ตอนที่ 6 หักเขี้ยวพยัคฆ์สกุลหลี่
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ หน้าประตูบานใหญ่ของ 'สมาคมการค้าสกุลหลี่' บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันขีดสุด ชาวเมืองชิงหลงต่างพากันมายืนมุงดูอยู่ห่างๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผสมปนเปไปกับความกลัว เพราะไม่เคยมีใครกล้าบุกมาเหยียบถิ่นของ หลี่กวาง น้องชายฮองเฮาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเมืองนี้
หลงเทียนอวี้ ก้าวเท้าลงจากรถม้าอย่างใจเย็น เขาไม่ได้สวมชุดหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ชุดผ้าไหมสีดำขลิบเงินที่เขาสวมกลับดูสง่างามและน่าเกรงขามอย่างประหลาด ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงจนพื้นหินดูเหมือนจะสั่นสะเทือนตามจังหวะเดิน ด้านหลังของเขาคือ อาเฉิง ที่ประคองหีบไม้ใบใหญ่ที่บรรจุทองคำพันตำลึงตามที่สั่งไว้
"หยุด! ใครอนุญาตให้เจ้าบุกรุกเข้ามา!" ทหารยามหน้าประตูชักดาบออกมากั้น
เทียนอวี้ไม่ได้หยุดเดินแม้แต่น้อย เขาเพียงปรายตามองด้วยสายตาเย็นเยียบ "ไปบอกหลี่กวาง... ว่าเจ้าของ 'เกลือ' ทั้งหมดในเมืองชิงหลงมาขอพบ"
ทหารยามชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความข่มขวัญจากรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปรายงาน ไม่นานนัก ประตูใหญ่ก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดผ้าไหมสีม่วงเข้ม ใบหน้าของเขามีแววหยิ่งยโสและเจ้าเล่ห์ นั่นคือ หลี่กวาง
"นึกว่าใครที่ไหน... ที่แท้ก็เป็น 'นายน้อยเทียน' พ่อค้าไร้หัวนอนปลายเท้าที่บังอาจมาปั่นป่วนตลาดเกลือของข้า" หลี่กวางแค่นเสียงหัวเราะพลางกวาดสายตามองเทียนอวี้อย่างดูถูก "เจ้าเอาทองคำก้อนน้อยนี่มาเพื่อขอขมาข้าอย่างนั้นหรือ?"
เทียนอวี้ยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงสันหลัง "ท่านเข้าใจผิดแล้วหลี่กวาง... ทองคำนี่ไม่ใช่เพื่อขอขมา แต่มันคือ 'ค่าทำศพ' สำหรับกิจการของท่านที่กำลังจะมอดไหม้ในวันนี้"
"เจ้าว่าอย่างไรนะ!" หลี่กวางตวาดลั่น "ทหาร! จับมันไปตัดลิ้น!"
ทันใดนั้น เหล่ายอดฝีมือของสกุลหลี่นับสิบคนพุ่งเข้าหาเทียนอวี้พร้อมกัน เทียนอวี้เพียงขยับปลายนิ้ว พลังลมปราณ 'กลืนสวรรค์' พุ่งทะลักออกมาจากร่างราวกับระเบิดที่ไร้เสียง ร่างของเหล่านักฆ่าถูกกระแทกจนกระเด็นไปกระแทกเสาและกำแพงจนแตกละเอียด บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโตโดยที่เทียนอวี้ยังไม่ได้ขยับขาแม้แต่ก้าวเดียว
หลี่กวางหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปจนชนประตู "เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่! วรยุทธ์เช่นนี้..."
"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ..." เทียนอวี้เดินเข้าไปหาหลี่กวางช้าๆ แต่ละก้าวเปรียบเสมือนเสียงมัจจุราชที่คืบคลานเข้าใกล้ "แต่ความจริงที่ท่านต้องรู้คือ... สัญญาสัมปทานเกลือทั้งหมดที่ท่านถืออยู่ บัดนี้เป็นเพียงกระดาษเปล่า เพราะข้าได้กว้านซื้อเหมืองเกลือต้นทางทางทิศใต้ไปหมดสิ้นแล้ว ต่อไปนี้... หากสกุลหลี่อยากได้เกลือแม้เพียงหนึ่งเมล็ด เจ้าต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนข้า"
ในขณะที่หลี่กวางกำลังสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว ท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูอยู่ มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่เทียนอวี้อย่างไม่วางตา นางคือ ไป๋ซูเจิน ที่ปลอมตัวเป็นสามัญชนมาสังเกตการณ์ นางเม้มริมฝีปากแน่น พลางคิดในใจว่า 'บุรุษผู้นี้ช่างอันตรายนัก ท่าทางและแววตาของเขา... เหตุใดจึงดูเหมือนคนในความทรงจำที่หายสาบสูญไปนานเหลือเกิน'
เทียนอวี้เหลือบมองไปทางที่นางยืนอยู่ครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่านางมองอยู่ แต่เขายังไม่พร้อมจะเปิดเผยฐานะ "อาเฉิง... ทิ้งทองคำนี่ไว้ให้เขาเป็นค่าทำขวัญ แล้วเราไปกันเถิด"
"ขอรับนายน้อย"
เทียนอวี้เดินจากไปท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงของชาวเมือง ทิ้งให้หลี่กวางยืนด่าทออย่างบ้าคลั่งอยู่เบื้องหลัง แต่ลึกๆ ในใจของหลี่กวางเริ่มมีความหวาดระแวง... พลังลมปราณเมื่อครู่ มันช่างคล้ายคลึงกับวิชาลับของราชวงศ์หลงที่หายสาบสูญไปเหลือเกิน!
เขารีบหันไปสั่งคนสนิททันที "ส่งจดหมายด่วนที่สุดเข้าวังหลวง... บอกฮองเฮาว่า มี 'มังกรทมิฬ' ปรากฏตัวที่เมืองชิงหลง!"
