุดสีแดงเพลิงที่ตัดกับผิวขาวซีดของนางอย่างเด่นชัด ใบหน้าที่เคยหม่นหมองในชุดขอทานบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องประทินผิวชั้นยอด ดวงตาของนางคมกริบและแฝงไปด้วยความทะนงตนที่ไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ
"เราทิ้ง เสิ่นอวี้จิน ไว้ที่นี่..."
นางหยิบเศษผ้าขี้ริ้วที่เคยสวมใส่ในวันแรกที่มาถึงกวางโจวออกมา ก่อนจะปล่อยให้มันหลุดลอยลงสู่ผืนน้ำทะเลที่กว้างใหญ่
"และเราจะพา กู้เหยียน ไปทวงคืนทุกอย่างที่เมืองหลวง"
ขบวนเรือเริ่มเคลื่อนออกจากฝั่ง เสียงแตรเรือดังสนั่นก้องไปทั่วลำน้ำ หลงจู๊หวังยืนมองส่งนายหญิงของเขาด้วยหัวใจที่เต้นรัว เขารู้ดีว่าการกลับไปครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางไปเพื่อค้าขาย แต่มันคือการประกาศสงครามที่ไม่มีวันถอยหลังกลับ
บนเรือ กู้เหยียนไม่ได้พักผ่อน นางใช้เวลาตลอดการเดินทางตรวจสอบแผนผังเมืองหลวงฉบับล่าสุด นางใช้พู่กันปักหมุดสีแดงลงบนตำแหน่งจวนของขุนนางแต่ละคนที่เคยร่วมมือกับหลี่กวนในการใส่ร้ายพ่อของนาง จากนั้นนางจึงหยิบหน้ากากผ้าไหมสีนวลขึ้นมาลองสวม หน้ากากที่สวยงามและเรียบเนียนนี้คือตัวแทนของตัวตนใหม่ที่นางสร้างขึ้น—สตรีผู้ไร้ที่มา แต่เปี่ยมด้วยอำนาจเงินตราที่จะสั่นคลอนราชสำนัก
"ห้าปีที่แล้ว พวกท่านเผาบ้านข้า... ห้าปีนี้ ข้าสร้างตาข่ายเพลิงที่จะเผาพวกท่านให้วอดวาย"
ลมวสันต์พัดพาเรือสินค้ามุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ กลิ่นอายของดอกเหมยทางใต้เริ่มจางหาย เปลี่ยนเป็นกลิ่นไอของอำนาจและการเมืองที่รุนแรงขึ้น กู้เหยียนหลับตาลง นึกถึงใบหน้าของชุ่ยเอ๋อร์และบิดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนหวาน
กระดานหมากรุกที่กว้างขวางที่สุดในแผ่นดิน บัดนี้เจ้าของที่แท้จริงกำลังจะไปทวงที่นั่งคืนแล้ว
ขบวนเรือเข้าสู่เขตน่านน้ำใกล้เมืองหลวงในอีกสิบวันต่อมา ภาพกำแพงเมืองที่คุ้นเคยเริ่มปรากฏสู่สายตา กู้เหยียนมองดูมันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความแค้นที่เคยลุกโชนบัดนี้ได้กลั่นตัวเป็นความเย็นชาที่น่ากลัวกว่าเดิม นางเดินกลับเข้าไปในห้องพักส่วนตัว หยิบหยกครึ่งซีกที่บัดนี้เลี่ยมทองอย่างงดงามขึ้นมาคลึงเล่นในมือ
"วันพินาศของพวกท่าน... เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลี่กวน"
นางสะบัดหน้า เดินออกไปที่กราบเรืออีกครั้ง ลมจากเมืองหลวงปะทะใบหน้าของนาง แต่นางไม่รู้สึกหนาวสั่นอีกต่อไป เพราะในใจของนางมีไฟที่ไม่มีวันดับมอด ไฟแห่งความแค้นที่รอคอยการชำระหนี้เลือดด้วยความตายและความอัปยศของศัตรูที่นางเคยสาบานไว้กลางกองศพ
