เสียงกลับขาดหายไป
นางพยายามจะเอ่ยบางสิ่งออกมา แต่เสียงกลับขาดหายไป
อีกฝ่ายก็มองนางด้วยสายตานิ่งลึกเช่นกัน ดวงตาของเขากวาดมองนางอย่างพินิจพิจารณา ราวกับกำลังประเมินบางสิ่ง
หนิงอันยังคงตกตะลึงอยู่ ทำให้นางยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ร่างกายยังคงตึงแข็งไปทั้งร่าง ดวงตาคู่งามจับจ้องไปยังบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู ราวกับถูกฟาดด้วยสายฟ้า
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาแฝงไว้ด้วยความหยิ่งยโส ดวงตาคมปลาบที่เคยมองนางด้วยความเคารพในชาติที่แล้ว บัดนี้เต็มไปด้วยความไม่พอใจและเย็นชา
สิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงมิใช่เพียงเพราะได้พบเขาอีกครั้ง แต่เป็นเพราะสายตาที่เขามองมา..
มันช่างเต็มไปด้วยความเย็นชา ราวกับมองศัตรู!
เจิ้งเจียห้าวมองสตรีตรงหน้า ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างไม่พอใจ
"นี่หรือว่าที่ภรรยาของข้า"
ใบหน้างดงามของหญิงสาวตรงหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง นางมองเขาราวกับเห็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ บางทีอาจเป็นเพราะถูกสะกดด้วยรูปลักษณ์ภายนอกและตำแหน่งลาภยศของเขาเช่นเดียวกับสตรีมากมายที่เขาพบเจอ
ดวงตาของเขาหรี่ลง ยิ่งเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่ายยิ่งไม่พอใจ
เขาไม่ต้องการการแต่งงานครั้งนี้อยู่แล้ว และการที่บิดาบังคับให้เขาเดินทางมาไกลจากเมืองหลวงเพื่อพบหญิงสาวที่เขาไม่อยากทำความรู้จัก ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด
และเมื่อได้เห็นท่าทีของสตรีตรงหน้า ความรำคาญของเขาก็พุ่งสูงขึ้น
เขาเดาไว้ไม่มีผิด
คุณหนูตระกูลพ่อค้าผู้นี้ คงมิได้ร่ำเรียนกิริยามารยาทของสตรีชั้นสูง
ริมฝีปากของเจิ้งเจียห้าวยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเยาะ ก่อนจะกล่าวประโยคต่อกับเพื่อหวังเตือนสติอีกฝ่าย
"เจ้าเป็นสตรีเสียเปล่า ยามดีใจสมควรเก็บสีหน้าและอาการอยากได้ข้าจนตัวสั่นเช่นนี้เอาไว้บ้างนะ" เสียงทุ้มต่ำของเขาเปล่งออกมาอย่างเย็นชาและเสียดแทง "คิดไว้ไม่มีผิดว่าคุณหนูตระกูลพ่อค้าอาจไม่ได้ร่ำเรียนมารยาทของสตรีที่พึงกระทำ หากแต่ไม่คิดว่าจะย่ำแย่ถึงเพียงนี้..."
เสียงของเขาดุจน้ำเย็นสาดลงบนร่างของหนิงอัน ทำให้นางหลุดออกจากภวังค์ความคิดในทันที
เมื่อครู่...เขาพูดว่าอะไรนะ?
หนิงอันเบิกตาขึ้นเล็กน้อย นางอ้าปากค้างด้วยความตกใจไม่ใช่เพราะถูกเสียดสี แต่เพราะไม่คาดคิดว่าศิษย์น้องที่เคยเชื่อฟังและเคารพนาง จะกล่าววาจาเสนียดหูเช่นนี้ออกมาได้!
เจิ้งเจียห้าวที่นางรู้จักในอดีตเป็นเด็กหนุ่มที่แม้ตรงไปตรงมาทว่าก็สุภาพและเคารพผู้อาวุโสเสมอ...
แต่บุรุษตรงหน้ากลับเป็นคนละคนกับที่นางเคยรู้จัก!
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา ปากร้าย หยิ่งทะนงแถมยัง...
เหมือนจะกำลังมองมาอย่างดูถูกดูแคลน
หนิงอันที่กำลังตกตะลึง ค่อยๆ หรี่ตาลงก่อนจะกระตุกมุมปากปรากฏเป็นรอยยิ้มเย็นชา
เจ้าหนูที่เคยเดินตามข้าไม่ห่าง...โตขึ้นมาเป็นบุรุษที่ปากร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
หากเป็นเมื่อก่อน นางคงจะยกมือฟาดศีรษะเขาแล้วเพื่อสั่งสอน
แต่บัดนี้...เขาคือ ‘ว่าที่คู่หมั้นของนางที่อาวุโสกว่าตนเอง’
เหตุการณ์ตอนนี้ช่างตลกยิ่งนัก!
หนิงอันสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ขออภัยเจ้าค่ะ"
นางก้มศีรษะลงเล็กน้อยคล้ายกับยอมรับผิด แต่ความจริงแล้วนางเพียงแค่ต้องการถอยหนึ่งก้าวเพื่อจู่โจมไปข้างหน้าอีกหลายก้าว
"ข้ามิได้ตั้งใจแสดงอากัปกริยาดีใจจนตัวสั่นเช่นที่คุณชายเข้าใจ" นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววเย็นชาไม่แพ้เขา "เพียงแต่ข้ามิได้คาดคิดว่า ‘คุณชาย’ ผู้ที่ร่ำรวยวิชาชั้นสูงมาอย่างดีจะไม่รู้จักแม้กระทั่งมารยาทพื้นฐานอย่างการมาตรงเวลาจะปรากฏตัวขึ้นเบื้องอย่างตอนนี้ต่างหากเจ้าค่ะ" ริมฝีปากนางกระตุกยิ้มเล็กน้อย "ข้าจึงตกใจมากเกินไปหน่อยก็เท่านั้น หาได้ตกตะลึงเพราะใบหน้าหล่อเหลาทว่ามีกันกลาดเกลื่อนทั่วไปอย่างท่านไม่"
“…”
เจิ้งเจียห้าวชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะกล้าหาญโต้กลับได้ทันควันเช่นนี้
ดวงตาของเขาหรี่ลง สายตาที่เคยมองนางอย่างดูแคลนเริ่มมีประกายบางอย่างฉายผ่าน
เขาเคยคิดว่า คุณหนูตระกูลพ่อค้า ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี จะเป็นสตรีที่นอบน้อม อ่อนโยน และคงจะกล่าววาจาเจียมเนื้อเจียมตัวยามถูกเขาเสียดสี
แต่หญิงสาวตรงหน้า...
กลับเป็นคนที่สามารถโต้กลับเขาได้อย่างเฉียบคม!
บรรยากาศภายในห้องอาหารเย็นลงมากกว่าเมื่อครู่ทวีคูณ
หนิงอันและเจิ้งเจียห้าวต่างสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ภายนอกห้อง เสี่ยวเอ้อที่ยืนอยู่หน้าห้องแอบกลืนน้ำลาย
นี่มัน... การพบกันของว่าที่คู่หมั้นแน่หรือ?
เหตุใดบรรยากาศถึงดูเหมือนแม่ทัพใหญ่ของสองค่ายศัตรูกำลังเผชิญหน้ากันในสนามรบเช่นนี้!
