ตอนที่ 5 พยัคฆ์ซุ่มซ่อนและการพบพานที่มิอาจเลี่ยง
แสงตะเกียงในห้องโถงของโรงเตี๊ยมเมฆาขจีริบหรี่ลงตามกาลเวลา แต่ความวุ่นวายภายในใจของเหล่าพ่อค้าในเมืองชิงหลงกลับทวีความรุนแรงขึ้น ข่าวเรื่อง "นายน้อยเทียน" พ่อค้าลึกลับที่กว้านซื้อตั๋วแลกเงินและสัญญาส่งออกเกลือจากพ่อค้ารายย่อยกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่เผ็ดร้อนที่สุดในรอบทศวรรษ
เกลือ... คือเส้นเลือดใหญ่ของจักรวรรดิต้าหลง และเมืองชิงหลงคือหัวใจของการกระจายสินค้าชนิดนี้ โดยมี 'สมาคมการค้าสกุลหลี่' ของ หลี่กวาง น้องชายร่วมอุทรของหลี่ฮองเฮาเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ การที่คนแปลกหน้าเข้ามาแทรกแซงตลาดเกลือ จึงไม่ต่างจากการกระตุกหนวดเสือร้ายที่กำลังหิวกระหาย
"นายน้อย... คนของสกุลหลี่เริ่มเคลื่อนไหวแล้วขอรับ" อาเฉิง ชายหนุ่มท่าทางคล่องแคล่วซึ่งเป็นหนึ่งในสายลับที่ปรมาจารย์อู๋เว่ยฝากฝังให้มาคอยรับใช้เทียนอวี้ กระซิบรายงานที่ข้างหู
เทียนอวี้ที่กำลังจิบน้ำชาสีใสอย่างใจเย็นเพียงปรายตามอง "พวกมันทำอย่างไร?"
"หลี่กวางส่งคนไปข่มขู่พ่อค้าที่ขายสัญญาเกลือให้เรา และตอนนี้... มีกลุ่มมือดีล้อมโรงเตี๊ยมเราไว้หมดแล้วขอรับ"
"ดี... ข้าขี้เกียจเดินไปหาพวกมันพอดี" เทียนอวี้วางจอกชาลงเบาๆ เสียงกระแทกของจอกเซรามิกกับโต๊ะไม้ดัง กึก แต่มันกลับส่งแรงสั่นสะเทือนจางๆ ไปถึงหน้าต่างทุกบานในห้อง
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างไม้แกะสลักถูกถีบจนแตกกระจาย ร่างในชุดรัดกุมห้าคนกระโดดเข้ามาพร้อมดาบคมกริบ เป้าหมายคือศีรษะของบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่กลางห้อง
เทียนอวี้ไม่ได้ขยับออกจากเก้าอี้แม้แต่นิ้วเดียว เขาเพียงสะบัดชายเสื้อเบาๆ พลังลมปราณสีดำจางๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าพุ่งออกไปดุจกำแพงล่องหน กระแทกเอานักฆ่าทั้งห้ากระเด็นออกไปนอกหน้าต่างทางเดิม ราวกับถูกพายุหมุนพัดพาไป
"กระจอกเกินไป..." เทียนอวี้พึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียง
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายด้านล่าง สายตาของเขาพลันเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่อีกฟากของถนน สตรีในชุดสีฟ้าอ่อนราวกับสีของท้องฟ้ายามรุ่งอรุณ นางสวมหมวกคลุมหน้ามีผ้าโปร่งบางๆ ปิดบังใบหน้า แต่นั่นไม่อาจบดบังกลิ่นอายที่สูงศักดิ์และแววตาที่เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดของนางได้
นางกำลังเผชิญหน้ากับทหารเลวของสกุลหลี่ที่กำลังรังแกคนขายผักแก่ๆ คนหนึ่ง
"หยุดมือเดี๋ยวนี้!" เสียงของนางใสกระจ่างดุจกระดิ่งลม "กฎหมายแผ่นดินมีไว้คุ้มครองราษฎร มิใช่มีไว้ให้สุนัขรับใช้ของขุนนางกังฉินมาข่มเหงผู้บริสุทธิ์!"
"นังผู้หญิงสามหาว! เจ้าเป็นใครถึงกล้ามาด่าทอคนของท่านโหวหลี่กวาง!" ทหารนายหนึ่งเงื้อแส้ขึ้นหมายจะฟาด
เทียนอวี้ที่มองอยู่บนระเบียงขมวดคิ้ว มือของเขาหยิบถั่วลิสงบนจานสะบัดออกไปด้วยปลายนิ้ว พลังที่แฝงไปกับเมล็ดถั่วเล็กๆ พุ่งเข้าชนข้อมือของทหารผู้นั้นจนกระดูกแตกละเอียด แส้หลุดมือลงพื้นทันที
"อ๊ากกกก!" เสียงร้องโหยหวนดังลั่นถนน
สตรีชุดฟ้ายืนนิ่งด้วยความแปลกใจ นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นทางของวิถีกระสุนลึกลับ และดวงตาของนางก็ได้สบเข้ากับดวงตาคมกริบของเทียนอวี้ที่ยืนอยู่บนระเบียงสูง
ชั่วขณะนั้น ราวกับกาลเวลาหยุดหมุน เทียนอวี้รู้สึกถึงความคุ้นเคยอย่างประหลาดในแววตานั้น แต่นางรีบก้มหน้าลงและพาชายชราขายผักหนีออกไปจากที่เกิดเหตุทันที
"นายน้อย... แม่นางผู้นั้นคือ ไป๋ซูเจิน บุตรสาวเพียงคนเดียวของเสนาบดีกรมพิธีการ 'ไป่หยวน' ขอรับ" อาเฉิงรายงานหลังจากสืบทราบข้อมูลอย่างรวดเร็ว "ตระกูลไป่เคยจงรักภักดีต่อเสด็จพ่อของท่านมาก แต่ตอนนี้ถูกพวกสกุลหลี่บีบคั้นจนแทบไม่มีที่ยืนในราชสำนัก"
"บุตรสาวของใต้เท้าไป่หยวนงั้นหรือ..." เทียนอวี้เปรยขึ้น ความทรงจำวัยเด็กเริ่มผุดขึ้นมา ใต้เท้าไป่คือผู้ที่เคยอุ้มเขาเดินชมสวนดอกไม้ในวังหลวง "นางเป็นคนข้า... คนที่ยังหลงเหลือความภักดีอยู่เพียงหยิบมือ"
เทียนอวี้มองดูพระจันทร์ที่เริ่มถูกเมฆบดบัง แผนการปั่นป่วนตลาดเกลือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การที่เขาพบกับ 'หยกงาม' ท่ามกลางโคลนตมอย่างไป๋ซูเจิน ทำให้เขารู้ว่าหมากกระดานนี้อาจมีตัวแปรที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น
"อาเฉิง... พรุ่งนี้เตรียมทองคำหนึ่งพันตำลึง ข้าจะไปเยี่ยมเยียนสมาคมการค้าสกุลหลี่ด้วยตัวเอง"
"ท่านจะไปเจรจาหรือขอรับ?"
"เปล่า..." เทียนอวี้แสยะยิ้มที่เย็นไปถึงขั้วหัวใจ "ข้าจะไปดูหน้าคนที่กำลังจะยากจนที่สุดในเมืองชิงหลงต่างหาก!"
ในคืนนั้น ข่าวเรื่อง 'นายน้อยเทียน' ที่ล้มเหล่ายอดฝีมือด้วยเพียงชายเสื้อ แพร่กระจายไปถึงหูของหลี่กวาง และลามไปถึงวังหลวง... ที่ซึ่งอ๋องเจ็ดผู้เป็นฮ่องเต้เริ่มรู้สึกถึงความไม่มั่นคงบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาในเงามืด
