บท
ตั้งค่า

เสียงกลับขาดหายไป

นางพยายามจะเอ่ยบางสิ่งออกมา แต่เสียงกลับขาดหายไป

อีกฝ่ายก็มองนางด้วยสายตานิ่งลึกเช่นกัน ดวงตาของเขากวาดมองนางอย่างพินิจพิจารณา ราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง

หนิงอันยังคงตกตะลึงอยู่ ทำให้นางยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ร่างกายยังคงตึงแข็งไปทั้งร่าง ดวงตาคู่งามจับจ้องไปยังบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู ราวกับถูกฟาดด้วยสายฟ้า

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาแฝงไว้ด้วยความหยิ่งยโส ดวงตาคมปลาบที่เคยมองนางด้วยความเคารพในชาติที่แล้ว บัดนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจและเย็นชา

สิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงมิใช่เพียงเพราะได้พบเขาอีกครั้ง แต่เป็นเพราะสายตาที่เขามองมา..

มันช่างเต็มไปด้วยความเย็นชา ราวกับมองศัตรู!

เจิ้งเจียห้าวมองสตรีตรงหน้า ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างไม่พอใจ

"นี่หรือว่าที่ภรรยาของข้า"

ใบหน้างดงามของหญิงสาวตรงหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง นางมองเขาราวกับเห็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ บางทีอาจเป็นเพราะถูกสะกดด้วยรูปลักษณ์ภายนอกและตำแหน่งลาภยศของเขาเช่นเดียวกับสตรีมากมายที่เขาพบเจอ

ดวงตาของเขาหรี่ลง ยิ่งเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายยิ่งไม่พอใจ

เขาไม่ต้องการการแต่งงานครั้งนี้อยู่แล้ว และการที่บิดาบังคับให้เขาเดินทางมาไกลจากเมืองหลวงเพื่อพบหญิงสาวที่เขาไม่อยากทำความรู้จัก ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด

และเมื่อได้เห็นท่าทีของสตรีตรงหน้า ความรำคาญของเขาก็พุ่งสูงขึ้น

เขาเดาไว้ไม่มีผิด

คุณหนูตระกูลพ่อค้าผู้นี้ คงมิได้ร่ำเรียนกิริยามารยาทของสตรีชั้นสูง

ริมฝีปากของเจิ้งเจียห้าวยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะกล่าวประโยคต่อกับเพื่อหวังเตือนสติอีกฝ่าย

"เจ้าเป็นสตรีเสียเปล่า ยามดีใจสมควรเก็บสีหน้าและอาการอยากได้ข้าจนตัวสั่นเช่นนี้เอาไว้บ้างนะ" เสียงทุ้มต่ำของเขาเปล่งออกมาอย่างเย็นชาและเสียดแทง "คิดไว้ไม่มีผิดว่าคุณหนูตระกูลพ่อค้าอาจไม่ได้ร่ำเรียนมารยาทของสตรีที่พึงกระทำ หากแต่ไม่คิดว่าจะย่ำแย่ถึงเพียงนี้..."

เสียงของเขาดุจน้ำเย็นสาดลงบนร่างของหนิงอัน ทำให้นางหลุดออกจากภวังค์ความคิดในทันที

เมื่อครู่...เขาพูดว่าอะไรนะ?

หนิงอันเบิกตาขึ้นเล็กน้อย นางอ้าปากค้างด้วยความตกใจไม่ใช่เพราะถูกเสียดสี แต่เพราะไม่คาดคิดว่าศิษย์น้องที่เคยเชื่อฟังและเคารพนาง จะกล่าววาจาเสนียดหูเช่นนี้ออกมาได้!

เจิ้งเจียห้าวที่นางรู้จักในอดีตเป็นเด็กหนุ่มที่แม้ตรงไปตรงมาทว่าก็สุภาพและเคารพผู้อาวุโสเสมอ...

แต่บุรุษตรงหน้ากลับเป็นคนละคนกับที่นางเคยรู้จัก!

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา ปากร้าย หยิ่งทะนงแถมยัง...

เหมือนจะกำลังมองมาอย่างดูถูกดูแคลน

หนิงอันที่กำลังตกตะลึง ค่อยๆ หรี่ตาลงก่อนจะกระตุกมุมปากปรากฏเป็นรอยยิ้มเย็นชา

เจ้าหนูที่เคยเดินตามข้าไม่ห่าง...โตขึ้นมาเป็นบุรุษที่ปากร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

หากเป็นเมื่อก่อน นางคงจะยกมือฟาดศีรษะเขาแล้วเพื่อสั่งสอน

แต่บัดนี้...เขาคือ ‘ว่าที่คู่หมั้นของนางที่อาวุโสกว่าตนเอง’

เหตุการณ์ตอนนี้ช่างตลกยิ่งนัก!

หนิงอันสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ขออภัยเจ้าค่ะ"

นางก้มศีรษะลงเล็กน้อยคล้ายกับยอมรับผิด แต่ความจริงแล้วนางเพียงแค่ต้องการถอยหนึ่งก้าวเพื่อจู่โจมไปข้างหน้าอีกหลายก้าว

"ข้ามิได้ตั้งใจแสดงอากัปกริยาดีใจจนตัวสั่นเช่นที่คุณชายเข้าใจ" นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววเย็นชาไม่แพ้เขา "เพียงแต่ข้ามิได้คาดคิดว่า ‘คุณชาย’ ผู้ที่ร่ำรวยวิชาชั้นสูงมาอย่างดีจะไม่รู้จักแม้กระทั่งมารยาทพื้นฐานอย่างการมาตรงเวลาจะปรากฏตัวขึ้นเบื้องอย่างตอนนี้ต่างหากเจ้าค่ะ" ริมฝีปากนางกระตุกยิ้มเล็กน้อย "ข้าจึงตกใจมากเกินไปหน่อยก็เท่านั้น หาได้ตกตะลึงเพราะใบหน้าหล่อเหลาทว่ามีกันกลาดเกลื่อนทั่วไปอย่างท่านไม่"

“…”

เจิ้งเจียห้าวชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะกล้าหาญโต้กลับได้ทันควันเช่นนี้

ดวงตาของเขาหรี่ลง สายตาที่เคยมองนางอย่างดูแคลนเริ่มมีประกายบางอย่างฉายผ่าน

เขาเคยคิดว่า คุณหนูตระกูลพ่อค้า ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี จะเป็นสตรีที่นอบน้อม อ่อนโยน และคงจะกล่าววาจาเจียมเนื้อเจียมตัวยามถูกเขาเสียดสี

แต่หญิงสาวตรงหน้า...

กลับเป็นคนที่สามารถโต้กลับเขาได้อย่างเฉียบคม!

บรรยากาศภายในห้องอาหารเย็นลงมากกว่าเมื่อครู่ทวีคูณ

หนิงอันและเจิ้งเจียห้าวต่างสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ภายนอกห้อง เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่หน้าห้องแอบกลืนน้ำลาย

นี่มัน... การพบกันของว่าที่คู่หมั้นแน่หรือ?

เหตุใดบรรยากาศถึงดูเหมือนแม่ทัพใหญ่ของสองค่ายศัตรูกำลังเผชิญหน้ากันในสนามรบเช่นนี้!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel