บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 คู่หมายและการแต่งงาน

ซูหย่งเหอนายท่านใหญ่สกุลซูผู้เป็นบิดาของซูหลีหลี่ในยามนี้เขาดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมพิธีการ หน้าที่การงานถือว่าไม่สูงไม่ต่ำในราชสำนัก เดิมทีสกุลซูไม่ใช่สกุลขุนนางแต่อย่างใดแต่เพราะซูหย่งเหอมีโชคทางด้านสตรี ฮูหยินคนแรกของเขาเป็นบุตรสาวของอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวง สินเจ้าสาวที่ติดตัวมาของนางเพียงพอให้เขาสามารถใช้ซื้อตำแหน่งขุนนางเล็กๆ พอให้เขามีหน้ามีตาขึ้นมาได้บ้าง พอสิ้นฮูหยินคนแรกไปเขาก็แต่งกับฮูหยินคนที่สองจากจวนสกุลหวังซึ่งเป็นจวนของอัครเสนาบดี หลังจากนั้นตำแหน่งขุนนางของเขาก็พลันก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นฮูหยินคนที่สองผู้นี้นางชี้นกเขาก็ต้องบอกว่าเป็นนก นางชี้ไม้เขาก็ย่อมจะต้องตอบว่าไม้โดยไม่กล้ามีความเห็นเป็นอย่างอื่น

หวังเจียหรานผู้เป็นฮูหยินคนที่สองของเขา แม้ว่าจะถือกำเนิดจากอนุของท่านอัครเสนาบดีแต่ก็นางถือว่าเป็นบุตรสาวคนโปรดของบิดา ไม่เพียงช่วยเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาได้ แต่นางยังทั้งงดงามและอ่อนเยาว์แถมยังสามารถคลอดบุตรชายและบุตรสาวให้เขาอย่างละหนึ่งคน ทำให้บุตรสาวคนโตที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนแรกกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวของเขาในทันที

เดิมทีเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าซูหลีหลี่เป็นตัวปัญหาแต่อย่างใด แค่ส่งนางไปอยู่ในหมู่บ้านเกษตรที่อยู่ในชนบทตามคำชี้แนะของฮูหยินของเขา เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหากวนใจเขาเรื่องบุตรสาวที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนก่อนแล้ว แต่ยามนี้ปัญหาใหญ่กลับเกิดขึ้นจนทำให้เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาตั้งหลายวัน นั่นก็คือคู่หมายของซูหลีหลี่ที่ท่านตาของนางเคยหมั้นหมายเอาไว้ให้กลับมีสถานะสูงส่งกว่าคู่หมายของบุตรสาวคนรองที่ถือกำเนิดจากหวังเจียหราน เดิมทีพวกนางไม่รู้ก็ไม่เป็นอันใด แต่ยามนี้พอพวกนางล่วงรู้เรื่องคู่หมายของซูหลีหลี่จวนสกุลซูที่เคยสงบสุขก็พลันร้อนรุ่มดุจมีกองเพลิงคอยแผดเผาจนเขาแทบจะไม่ได้กินไม่ได้นอน

“หลีหลี่ เรื่องการหมั้นหมายของเจ้า จะเป็นไปได้ไหมที่เจ้านั้นจะยินยอมยกคู่หมายให้น้องสาวของเจ้า ส่วนตัวเจ้านั้นก็แต่งออกไปกับแม่ทัพฮั่วผู้เป็นก็คู่หมายของน้องสาวของเจ้าแทน” คำพูดของบิดาทำให้ซูหลีหลี่พลันรีบก้มหน้าลงเพื่อเก็บงำสายตาแล้วส่งเสียงเอ่ยคัดค้านออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“แต่การหมั้นหมายนี้เป็นท่านตาของข้าทำข้อตกลงกับจวนอ๋องเอาไว้นะเจ้าคะ” นางเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองบิดาด้วยสายตาอันว่างเปล่า ชาติที่แล้วนางพยายามทำทุกอย่างแม้แต่การแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับน้องสาวเพื่อให้เขามองว่านางคือบุตรสาวของเขาบ้าง แต่ผลสุดท้ายเมื่อซูหลีเซียงกลายเป็นภรรยาม่ายของท่านอ๋อง นางก็ถูกทั้งบิดาและมารดาเลี้ยงด่ากราดอย่างสาดเสียเทเสีย กล่าวหาว่านางรู้อยู่แล้วว่าเสียนอ๋องมีร่างกายไม่แข็งแรง จึงได้ยินยอมแลกเปลี่ยนการแต่งงานกับน้องสาวแต่โดยดี

“ข้ารู้ เพียงแต่น้องสาวของเจ้าบอกกับข้าว่านางและเสียนอ๋องมีใจปฏิพัทธ์ต่อกัน ดังนั้นหากนางไม่ได้แต่งเข้าจวนอ๋องนางขอยอมตายเสียดีกว่า” คำพูดของบิดาทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มเย็นออกมาในทันที

“ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองมีคู่หมายอยู่แล้ว อีกทั้งในตอนหลังยังรู้ว่าเสียนอ๋องคือคู่หมายของพี่สาวเช่นข้านางยังมีใจปฏิพัทธ์ต่อเสียนอ๋องได้ลงอีกหรือ” คำพูดประโยคนี้ของซูหลีหลี่ทำให้ซูหย่งเหอพลันทำสีหน้าไม่ถูกในทันที

ส่วนหวังเจียหรานนั้นนางหรี่ตาและเพ่งมองซูหลีหลี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการพินิจพิจารณาในทันที ก่อนหน้านี้ซูหลีหลี่ดูเหมือนจะเป็นเด็กสาวที่ว่าง่ายเป็นอย่างยิ่ง แต่ยามนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดซูหลีหลี่จึงได้ดูดื้อรั้นขึ้นแตกต่างจากที่นางเคยเข้าใจยิ่งนัก

“หลีหลี่ ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็หมายตาตำแหน่งพระชายาของเสียนอ๋อง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการว่าจ้างอดีตนางข้าหลวงข้างพระวรกายหยางไทเฮาไปคอยสอนกิริยามารยาทเจ้าตั้งแต่เด็ก แต่ยามนี้ในเมื่อเสียนอ๋องและเซียงเซียงมีใจให้กัน หากเจ้ายังยืนยันที่จะแต่งเข้าจวนอ๋องไปทั้งที่เสียนอ๋องไม่ได้ชอบพอเจ้าเลยสักนิดเจ้าไม่คิดว่าจะทำให้ตนเองได้รับความทุกข์ยากในภายหลังหรือเจ้าคงไม่รู้กระมังว่าสตรีที่ไม่ได้แต่งกับคนที่ไม่พึงใจ ต่อให้มีฐานะสูงส่งมากเพียงใดก็ต้องกินข้าวต่างน้ำตาอยู่ดี” คำพูดของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่เงยหน้าขึ้นไปมองนาง สตรีผู้นี้ยามที่พูดจาโจมตีผู้คนก็มักจะโจมตีได้ตรงจุด เพียงแต่ซูหลีหลี่ในวันนี้แตกต่างจากซูหลีหลี่ในเมื่อวาน คำพูดเพียงแค่นี้มีหรือที่จะทำให้จิตใจของนางหวั่นไหว

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้า…” ซูหลีหลี่ยังไม่ทันได้ยืนยันความต้องการของตนเอง ซูหลีเซียงที่บอกกับผู้คนว่าตนเองไม่มีแรงกายแรงใจที่จะมีชีวิตอยู่แล้วกลับรีบวิ่งเข้ามาแล้วเอ่ยกับบิดามารดาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าไม่แต่งแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไม่แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่พลันเงยหน้าขึ้นไปมองนางในทันที

“เจ้าว่าอย่างไรนะ” หวังเจียหรานเอ่ยถามบุตรสาวออกมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อวานนี้บุตรสาวของนางยังบอกกับนางอยู่เลยว่าจะขอยอมตายดีกว่าต้องแต่งเข้าจวนแม่ทัพที่อยู่ห่างไกลถึงชายแดน อีกทั้งยังบอกว่านางจะต้องเสียหน้าแน่ถ้าหากว่าซูหลีหลี่ได้เป็นพระชายาของเสียนอ๋อง แต่บุตรสาวในอุทรของนางกลับเป็นแค่ฮูหยินของแม่ทัพตามแถบชายแดน นางจึงได้ยอมกลืนน้ำลายของตนเอง ออกหน้าเอ่ยปากแย่งชิงการแต่งงานของซูหลีหลี่มาให้ซูหลีเซียง แต่ยามนี้เมื่อซูหลีเซียงมาเอ่ยปากขอกลับคำเช่นนี้นางที่ออกหน้าเอ่ยปากแย่งชิงไปแล้วย่อมจะรู้สึกยอมรับไม่ได้อยู่บ้าง

“ข้าบอกว่าข้าไม่แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว ข้ายินดีแต่งงานเข้าจวนสกุลฮั่วเป็นฮูหยินของฮั่วจิ่นหรงเจ้าค่ะ” ซูหลีเซียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจทำให้ซูหลีหลี่รีบเก็บงำสายตาของตนเองเพื่อปิดบังความคิดของตนเองในทันที

“ไหนเจ้าบอกกับมารดาของเจ้าว่า เจ้าและเสียนอ๋องมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกันอย่างไรเล่า” คำถามของซูหย่งเหอทำให้ซูหลีเซียงรีบไปคุกเข่าลงตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

“นั่นเป็นเพราะลูกกลัวว่าท่านพ่อ ท่านแม่และพี่หญิงจะไม่ยินยอมให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องเจ้าค่ะ แต่แท้จริงแล้วข้าและท่านอ๋องไม่เคยพบกันเลยแล้วจะมีจิตปฏิพัทธ์ต่อกันได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ” เมื่อซูหลีเซียงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พลันเม้มปากแน่นแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ

“เจ้าไม่เคยได้พบกับเสียนอ๋องจริงหรือ” คำถามของนางทำให้ซูหลีเซียงหันมาจ้องมองนางด้วยสายตาเกลียดชังในทันที

“ท่านอ๋องล้มป่วยมาโดยตลอด ย่อมยากจะได้ย่างเท้าออกจากจวนอ๋องแล้วข้าจะเคยได้พบกับเขาได้อย่างไร พี่หญิงท่านแม่ทัพฮั่วคือคู่หมายของข้าไม่ว่าท่านจะทำเช่นไรก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแย่งชิงเขากับข้า” คำตอบและสีหน้าของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่มั่นอกมั่นใจอย่างเต็มที่ว่าไม่ใช่แค่นางที่ได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ แต่ซูหลีเซียงก็น่าจะได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกันและยามนี้ซูหลีเซียงก็ได้เลือกแล้วว่านางจะเป็นฮูหยินของแม่ทัพฮั่วไม่ใช่พระชายาที่เฝ้ารอวันเป็นม่ายของเสียนอ๋อง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel