ตอนที่ 7 พ่อของลูกตายแล้ว
เรณูเดินออกจากห้องตรวจด้วยอาการเหม่อลอย ช้องปีบเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี จึงเอ่ยถามหลานสาวออกไป “หมอบอกว่าเจ้าเป็นอะไรรึ” หรือนางจะเป็นโรคร้ายแรงถึงได้ทำท่าหมดแรงเช่นนั้น
เรณูนั่งลงข้างท่านน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า “ข้า ข้าท้องเจ้าค่ะ”
“ท้องรึ”
“เจ้าค่ะ”
สิ้นคำช้องปีบก็ไม่ได้ถามสิ่งใดหลานสาวอีก แต่เรณูก็รับรู้ได้ว่าผู้เป็นน้ากำลังโกรธนางเป็นอย่างมาก
พอกลับมาถึงบ้าน ลงจากรถสามล้อเครื่องได้ ช้องปีบก็ก้าวเท้าเดินอาด ๆ ไปเด็ดก้านมะยมมาราวสี่ห้าก้านแล้วริดใบทิ้ง จากนั้นเดินตรงมาที่หลานสาว พร้อมทั้งหวดก้านมะยมลงมาที่ก้นของนางอย่างแรง
“เจ้าไปท้องกับใครมา ใครเป็นพ่อของเด็ก บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตาย” ช้องปีบทั้งเสียใจทั้งผิดหวังและโมโหที่หลานสาวทำตัวไร้ค่าเช่นนี้
“ท่านน้า อย่าตีข้าเลยเจ้าค่ะ ข้าเจ็บ” เรณูใช้มือปัดป้องก้านมะยมพัลวัน อีกทั้งยังเบี่ยงก้นหนีจากการถูกตี
กระนั้นผู้เป็นน้าก็ยังไม่ยอมรามือ “ไม่ตีแล้วเจ้าจะหลาบจำรึ คราวก่อนก็เกือบทำงามหน้า หากข้าไม่ส่งเจ้าไปอยู่กับพ่อแม่ของเจ้า ป่านนี้เจ้ามีลูกสองสามคนไปแล้ว ตอนนี้พอพ่อกับแม่เจ้าไม่อยู่ เจ้าอยากทำอะไรตามใจก็ได้หรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าการมีลูกคนหนึ่งมันลำบากแค่ไหน”
“ท่านน้าโปรดฟังข้าก่อนเจ้าค่ะ”
ทองใบกับทรงกลดที่กำลังจัดของอยู่ในบ้านก็รีบวิ่งออกมาดู เมื่อได้ยินเสียงน้าหลานทะเลาะกันเสียงดังเข้าไปในบ้าน
“ข้าจะตีเจ้าให้ตาย บอกข้ามาว่าผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร ข้าจะไปเอาเลือดหัวมันออก หน็อยแน่ะแอบมีอะไรกันแล้วไม่รับผิดชอบอย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะท่านน้า ฮือ ๆ” เรณูพูดพลางร้องไห้ นางเองก็ไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะกลายเป็นอย่างนี้ไปได้
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงของทองใบดังขึ้น ทำให้ช้องปีบดึงสติของตนกลับมาได้
นางหันไปคุยกับสามีว่า “ก็ไอ้หลานตัวดีของข้าน่ะสิ ไปนอนกับผู้ชายมาจนตั้งท้อง แล้วไม่ยอมบอกว่าพ่อของเด็กเป็นใคร”
“บอกแล้วเจ้าค่ะ บอกแล้ว ฮือ ๆ” เรณูร้องไห้ไม่หยุด ในใจพลันคิดหาทางออกให้กับตนเองไปพลาง ๆ
“มันเป็นใคร บอกมา” ช้องปีบหยุดมือแล้วเท้าเอวไว้ทั้งสองข้าง พร้อมกับหายใจเหนื่อยหอบ
“เขา เขาตายไปแล้วเจ้าค่ะ”
“ตายแล้ว!” สามคนพ่อแม่ลูกพูดออกมาพร้อมกัน
“เจ้าค่ะ พอเขาตายข้าก็มาหาท่านน้านี่แหละเจ้าค่ะ” เพื่อให้ทุกอย่างจบอยู่ที่นางเพียงคนเดียว เรณูจำเป็นต้องโกหกออกไปเช่นนั้น
“แล้วครอบครัวของเขาเล่า” ทองใบถาม
“เขาเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกับข้านี่แหละเจ้าค่ะ เราสองคนมีชะตาชีวิตคล้ายกัน พอเจอกันทุกวันจึงเกิดเป็นความรักเจ้าค่ะ แต่ไม่คิดว่าเขาจะอายุสั้นถึงเพียงนี้ เหตุผลที่ข้ากลับมาอยู่กับท่านน้าก็เพราะเสียใจกับเรื่องนี้ด้วยเจ้าค่ะ”
แววตาของช้องปีบสลดวูบลง รู้สึกสงสารเจือเห็นใจหลานสาวเป็นอย่างยิ่ง พูดออกเสียงอ่อนโยนว่า “ที่เจ้าพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงหรือ”
“เจ้าค่ะ” เรณูรับคำพลางสะอื้นฮึก ๆ
ช้องปีบสบตากับสามีพลางถอนหายใจก่อนจะพูดกับหลานสาว “ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม”
“คราแรกเขาตั้งใจว่าหลังปีใหม่เขาจะมาสู่ขอข้ากับนายท่านเจ้าค่ะ แต่เขากลับเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน” เรณูตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แต่ความจริงภายในใจนางก็รู้สึกเศร้ากับเรื่องนี้จริง ๆ
“เอาเถิด ๆ อย่าว่าหลานมันเลย” ทองใบบอกภรรยาแล้วหันไปคุยกับหลานสาวว่า “เจ้าก็ไปล้างหน้าล้างตาเสียเถิด จะได้กลับไปพักผ่อน”
“เจ้าค่ะ” ว่าจบเรณูก็เดินไปที่กระท่อมของตนทันที
สามคนพ่อแม่ลูกจึงเดินเข้าไปในบ้านด้วยอาการที่อธิบายไม่ถูก
ช้องปีบเอ่ยขึ้นว่า “ทำไมชีวิตนางถึงได้อาภัพเช่นนี้นะ แล้วอย่างนี้นางจะเลี้ยงลูกโตรึ” การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันเหนื่อยมากจริง ๆ นะ ขนาดนางมีสามีช่วยเลี้ยงยังแทบเอาชีวิตไม่รอด
“ก็ไม่แน่หรอก พอมีลูกแล้วเดี๋ยวนางก็ต้องบังคับตัวเองให้เลี้ยงได้เองนั่นละ” ทองใบกล่าว
“ข้าจะช่วยเรณูเลี้ยงลูกเองขอรับท่านแม่” ถึงแม้ไม่ใช่พี่สาวแท้ ๆ แต่ทรงกลดก็รู้สึกสงสารเรณูจับใจ
“ใช่ พวกเราต้องช่วยเรณูเลี้ยงลูกถึงจะถูก” ทองใบ
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น” ถึงอย่างไรเรณูก็เป็นหลาน จะปล่อยให้นางโดดเดี่ยวเดียวดายได้อย่างไร ถึงช้องปีบจะดุด่า หรือถึงขั้นลงไม้ลงมือก็เพราะว่านางหวังดีต่อหลาน ไม่ได้รู้สึกเกลียดชังเลยสักนิด
ทางฝั่งของเรณูเมื่อเดินเข้าไปในห้องนอนของตนแล้วก็นั่งลงเอนกายพิงแผ่นหลังกับผนังห้อง พลางถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน ‘เป็นหยังคือเป็นจั่งสี้วะ’ (ทำไมต้องเป็นอย่างนี้วะ)
นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ทั้งที่นางกับเขาแยกทางกันไปแล้ว ไม่เคยคิดว่าตนจะตั้งท้องแม้เพียงแค่มีอะไรกับผู้ชายคนนั้นแค่ครั้งเดียว ก่อนหน้านางคิดว่าพอไม่มีเขาแล้ว ชะตาชีวิตของนางจะเปลี่ยนไปจากชาติที่แล้วอย่างสิ้นเชิง และไม่มีทางข้องเกี่ยวกันอีก แต่นางกลับตั้งครรภ์ลูกของเขาเสียนี่
แต่ก็ไม่เป็นไรมีแล้วก็คงต้องเลี้ยง เพราะถึงอย่างไรชาตินี้นางกับเขาก็คงไม่ได้พบเจอกันอีก ต่อไปนี้นางก็คงกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวโดยไม่ตั้งใจแล้วสินะ แต่ถึงอย่างนั้นนางจะต้องเลี้ยงดูลูกคนนี้ให้ดีที่สุด
บ่ายวันนั้นช้องปีบจึงพาหลานสาวไปตรวจร่างกายพร้อมกับฝากครรภ์กับหมอในตลาดอีกครั้ง
หลังจากวันนั้นเรณูก็แพ้ท้องอย่างหนัก จนไม่สามารถไปทำงานได้เลย นายจ้างร้านขายข้าวแกงจึงบอกให้นางไปลาออกจากงานให้เรียบร้อย ซึ่งเรณูก็ต้องทำตามนั้น อีกทั้งนางยังอยากกินแต่ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวตลอดเวลา
“ถ้าเจ้ายังแพ้ท้องหนักขนาดนี้ แล้วเจ้าจะเอาอะไรเลี้ยงลูก” ช้องปีบเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง ลำพังเงินเก็บของนางก็มีไม่มาก และอีกสิบกว่าวันนางกับสามีและลูกชายก็ต้องเดินทางไปแสดงหมอลำที่ต่างจังหวัดแล้ว หากเรณูยังแพ้ท้องหนักขนาดนี้นางจะอยู่คนเดียวได้อย่างไร
“ข้ายังพอมีเงินเก็บเจ้าค่ะ” เรื่องเงินเก็บเรณูไม่เคยบอกท่านน้าว่านางมีเงินเหลืออยู่เท่าใด และช้องปีบเองก็ไม่เคยละลาบละล้วงถามเรื่องเงินของนางเช่นเดียวกัน