บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ย้ายไปอยู่กับญาติ

ทั้งคู่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านก็พบว่า พ่อกับแม่และน้องสาวของคำสิงห์กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ร่างอวบอ้วนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามทั้งสามคน คำสิงห์เดินไปนั่งลงข้างเรณูโดยมีเก้าอี้กั้นกลางไว้หนึ่งตัว

“ตกลงเจ้าทั้งสองจะแต่งงานกันหรือไม่” ผาสุกเอ่ยถามหนุ่มสาวทั้งสอง ถึงจะรู้สึกไม่ยินดีสักเท่าไรที่จะได้เรณูมาเป็นลูกสะใภ้ แต่เรื่องก็เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้มันถูกต้อง

“ไม่ขอรับ/ไม่เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

ทุกคนหันไปมองเรณูเป็นตาเดียว ว่าเหตุใดเรณูจึงตอบออกไปเช่นนั้น เพราะเดิมทีนางก็แอบชอบคำสิงห์อยู่เหมือนกัน แล้วเหตุใดถึงปฏิเสธการแต่งงานกับเขาทั้งที่เสียตัวให้เขาไปแล้ว คำสิงห์เองก็แปลกใจเช่นกัน แต่ก็ดีแล้วที่นางทำตามสัญญา

คำสิงห์พูดออกว่า “ข้ากับเรณูตกลงกันแล้วขอรับท่านพ่อ”

“ตกลงกันว่าอย่างไร”

“ข้าจะจ่ายเงินค่าเสียหายให้นางเจ็ดหมื่นบาท แล้วเรื่องนี้ก็จบเพียงเท่านี้ขอรับ” เพราะที่ผ่านมาก็ใช่ว่าเขาไม่เคยนอนกับผู้หญิง และเขาก็ไม่เคยเสียเงินให้กับผู้หญิงพวกนั้นสักคน

“เจ็ดหมื่น!” ทองก้อนเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ และถามต่อว่า “มันไม่มากไปหน่อยหรือ” เรณูเป็นเพียงลูกจ้าง ถึงแม้จะอาศัยอยู่บ้านหลังนี้มาหลายปี แต่นิสัยใจคอและมารยาทล้วนไม่เข้าตาทองก้อนเลยสักนิด

“ให้นางไปเถอะขอรับท่านแม่ เพราะเรณูสัญญาแล้วว่าถ้าได้เงินแล้วนางจะไปจากที่นี่ทันทีขอรับ”

ทั้งผาสุกและทองก้อนต่างตกใจ เพราะถึงแม้จะไม่ค่อยชอบนิสัยของเรณูที่ชอบพูดจาขวานผ่าซาก ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ แต่เรณูก็เป็นแม่บ้านที่ทำอาหารได้อร่อยกว่าใครในบ้านหลังนี้ อีกทั้งยังอยู่กับพวกเขามาหลายปี สำคัญกว่านั้นพ่อกับแม่ของนางก็ได้จากไปแล้ว ที่หมู่บ้านนี้นางก็ไม่มีญาติ แล้วนางจะไปอยู่กับใคร

“แล้วเจ้าจะไปอยู่กับใครหรือเรณู” ทองก้อนเอ่ยถาม เพราะถึงไม่อยากได้เรณูเป็นลูกสะใภ้ แต่ก็อดเป็นห่วงนางไม่ได้ เพราะก่อนแม่ของเรณูจะจากไปนางได้ฝากเรณูไว้กับเจ้านายทุกคนในบ้านหลังนี้ว่า ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม นายหญิงอย่าทิ้งมันนะเจ้าคะ’ และทองก้อนก็ได้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะไปแล้ว แต่กลับต้องมากลับคำเช่นนี้

ตอนเดินลงมาจากชั้นบนเรณูได้เค้นความทรงจำของร่างนี้แล้วว่ามีญาติอยู่ที่ใดบ้าง และนางก็จดจำได้ว่ายังมีญาติเหลืออยู่หนึ่งคน “ข้าจะย้ายไปอยู่กับท่านน้าที่ต่างอำเภอเจ้าค่ะ” ถึงแม้ว่าท่านน้าจะไม่อยากให้อยู่ด้วยก็ตาม แต่นางก็ต้องออกจากบ้านหลังนี้ไปก่อน

ทองก้อนจึงนึกขึ้นมาได้ว่าแม่ของเรณูเคยเล่าให้ฟังว่านางยังมีน้องสาวอีกคน และนางยังเคยมางานศพของพุดซ้อนแม่ของเรณู แต่ทองก้อนไม่ได้ถามว่านางอาศัยอยู่ที่ใด เช่นนั้นทองก้อนจึงรู้สึกเบาใจขึ้นมาอีกเปลาะหนึ่ง ถึงจะรู้สึกเป็นห่วงเรณูอยู่บ้าง แต่นางก็ยินดีมากกว่าที่ไม่มีลูกสะใภ้อย่างเรณู “แล้วจะไปเมื่อไรล่ะ”

“วันนี้เจ้าค่ะ เก็บของเสร็จเดี๋ยวข้าก็ไปเลย”

“ทำไมรีบขนาดนั้นล่ะ” คำไอ่น้องสาวของคำสิงห์เอ่ยถาม ถึงเรณูจะไม่ใช่คนดีมาก แต่นางก็ทำงานบ้านได้ดี หากนางไม่อยู่สักคน งานบ้านทั้งหมดคำไอ่ก็ต้องทำคนเดียวไปก่อน

เรณูปรายตามองคำสิงห์แวบหนึ่ง กล่าวว่า “คนบางคนจะได้สบายใจ” นางเองก็รู้สึกสบายใจเช่นกันที่ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอย่างเขาอีก ชาตินี้ขอให้จบสิ้นกันเพียงเท่านี้เถิด

“ไปเร็วก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมาอยู่ให้รกหูรกตา” เขาเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วยืนขึ้น เอ่ยว่า “เก็บของเสร็จเมื่อไรก็บอก จะได้ออกไปส่งที่ท่ารถ” ว่าจบก็เดินออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกบ้านทันที ในใจพลันคิดว่าสิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้มันถูกต้องแล้ว ดีกว่าปล่อยให้นางอยู่ที่นี่ แล้วให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปเหมือนชาติที่แล้ว วิธีนี้คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย พวกเขาจะได้ไม่ต้องจองเวรจองกรรมต่อกันอีก

หลังทั้งสองฝ่ายตกลงกันเรียบร้อยแล้วเรณูจึงเดินเข้าห้องของตนที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน

ทองก้อนจึงพูดขึ้นว่า “เรณูดูแปลกไปนะ ทั้งน้ำเสียงทั้งการวางตัว การเดินเหินก็แปลกไป ท่านพี่ว่าไหมเจ้าคะ” ปกติเรณูเป็นคนชอบพูดจาเสียงดัง เดินเหินกระโดกกระเดก บางครั้งแม้แต่นายจ้างก็ยังเถียงไม่ทัน แต่ครั้งนี้เรณูกลับมีท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัว อีกทั้งยังดูไม่สนใจคำสิงห์แม้แต่น้อย

“อืม นางคงดีใจที่ได้เงินกระมัง” เพราะถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็ไม่รู้ว่าชาตินี้เรณูจะได้จับเงินมากถึงเพียงนั้นหรือไม่

เรณูเดินเข้าไปเก็บของในห้องของตน ทองก้อนจึงเดินตามเข้ามา พร้อมกับมอบเงินจำนวนเจ็ดหมื่นบาทให้นาง “เจ้าลองนับดูก่อน” ทองก้อนเอ่ยขึ้น

เรณูรับผ้าขาวม้าที่ทองก้อนใช้ห่อเงินมาแล้วเปิดออกดู เพราะรู้ว่าทองก้อนไม่ใช่คนนิสัยไม่ดี เช่นนั้นจึงไม่คิดตรวจสอบ “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่มากนะเจ้าคะที่ยอมจ่ายเงินก้อนนี้ให้ข้า” เพราะมาทำงานที่บ้านหลังนี้หลายปี ทองก้อนและผาสุกจึงเอ็นดูและเมตตาเรณูเหมือนลูกเหมือนหลาน เพราะเรณูเองก็อายุมากกว่าคำไอ่เพียงสองปีเท่านั้น ทองก้อนจึงอนุญาตให้เรณูเรียกว่าท่านแม่เหมือนกับลูกตนเอง

“ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่เจ้าอยู่กับครอบครัวข้ามานานก็แล้วกัน” ความจริงพ่อกับแม่ของเรณูมาเป็นลูกจ้างของผาสุกได้สิบกว่าปีแล้ว พ่อของเรณูจากไปเมื่อสามปีก่อนเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนแม่ของนางเพิ่งจากไปเมื่อปีที่แล้วเพราะป่วยเป็นเบาหวานแล้วมีอาการไตวายเฉียบพลัน

“เจ้าค่ะ”

ทองก้อนยื่นพับผ้าซิ่นให้เรณูอีกสองผืนซึ่งเป็นผ้าไหมทั้งคู่ เอ่ยว่า “ผ้าถุงนี้เก็บไว้ใช้นะ หรือถ้าหากขัดสนเจ้าก็สามารถนำไปขายได้” อย่างน้อยก็คงได้ไม่ต่ำกว่าผืนละหนึ่งพันห้าร้อยบาท

“ขอบคุณท่านแม่มากเจ้าค่ะ”

“ยังไงเจ้าก็อย่าได้ถือสาเจ้าสิงห์มันเลยนะ เจ้าก็รู้ว่ามันเป็นคนเจ้าชู้ขนาดไหน ถึงเจ้าทั้งสองแต่งงานกันไป ข้าคิดว่ามันก็คงไม่หยุดอยู่แค่นี้หรอก” อีกอย่างทองก้อนก็อยากได้ลูกสะใภ้ที่มีความคิดความอ่านที่เก่งกว่านี้เพื่อมาช่วยงานสามีในไร่ แต่ตอนนี้เรณูยังห่างไกลกับคำนั้นอยู่มาก ทองก้อนจึงต้องปล่อยนางไป
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel