บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 กลลวงในงานเลี้ยงมัจจุราช

หลังจากเหตุการณ์หักหน้าหลี่กวางกลางเมืองชิงหลง ชื่อเสียงของ 'นายน้อยเทียน' ก็ขจรขจายไปราวกับไฟลามทุ่ง ทว่าท่ามกลางความตื่นตระหนก หลี่กวางกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เขาไม่ได้ส่งกองกำลังมาล้างแค้นในทันที แต่กลับส่งเทียบเชิญสีทองปักลายหงส์มายังโรงเตี๊ยมเมฆาขจี เพื่อเชิญนายน้อยเทียนไปร่วมงานเลี้ยง "เชื่อมสัมพันธไมตรี" ที่คฤหาสน์สกุลหลี่ในคืนพระจันทร์เต็มดวง

"นายน้อย นี่มันเป็นกับดักชัดๆ" อาเฉิง เอ่ยขณะมองดูเทียบเชิญ "หลี่กวางไม่มีทางยอมก้มหัวให้ท่านง่ายๆ ในคฤหาสน์นั่นต้องเต็มไปด้วยนักฆ่าและยาพิษเป็นแน่"

หลงเทียนอวี้ ยิ้มเย็นเยียบพลางหมุนจอกชาในมือ "ข้ารู้อยู่แล้ว... แต่นี่คือโอกาสดีที่จะได้เห็นว่าสุนัขรับใช้ของอ๋องเจ็ดมีไม้ตายอะไรเหลืออยู่บ้าง อีกอย่าง... ข้าได้ข่าวว่าเสนาบดีไป่หยวนและบุตรสาวก็จะไปร่วมงานนี้ด้วย"

ณ คฤหาสน์สกุลหลี่

โคมไฟสีแดงนับร้อยดวงถูกจุดขึ้นจนสว่างไสวราวกับกลางวัน กลิ่นอาหารรสเลิศและสุราชั้นดีอบอวลไปทั่วงาน แต่ภายใต้รอยยิ้มของเหล่าขุนนางและพ่อค้า กลับมีความตึงเครียดแฝงอยู่ทุกอณูอากาศ

เทียนอวี้ก้าวเข้าสู่พิธีในชุดผ้าไหมสีนิลเรียบหรู ทันทีที่เขาปรากฏตัว เสียงพูดคุยก็เงียบกริบลง สายตานับสิบคู่จับจ้องมาที่เขาด้วยความสงสัยและยำเกรง หลี่กวางรีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่ปั้นแต่งขึ้นอย่างสุดกำลัง

"นายน้อยเทียน! ท่านช่างให้เกียรติข้านัก เชิญ... เชิญนั่งที่โต๊ะเกียรติยศ"

ที่โต๊ะข้างๆ กันนั้นเอง ไป๋ซูเจิน ในชุดสีชมพูกลีบบัวนั่งอยู่เคียงข้างบิดาของนาง ไป่หยวน เสนาบดีชราผู้มีแววตาเศร้าหมอง เมื่อดวงตาของนางสบเข้ากับเทียนอวี้ นางสังเกตเห็นความโหยหาจางๆ ในดวงตาของบุรุษหนุ่มผู้นั้น แต่มันหายไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา

"ท่านพ่อ... บุรุษผู้นี้ช่างประหลาดนัก" ซูเจินกระซิบ "เขากล้าเผชิญหน้ากับสกุลหลี่โดยไม่เกรงกลัว ราวกับว่าเขามีอำนาจที่เหนือกว่าหนุนหลังอยู่"

ไป่หยวนถอนหายใจ "ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หากเขาคิดจะโค่นสกุลหลี่ เขาก็คือมิตรของเรา... แต่ข้าเกรงว่าคืนนี้เขาจะไม่ได้กลับออกไปแบบมีลมหายใจ"

งานเลี้ยงดำเนินไปจนถึงช่วงกลางคืน หลี่กวางยกจอกสุราขึ้น "เพื่อเป็นการขอบคุณที่นายน้อยเทียนให้เกียรติ ข้าได้เตรียมการแสดงพิเศษ 'ระบำดาบเจ็ดดาว' มาให้ชม!"

สิ้นเสียงตบมือ นักรำในชุดรัดกุมเจ็ดคนพุ่งออกมากลางลาน ท่วงท่าของพวกเขางดงามแต่แฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟัน ในจังหวะที่ดนตรีเร่งเร้าถึงขีดสุด นักรำทั้งเจ็ดพลันเปลี่ยนวิถีดาบ พุ่งเข้าหาเทียนอวี้จากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์!

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น ทว่าเทียนอวี้ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ มือซ้ายของเขายังคงถือจอกสุรา ส่วนมือขวาเพียงสะบัดตะเกียบไม้คู่หนึ่งออกไปรับคมดาบทั้งเจ็ดเล่มไว้ได้อย่างอัศจรรย์ พลังลมปราณ 'กลืนสวรรค์' แผ่ออกมาจากตะเกียบจนดาบเหล็กกล้าเริ่มสั่นสะท้านและร้าวราน

"สุราชดใช้น้ำใจ... ดาบชดใช้หนี้เลือด" เทียนอวี้เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะออกแรงกดตะเกียบเพียงเล็กน้อย ดาบทั้งเจ็ดเล่มก็หักสะบั้นเป็นชิ้นๆ ในพริบตา!

นักฆ่าทั้งเจ็ดกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทาง หลี่กวางหน้าซีดเผือก รีบตะโกนสั่ง "ฆ่ามัน! ใครฆ่ามันได้ข้าจะให้ทองหมื่นตำลึง!"

ทันใดนั้น ทหารองครักษ์ที่ซ่อนตัวอยู่ตามพุ่มไม้และหลังคาต่างพุ่งออกมาล้อมกรอบ แต่ก่อนที่เลือดจะนองแผ่นดิน ไป๋ซูเจินพลันลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนขัดขึ้น

"หยุดเดี๋ยวนี้! ท่านโหวหลี่กวาง... ท่านลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันสถาปนาราชวงศ์ หากมีการนองเลือดในจวนของท่าน ข่าวนี้ถึงหูฝ่าบาทเมื่อใด ท่านจะรับผิดชอบไหวหรือ?"

หลี่กวางชะงักไป คำขู่ของซูเจินมีน้ำหนัก เพราะอ๋องเจ็ด (ฮ่องเต้ปัจจุบัน) เกลียดการลบหลู่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

เทียนอวี้เหลือบมองซูเจินด้วยความประหลาดใจ นางกำลังช่วยเขา? หรือนางมีแผนการอื่น? เขาวางจอกสุราลงแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางวงล้อมของคมดาบที่ยังสั่นเทาด้วยความกลัว

"ขอบใจแม่นางไป่ที่เตือนสติท่านโหว..." เทียนอวี้ก้าวเดินออกไปทางประตูใหญ่ โดยไม่มีทหารคนไหนกล้าขวางทาง "หลี่กวาง... วันนี้ข้าไว้ชีวิตเจ้าเพราะเห็นแก่แม่นางผู้นี้ แต่จำไว้... หนี้แค้นของข้าไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เตรียมตัวรับมือกับ 'พายุ' ลูกใหญ่ที่จะถล่มการค้าของเจ้าในวันพรุ่งนี้ได้เลย"

เมื่อเทียนอวี้เดินพ้นประตูจวนไป ไป๋ซูเจินมองตามแผ่นหลังที่กว้างขวางนั้นด้วยความรู้สึกสับสน หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

'แผ่นหลังนั้น... เหตุใดจึงดูโดดเดี่ยวและหนักอึ้งดุจภูผาเพียงนี้กันนะ?'

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel