บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่

ซูหลีหลี่มองฮั่วจิ่นหรงด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเสียใจและความเสียดาย ฮั่วจิ่นหรงยังคงไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ทำทุกสิ่งด้วยอารมณ์ ทะเยอทะยานและมีจิตใจที่คับแคบ คนเหล่านั้นที่เขากำจัดทิ้งไปล้วนเป็นคนที่ช่วยให้เขาได้นั่งบัลลังก์มังกรได้สำเร็จ ยามนี้สิ้นพวกเขาไปแล้วราชบัลลังก์ของเขาก็ยากจะมั่นคง ถึงยามนั้นแคว้นต้าเหลียงแห่งนี้ก็คงจะลุกโชนด้วยไฟสงครามอีกครั้ง ประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก็คงจะได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าอีก

“ในเมื่อสิ้นพวกเขาไปแล้ว แล้วต่อไปผู้ใดจะคอยช่วยประคับประคองราชบัลลังก์ให้ฝ่าบาทเล่าเพคะ” คำถามของนางทำให้ฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้พลันแย้มพระสรวลออกมา

“ก็เพราะเจ้าเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า ความรักที่ข้ามอบให้เจ้าจึงได้หมดสิ้นไป เหตุใดจึงไม่ทรงทำเช่นนี้เล่าเพคะ เหตุใดจึงไม่ทรงทำเช่นนั้นเล่าเพคะ ถามจริงๆ เถิดข้าเป็นสามีของเจ้าหรือว่าข้าเป็นบุตรชายของเจ้ากันแน่ ซูหลีหลี่ ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเหลียง แล้วเหตุใดข้าจึงจะต้องทนอยู่ใต้อำนาจการสั่งการของเจ้าด้วย” คำถามของฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ทำให้ซูหลีหลี่พลันยิ้มออกมา

“ที่แท้ก็เพราะเช่นนี้ ทรงหมางเมินหม่อมฉัน ทรงตั้งใจทำให้หม่อมฉันทุกข์ใจก็เพราะหม่อมฉันหวังดีกับพระองค์มากเกินไปนี่เอง ยินดีด้วยเพคะครั้งนี้ฝ่าบาททรงทำได้สำเร็จจริงๆ หม่อมฉันรู้สึกสิ้นหวังกับฝ่าบาทได้อย่างแท้จริงแล้วเพคะ” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางหลั่งน้ำตาออกมา

“เช่นนั้นก็ทรงลงมือเถิดเพคะ ระหว่างพวกเราไม่มีสิ่งใดที่ติดค้างกันอีกต่อไปแล้ว หม่อมฉันเหนื่อยเหลือเกินอยากจะพักผ่อนตลอดกาลแล้วเพคะ” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางหลับตาลงฮั่วจิ่นหรงจ้องมองนางด้วยสายตาอันสั่นไหวในขณะที่เขาจะลงมือก็มีเสียงสั่งการอันสนั่นหวั่นไหว

“ช่วยเหลือองค์ฮองเฮากำจัดฮ่องเต้ทรราช” เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งก็มีลูกธนูแทงทะลุหน้าอกของเขาในทันที

“ดียิ่งนัก ซูหลีหลี่จะตายอยู่แล้วยังคอยชักใยคนของข้าอยู่อีก เช่นนั้นเจ้าก็จงอย่าอยู่เลย” ฮั่วจิ่นหรงเอ่ยพลางใช้กำลังที่เหลือเฮือกสุดท้ายยื่นมือไปบีบคอของซูหลีหลี่ด้วยแรงกำลังทั้งหมด

‘ข้าไม่ได้ทำอันใดเลย ท่านนั่นแหละที่ไม่เชื่อคำเตือนของข้า’ แม้ว่าอยากจะเอ่ยออกมาเช่นนี้แต่นางกลับไม่มีโอกาสได้เอ่ยออกมา

“ท่านแม่! ข้ามาช่วยท่านแล้ว” เสียงของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรชายบุญธรรมของนางดังขึ้นพร้อมกับศีรษะของฮั่วจิ่นหรงที่ร่วงหล่นลงมา เลือดจำนวนมากสาดกระเซ็นไปทั่วดวงหน้าอันคุ้นเคยของซูฉางเยว่เขาจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความร้อนรนแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ท่านแม่ ข้ามาช้าไปใช่หรือไม่” ซูฉางเยว่ไม่สนใจหยาดเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่ว เขาดึงร่างของฮั่วจิ่นหรงฮ่องเต้ออกแล้วเข้ามาช่วยประคับประคองนางขึ้น

“เยว่เอ๋อ ครั้งนี้เจ้าลงมือรุนแรงจนเกินไปแล้ว” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางพยายามอ้าปากหอบหายใจ หนึ่งเดียวที่นางเป็นห่วงและพยายามยื้อชีวิตของตนเองไว้ก็คือคนผู้นี้ เขาคือบุตรชายนอกสายเลือดที่นางเฝ้าเลี้ยงดูด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ แม้ว่ายามนี้เขาจะเติบใหญ่แล้วและสามารถดูแลตนเองได้แล้ว แต่นางก็ยังอดเป็นห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี

“ข้าไม่สนใจ เขารังแกท่าน เขาหักหลังพวกเราทุกคน แม่ทัพในสังกัดของเขารวมทั้งนายกองที่อยู่ใต้สังกัดของข้าหากไม่ถูกส่งไปตายก็ถูกยัดเยียดข้อหากบฏให้ ตัวข้าเองหากไม่จับดาบลุกขึ้นมาสู้ก็คงต้องตายด้วยโทษกบฏเช่นเดียวกัน” เขาเอ่ยพลางพยายามใช้มือของตนเองเช็ดเลือดของฮั่วจิ่นหรงที่เปรอะเปื้อนใบหน้าของนางด้วยฝ่ามืออันสั่นเทา แต่น่าเสียดายที่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเปื้อน

“ท่านแม่ ท่านต้องแข็งใจเอาไว้แล้วอยู่กับข้าก่อน” ซูฉางเยว่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ซูหลีหลี่กลับส่ายศีรษะ

“ข้าคงอยู่กับเจ้าไม่ได้แล้ว หากมีชาติหน้าขอให้พวกเราได้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันก็แล้วกัน หวังว่าชาติหน้าข้าจะได้ครองคู่กับคนดีๆ เจ้าจะได้มาเกิดในท้องของข้า ชั่วชีวิตของเจ้าจะได้ไม่ต้องเติบโตท่ามกลางคมดาบและคาวโลหิตเช่นนี้อีก” ซูหลีหลี่เอ่ยออกมาด้วยความอาลัย

“ท่านแม่! ไม่...ไม่นะ! ท่านอยู่กับข้าก่อน” เสียงร่ำไห้ของซูฉางเยว่ดังห่างออกไปเรื่อยๆ สุดท้ายก่อนที่นางจะสิ้นใจนางก็ได้แต่คิดว่าหากเกิดใหม่ชาติหน้านางเองก็จะขอเสพสุขให้เต็มที่ จะไม่ขอเหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้ใดนอกจากบุตรชายผู้นี้อีกแล้ว…

เสียงร่ำไห้ของบุตรชายบุญธรรมห่างหายไปจากนางเรื่อยๆ สติของซูหลีหลี่ก็ค่อยๆ ดับมืดลง เดิมทีนางคิดว่านางคงจะต้องดับสูญไปเช่นนี้ตลอดกาล แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็ได้พบว่านางได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างของตนเองอีกครั้ง อีกทั้งนางยังได้ย้อนกลับมาตอนที่ตนเองยังไม่ได้แต่งงานอีกด้วย

“คุณหนู นายท่านกับฮูหยินต้องการให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ” เสียงของตงชิงทำให้ซูหลีหลี่ตื่นจากภวังค์ความคิด นางนั่งมองเงาร่างอันอ่อนเยาว์ของตนเองผ่านบานกระจก มองการแต่งกายและการตกแต่งเครื่องเรือนในห้องนอนของตนเองแล้วก็ทอดถอนใจออกมา เมื่อคิดได้ว่าทันทีที่นางถูกบิดารับมาจากชนบทก็ถูกเรียกตัวไปคุยเรื่องการสับเปลี่ยนคู่แต่งงานแล้ว หากนางจำไม่ผิดช่วงนี้ภายในจวนน่าจะกำลังระส่ำระสายกับการแผลงฤทธิ์ของซูหลีเซียง และยามนี้บิดาของนางก็น่าจะทนไม่ไหวแล้วจึงได้เรียกหานางทั้งที่ไม่อยากจะพบหน้าเช่นนี้

“พวกเราไปกันเถิด” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางขยับตัวลุกขึ้น นางตั้งเป้าหมายเอาไว้ในใจแล้วว่าต่อให้ถูกบิดาตีจนตายนางก็จะไม่ยอมสับเปลี่ยนคู่แต่งงานกับซูหลีเซียงอีกแล้ว ต่อให้รู้แล้วว่าว่าที่เจ้าบ่าวของนางอย่างเสียนอ๋องจะอายุสั้น แต่นางก็ยินดีที่จะแต่งเข้าจวนอ๋อง ชาตินี้ของนางจะไม่ขอเกี่ยวข้องกับคนเห็นแก่ตัวและมีจิตใจคับแคบอย่างฮั่วจิ่นหรงอีกต่อไปแล้ว

จวนสกุลซูยังเป็นเช่นเดิมกับในความทรงจำของนาง ผู้คนภายในจวนเย่อหยิ่งจองหอง บรรดาข้ารับใช้ก็ต่างมองนางด้วยสายตาดูแคลน แม้ว่าจะยังคงทำท่าทีเคารพนบนอบตามธรรมเนียม แต่ซูหลีหลี่กลับรู้ดีว่าท่าทีเช่นนี้ก็แค่แสดงออกมาอย่างฉาบฉวยเพียงเท่านั้น

ถึงแม้ว่าซูหลีหลี่จะเป็นบุตรสาวคนโตที่ถือกำเนิดจากภรรยาเอก แต่มารดาแท้ๆ ของนางจากไปนานแล้ว ฮูหยินคนใหม่ที่บิดาของนางแต่งเข้ามาทั้งสูงส่งและงดงาม ทำให้บิดาของนางลืมเลือนความรักที่เคยมีต่อมารดาของนางไปจนหมดสิ้น นางจึงได้ถูกส่งไปใช้ชีวิตในชนบท ในสายตาของคนในจวนสกุลซูนางจึงเป็นแค่เพียงคุณหนูใหญ่ที่ไร้ความโปรดปรานเติบโตมาจากชนบทไร้ซึ่งฐานะไม่ใช่คนสำคัญในจวนสกุลซูแห่งนี้

“หลีหลี่ คารวะท่านพ่อและท่านแม่เจ้าค่ะ” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางย่อกายคารวะบิดาและมารดาเลี้ยงด้วยความนอบน้อม แม้ว่าจะเติบโตมาจากชนบทแต่นางที่เคยถูกเลี้ยงดูโดยนางข้าหลวงใหญ่ในวังย่อมมีกิริยาที่ไม่แตกต่างจากสตรีในเมืองหลวง อีกทั้งยังดูงามสง่ากว่าบรรดาคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูอย่างเอาอกเอาใจในเมืองหลวงเสียด้วยซ้ำ

“หลีหลี่ พ่อมีเรื่องที่ต้องการจะพูดกับเจ้า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของบิดา ทำให้ซูหลีหลี่เม้มริมฝีปากแน่น นางรู้ดีว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรและครั้งนี้นางไม่คิดจะยินยอมทำตามคำขอร้องของเขาอย่างเด็ดขาด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel