ตอนที่ 2 ข้อตกลง
ธัญมลได้แต่ร่ำร้องในใจว่าแย่แล้ว เธอเริ่มสับสนงุนงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตนกันแน่ เพราะเธอเองไม่รู้จักสองแม่ลูกคู่นี้เลยสักนิด อีกทั้งภาษายังแปลกประหลาด แต่เธอก็ยังฟังเข้าใจ
แต่เพียงไม่นานเธอก็รู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นกุมไว้ และในตอนนั้นเอง ความทรงจำของร่างนี้ก็ได้พรั่งพรูเข้ามาในหัวของเธอจนหมดสิ้น
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ นั่นก็คือเธอได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในอดีตของคนที่ชื่อเรณู ซึ่งตอนนี้ยายเด็กคนนั้นได้ตายไปแล้ว เหตุผลที่เธอตายก็เพราะเจ้าของร่างนี้กินเหล้าจนเมามายเพื่อให้ตนเองรู้สึกกล้าหาญทำในสิ่งที่คิดจะทำมาตลอดแต่ไม่เคยทำ
นั่นก็คือการแอบย่องเข้าห้องไอ้หน้าหล่อคนนี้ เพราะเรณูแอบชอบเขามานานแล้ว แต่วันนี้นางเมาจนครองสติไม่ค่อยอยู่ แต่ก็รู้ว่านั่นคือห้องของคำสิงห์พอลองเปิดประตูเข้าไปจึงรู้ว่าห้องไม่ได้ล็อก เรณูจึงเดินไปนอนบนเตียงกับเขา จากนั้นภาพที่นางกับเขาร่วมรักกันจึงคล้ายจริงคล้ายฝัน ด้วยเพราะเมามากแถมยังรู้สึกอ่อนเพลียจนไม่รู้ว่าตนหลับไปตั้งแต่เมื่อใด
แต่เพราะเมื่อคืนอากาศหนาวจัดบวกกับความเมาและนางยังมีรูปร่างอวบอ้วนแถมยังนอนเปลื้องผ้า จึงทำให้เรณูไหลตายไปตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนเธอที่ชื่อธัญมลที่กำลังยืนขายส้มตำอยู่ข้างถนน อยู่ดี ๆ ก็มีรถบรรทุกน้ำมันพุ่งเข้ามาชนเธอจนร่างกระเด็น ตอนนั้นเธอรู้สึกวูบไปโดยไม่ทันตั้งตัว พอตื่นขึ้นมาอีกทีไม่คิดว่าตนจะมาอยู่ในสภาพอเนจอนาถเช่นนี้
ธัญมลใช้เวลาทำความเข้าใจกับเรื่องนี้อยู่สักพักแล้วค่อยเงยหน้าขึ้น เธอจึงพบว่ามีสายตาของสองแม่ลูกกำลังจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว
ทองก้อนจึงพูดเสียงเข้มว่า “แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงไปคุยกันข้างล่าง”
บ้านนี้เป็นบ้านสองชั้นกึ่งปูนกึ่งไม้ และห้องของคำสิงห์ก็อยู่ชั้นบน ส่วนห้องของพ่อกับแม่และน้องสาวของเขาอยู่ชั้นล่าง
ทองก้อนพูดเพียงเท่านั้นก็เดินออกจากห้องไปพร้อมทั้งปิดประตูให้ คำสิงห์จึงหันหน้าไปคุยกับคนข้าง ๆ “ใส่เสื้อผ้าซะ แล้วก็อธิบายมาด้วยว่าเจ้าเข้ามาอยู่ในห้องของข้าได้ยังไง ทั้งที่ข้าก็ล็อกประตูแล้ว” พูดจบเขาลุกออกจากเตียงนอนแล้วยืนหันหลังให้นาง
พลางคิดในใจว่า ทำไมเหตุการณ์นี้มันถึงได้เกิดขึ้นอีกนะ ทั้งที่เขาพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นแล้ว เพราะชาติที่แล้วเขากับเรณูก็ได้เสียกันโดยไม่ได้ตั้งใจเช่นนี้ และสุดท้ายทั้งสองก็ต้องแต่งงานกัน แต่ชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้การแต่งงานระหว่างนางกับเขาเกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน เพราะเขาเองก็เพิ่งย้อนเวลาเข้ามาอยู่ในร่างตนเองเมื่อสิบกว่าวันที่ผ่านมานี้เอง เช่นนั้นเขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเป็นอันขาด
เมื่อเรณูยังเงียบงันคำสิงห์จึงถามขึ้นอีก “ว่ายังไง จะบอกได้หรือยังว่าเจ้าเข้ามาอยู่ในห้องข้าได้ยังไง”
“ไม่รู้จำไม่ได้ เมา” พูดพร้อมกับหยิบเสื้อผ้าที่ถูกเหวี่ยงทิ้งไปตามพื้นขึ้นมาใส่ดังเดิม ในหัวยังรู้สึกสับสนอึงอลไปหมด เพราะเท่าที่ย้อนเวลากลับมาก็นับว่าแปลกมากแล้ว แต่นี่กลับย้อนเวลามาอยู่ในอดีตของเจ้าของร่างนี้อีก ซึ่งแน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมให้จุดจบเป็นเหมือนเรณูคนเก่าอย่างแน่นอน
“แล้วไงต่อ”
“ก็ไม่แล้วไง”
“เจ้าตั้งใจเข้ามาให้ท่าข้าถึงในห้องใช่ไหม” เพราะชาติที่แล้วเรณูก็ทำตัวเช่นนี้ “บอกไว้ก่อนนะว่าข้าจะไม่มีวันแต่งงานกับเจ้าเป็นอันขาด”
เมื่อเรณูเข้าใจทุกอย่างแล้วจึงตอบกลับเขาไปว่า “ข้าก็ไม่มีทางแต่งงานกับคนอย่างท่านเหมือนกัน” คิดว่าเลือกได้คนเดียวหรือไง ถึงจะอ้วนแต่ก็มีหัวใจนะ แต่จะว่าไปแล้วร่างนี้ก็อ้วนไปหน่อยจริง ๆ สูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นติเมตรแต่หนักเกือบแปดสิบกิโลกรัม เฮ้อ! จะลดน้ำหนักยังไงไหว
“คนยังไงพูดให้ดีนะ”
“ก็คนอย่างนี้แหละ เอาเป็นว่าข้าจะไม่แต่งงานกับท่านก็แล้วกัน แต่ว่าข้าขอเงินไปตั้งหลักสักหนึ่งแสนก็พอ”
เขาหันขวับมาจ้องหน้านาง พูดออกเสียงสูงว่า “หนึ่งแสน? คนอย่างเจ้านี่นะค่าตัวเป็นแสนเชียวหรือ” งามกว่านางเขาก็ไม่เคยจ่ายสักบาท
เรณูลืมคิดไปว่าเงินแสนของที่นี่มีค่ามาก อีกทั้งที่หมู่บ้านนี้ยังเป็นเขตชนบท สตรีที่จะได้ค่าตัวหลักแสนต้องเป็นลูกเสี่ยชาวไร่อ้อยไร่มันสำปะหลัง หรือไม่ก็เป็นคนที่รับราชการเท่านั้น แต่ถึงรู้อย่างนั้นเธอก็ต้องเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่าเจ็ดหมื่นบาทให้ได้ “แล้วท่านจะให้ข้าเท่าไร ถ้าต่ำกว่าแปดหมื่นข้าไม่ยอมแน่ อีกอย่างข้าก็เป็นคนแรกของท่าน ราคานี้ก็ไม่นับว่าแพง” เรณูดึงสายตาไปที่ร่องรอยสีแดงเป็นดวงวงอย่างชัดเจนที่อยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาว มิหนำซ้ำตอนนี้เธอยังรู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว
คำสิงห์มองตามแล้วจึงพูดว่า “ข้าให้เจ็ดหมื่น ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอา”
เรณูยิ้มเล็กน้อย แอบคิดในใจว่าดีแล้วที่เธอคิดราคาเผื่อไว้แล้ว “ได้ ตกลงที่เจ็ดหมื่น”
“แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก” ซึ่งถ้านางรับปากก็ถือว่าเป็นบุญของเขา ที่ชาตินี้ไม่ต้องอยู่ร่วมกับผู้หญิงคนนี้อีก
“ตกลง จ่ายมาเจ็ดหมื่นบาทแล้วข้าจะไปจากที่นี่ทันที” ว่าจบเรณูคนใหม่ก็คว้าเสื้อกันหนาวผืนที่ใส่มาเมื่อคืนขึ้นพาดบ่าแล้วเดินลงไปชั้นล่าง โดยมีคำสิงห์เดินตามลงไป