บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 รู้เขารู้เรา

เมื่อซูหลีหลี่รู้ว่าน้องสาวของตนเองได้ย้อนเวลากลับมาเช่นเดียวกันแล้วนางก็พยายามเก็บงำคำพูดและท่าทางของตนเองเอาไว้ปล่อยให้ซูหลีเซียงคิดว่าตนเองได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เพียงผู้เดียวก็พอ ชาติก่อนซูหลีเซียงตายเพราะฝีมือของนาง ชาตินี้ซูหลีเซียงจะต้องหาวิธีฆ่านางเพื่อแก้แค้นให้ตนเองแน่

“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้อยืนยันว่าข้าจะแต่งกับแม่ทัพฮั่ว ในเมื่อท่านตาของข้าเลือกตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพให้ข้า ข้าก็พร้อมจะยอมรับ ส่วนพี่หญิงหลีหลี่นั้นในเมื่อท่านตาของนางอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้นางได้เป็นพระชายาอ๋องลูกก็ไม่คิดจะแย่งชิงเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่ลอบยิ้มเย็นอยู่ในใจ

ชาติที่แล้วซูหลีเซียงตั้งอกตั้งใจแย่งชิงตำแหน่งพระชายาของนางเป็นอย่างยิ่ง จนถึงขั้นบอกกับผู้อื่นว่าตนเองมีใจปฏิพัทธ์กับเสียนอ๋อง ยามที่ซูหลีเซียงขึ้นเกี้ยวเข้าจวนอ๋องยังจงใจพูดจาเย้ยหยันซูหลีหลี่เสียด้วยซ้ำว่าคนเช่นนางไม่เหมาะที่จะแต่งเข้าราชวงศ์ การทุ่มเทแรงกายแรงใจของท่านอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงผู้เป็นท่านตาของนางซูหลีเซียงจะขอรับเอาไว้เอง ยามนั้นนางทั้งเจ็บแค้นและเสียใจแต่เพราะต้องการได้รับการยอมรับจากบิดาว่านางเป็นบุตรสาวที่เชื่อฟังนางจึงได้แต่จำต้องทนกล้ำกลืนความเจ็บช้ำของตนเองเอาไว้

“เซียงเซียงพ่อดีใจเหลือเกินที่เจ้าคิดได้ เอาล่ะไม่ต้องมีท่าทีสำนึกผิดเช่นนั้นหรอกพี่สาวของเจ้านางเป็นคนจิตใจกว้างขวางไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยกับการกระทำก่อนหน้านี้ของเจ้าแน่” ซูหย่งเหอเอ่ยพลางย่อกายลงไปพยุงตัวซูหลีเซียงให้ลุกขึ้น ซูหลีหลี่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นความลำเอียงที่บิดามอบให้ ย่อกายคารวะอำลาบิดาและมารดาเลี้ยงด้วยท่าทีสงบนิ่ง

“ในเมื่อไม่มีเรื่องอื่นแล้ว หลีหลี่ขอตัวกลับจวนนะเจ้าคะ” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางย่อกายคารวะอำลานางไม่อยากให้ซูหลีเซียงรู้ตัวว่านางเองก็ได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกันจึงได้พยายามสำรวมท่าทีของตนเอง พยายามแสดงท่าทีและการกระทำที่ตนเองมักจะทำตอนที่ยังเป็นเด็กสาวอยู่

“ไปเถอะๆ ไม่มีเรื่องอะไรก็ไม่ต้องมากวนท่านแม่ของเจ้าที่เรือนหลักเล่า อีกไม่นานก็จะถึงวันแต่งงานของเจ้าแล้วเตรียมตัวเอาไว้อย่าทำให้จวนสกุลซูต้องขายหน้าอย่างเด็ดขาด” เมื่อซูหย่งเหอเอ่ยเช่นนี้หวังเจียหรานก็หันไปส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจให้สามี ส่วนซูหลีเซียงกลับใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจ้องมองซูหลีหลี่โดยไม่คิดจะเก็บงำสายตา

ชาติที่แล้วซูหลีเซียงเคยคิดว่าตนเองคือนกน้อยที่ได้บินขึ้นไปเป็นพญาหงส์ แต่สุดท้ายจวนอ๋องที่นางเคยคิดว่าสงบสุขกลับมีเรื่องราวที่ทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาแทบจะทุกวัน พอเสียนอ๋องรู้ว่านางคือเจ้าสาวที่แย่งชิงการแต่งการของพี่สาวมา เขาก็มักจะจ้องมองนางด้วยสายตาดูหมิ่น อีกทั้งยังบอกกับนางว่าสาเหตุที่เขาจะแต่งงานกับหลานสาวของหลี่รุ่ยก็เพราะต้องการทดแทนบุญคุณ การที่นางขออาสาแต่งแทนเข้ามาแทนเช่นนี้ทำให้เขาไม่อาจจะได้ตอบแทนบุญคุณผู้อาวุโสได้

แล้วผลสุดท้ายก่อนที่เขาจะตายเขาก็ยังอุตส่าห์มีเรี่ยวแรงมาเอ่ยวาจาเย้ยหยันนางและบอกกับนางว่า นางแต่งเข้ามาแทนคือเรื่องดีอย่างน้อยซูหลีหลี่ก็จะได้ไม่ต้องมาเผชิญกับการแก่งแย่งราชบัลลังก์และไม่ต้องถูกบังคับให้เลือกฝ่าย อีกทั้งยังต้องอยู่ฝ่ายเดียวกันกับอ๋องที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้เช่นเขา แล้วหลังจากนั้นเขาก็ตายจากไปทิ้งให้นางต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงผู้เดียว

‘ชาตินี้ข้าจะไม่เป็นอีกแล้วพระชายาม่ายของเสียนอ๋อง แต่ข้าจะเป็นฮูหยินของแม่ทัพฮั่วว่าที่องค์ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ ข้าจะเป็นองค์ฮองเฮามิใช่ชู้รักที่มีฐานะต่ำต้อยอย่างเช่นชาติที่แล้ว ส่วนเจ้าซูหลีหลี่จงเผชิญกับชะตากรรมที่ข้าเคยได้เผชิญไปเถิด ชาตินี้ข้ารับรองว่าจะพยายามทำทุกวิถีทางให้เจ้าได้รับความเจ็บช้ำอย่างที่ข้าเคยเผชิญ’ ซูหลีเซียงคิดอยู่ในใจนางยังจำได้ดีว่านางตายได้อย่างไรและชาตินี้นางจะทำให้ซูหลีหลี่ต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกันกับนาง

ส่วนซูหลีหลี่เมื่อกลับไปถึงเรือนพักผ่อนส่วนตัวของตนเองแล้ว ก็เอนกายพักผ่อนอย่างสบายใจ แม้จะรู้ว่าซูหลีเซียงได้ย้อนเวลากลับมาเช่นเดียวกัน แต่อีกไม่นานซูหลีเซียงก็ต้องแต่งออกไปอยู่ไกลถึงชายแดน แม้ว่าจะรู้สึกแค้นเคืองในตัวนางเช่นไรแต่ซูหลีเซียงก็ยากจะยื่นมือเข้ามาทำให้ชีวิตของนางต้องเผชิญกับความยุ่งยากได้ แต่นางเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท จึงได้หันไปมองเผิงซีสาวใช้ผู้มือเท้าคล่องแคล่วของตนเองแล้วออกคำสั่งในทันที

“เผิงซี เดี๋ยวเจ้าเอาเงินไปก้อนหนึ่งพยายามซื้อใจและตีสนิทกับตงเสวี่ยสาวใช้ข้างกายของคุณหนูรองให้ข้า อย่าลืมว่าจงใช้จ่ายอย่างมือเติบ ตงเสวี่ยเป็นคนที่มีความละโมบและทะเยอทะยาน เมื่อเห็นว่าสามารถตีสนิทกับนางได้แล้วก็จงบอกกับนางว่าหากนางให้ความร่วมมือกับข้า ข้าก็จะลักลอบช่วยเหลือนาง ให้นางและคุณชายรองสามารถรักกันได้อย่างเปิดเผยเสียที” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้ทั้งเผิงซี ตงชิง ตงผิงและตงหนานต่างก็จ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ

“ตงเสวี่ยกับคุณชายรองน่ะหรือเจ้าคะ ไม่น่าจะเป็นไปได้นะเจ้าคะ” เมื่อเผิงซีเอ่ยถามเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“น้องชายคนรองของข้าแม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนบัณฑิตแก่เรียนแต่ความจริงแล้วเป็นคนที่ฝักใฝ่ทางด้านสตรีมากพอดู ตงเสวี่ยยังไม่ทันจะได้แตกเนื้อสาวดีก็ถูกเขากวาดต้อนไปเป็นสตรีของตนเองแล้ว” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งสี่คนของนางต่างหันไปมองกันด้วยสายตากังขาในทันที

“คุณหนูทราบเรื่องนี้ได้อย่างไรกันเจ้าคะ เผิงซีเป็นเจ้าหรือที่ชอบนำเรื่องเหลวไหลมาเล่าให้คุณหนูฟัง” เมื่อตงผิงเอ่ยเช่นนี้เผิงซีก็รีบส่ายหน้าในทันที

“ไม่ใช่ข้านะ แม้ว่าข้าจะเป็นคนหูตากว้างขวางแต่เรื่องนี้ข้าไม่เคยล่วงรู้เลยสักนิดแล้วจะนำมาเล่าให้คุณหนูฟังได้อย่างไร” เมื่อเผิงซีเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“ต่อไปเจ้าควรจะต้องไปตีสนิทกับคนในโรงครัวและโรงซักล้างเอาไว้ เจ้าเชื่อข้าเถอะความลับภายในจวนล้วนอยู่ที่พวกนางทั้งหมด” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางยกน้ำชาขึ้นมาจิบ นางยกความดีความชอบให้คนในโรงครัวและคนซักล้าง ด้วยไม่อยากให้สาวใช้ทั้งสี่สงสัยว่านางรู้ได้อย่างไร นางไม่อยากให้ซูหลีเซียงรู้ตัวว่ามีคนได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่เช่นเดียวกันดังนั้นความลับเรื่องกลับชาติมาเกิดใหม่ของนาง นางควรเก็บเอาไว้กับตัวจึงจะปลอดภัยมากที่สุด

ยามนี้ก็ปล่อยให้ซูหลีเซียงคิดเอาเองว่าตนเองรู้อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นเพียงผู้เดียวไปก่อน นางจะได้วางแผนรับมือซูหลีเซียงได้ง่ายขึ้น แม้ว่าซูหลีเซียงจะต้องแต่งออกไปไกลถึงชายแดนแต่นางก็ควรจะมีหูตาของตนเองอยู่ข้างกายของซูหลีเซียงเอาไว้ รู้เขารู้เราสู้ร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง ชาติที่แล้วนางใช้วิธีนี้ชนะศัตรูมานักต่อนักแล้ว น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางใช้ชีวิตอย่างตรากตรำมากจนเกินไปทำให้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านการทรยศหักหลังของฮั่วจิ่นหรง แต่ชาตินี้นางตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะดูแลตนเองให้ดีไม่คิดจะทำให้ชีวิตของตนเองต้องลำบากเพื่อผู้อื่นอีกต่อไปแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel