หอสุราของสามี 2
“สุรา... ข้าเข้ามาในหอสุรา ไยข้าจะไม่ทราบว่าในจอกนั้นคือสิ่งใด ท่านคิดว่าข้าเลอะเลือนถึงขั้นไหนกัน”
“เจ้า! รู้แล้วไยเจ้ายังคิดดื่มมันอีก” หยางจื่อถงเอ่ยเสียงดัง หากนางรู้แล้วไยเขาต้องมาห้ามปรามเช่นนี้เล่า หรือว่านางทำเพื่อยั่วโทสะของเขาเท่านั้น?!
“ดื่ม? ข้าน่ะหรือจะดื่มสุรา”
“ก็เจ้า...เมื่อครู่เจ้าจะยกจอกสุรานี่ขึ้นมา”
“ใช่ข้ายกมันขึ้นมาจริง แต่ไม่ได้ยกมันขึ้นมาดื่ม แต่ยกมันขึ้นมาดม”
“ดม?!” โทสะก่อนหน้าถูกแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย หยางจื่อถงก้มมองจอกสุราในมือสลับกับภรรยาของตนอย่างไม่เข้าใจ
“ใช่ สุราที่นี่หอมนัก ทำเอาเสียข้าเจริญอาหารขึ้นมาทันตา”
มองสตรีที่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มกว้างก็ยิ่งทวีความไม่เข้าใจ หยางจื่อถงวางจอกสุราลงกับโต๊ะอย่างกระแทกกระทั้น ทิ้งกายลงนั่งของจ้าวซือหงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม “อะไรกัน...นี่เจ้าป่วยหรือ”
“ไม่นี่ ข้าสบายดี”
เมื่อจ้าวซือหงเอ่ยปัดเขาก็จนปัญญาจะเค้นความ จึงหันหน้าไปยังสาวใช้ที่ติดตามนายของตนไม่ห่างก็พบกับสีหน้ากล้ำกลืนไม่ต่าง จึงได้แต่โบกมือไล่นางออกไปให้พ้นเท่านั้น
“แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“ข้าตื่นมาแล้วไม่พบท่าน บ่าวในจวนบอกว่าท่านมาที่หอสุรา”
“เจ้าเลยตามข้ามา? จะตามาทำไมกัน ประเดี๋ยวข้าก็กลับ”
“เปล่า ข้าไม่ได้ตามท่านมา”
“หา?!”
“เมื่อเช้าข้ายังไม่ได้แตะอาหารแม้แต่น้อย ก็พลันอาเจียนออกมา ลูกของท่านน่ะดื้อดึงใช่เล่น ข้าจึงออกมานอกจวนมาเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย เลยมาเยี่ยมเยียนหอสุราของท่าน พอได้กลิ่นสุราหอมๆ ก็นึกอยากกินอาหาร ว่าอย่างไรเล่าท่านแม่ทัพ ลูกของท่านน่ะดื้อถึงเพียงนี้เชียว ไม่ยอมให้ข้ากินข้าวดีๆ อยู่ที่จวน แต่ต้องพาออกมาข้างนอกเช่นนี้ อีกอย่างเห็นทีว่าชมชอบสุรามากเอาการ สมแล้วที่เป็นลูกของท่าน”
หยางจื่อถงมองสตรีที่บ่นไปพลางคีบเนื้อปลาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ความฉงนสนเท่ห์ในคราแรกจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า
“ลูกข้าแล้วไม่ใช่ลูกของเจ้าหรืออย่างไร” หยางจื่อถงพึมพำ มือก็พลางคีบอาหารที่นานาชนิดให้ภรรยาของตน ละทิ้งความไม่พอใจก่อนหน้าไปจนหมดสิ้น
“ก็ใช่ แต่ชอบกลั่นแกล้งข้าถึงเพียงนี้คงเหมือนท่านไม่มีผิด บิดาพยัคฆ์ไม่มีบุตรเป็นสุนัข เช่นนั้นเขาย่อมเหมือนท่านเป็นแน่”
หยางจื่อถงไม่เอ่ยสิ่งใด เขาเพียงยิ้มรับด้วยความเต็มใจ “ข้าจะให้หมอผู้นั้นมาตรวจเจ้า”
“ตรวจข้าหรือ ข้าไม่ได้ป่วยท่านไม่เชื่อหรือ ก็แค่โดนลูกกลั่นแกล้งเท่านั้น”
“ไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องความทรงจำของเจ้า”
“ความทรงจำของข้า?! ท่านสงสัยสิ่งใดกัน หมอที่เคยทำการตรวจไม่อาจหาสาเหตุใด เขากล่าวว่าข้าชอกช้ำจนหลงลืมเรื่องสะเทือนใจตลอดสามปีที่ผ่านมา ท่านไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้นหรือ”
“กันไว้ก่อน หากเจ้าโดนคนคิดร้ายขึ้นมาจะได้มีทางแก้ไข ถ้าแค่ความทรงจำของเจ้าหายไป ข้าไม่ร้อนรนถึงเพียงนี้หรอก ข้าเกรงว่าเจ้าจะโดนคนคิดร้ายลอบวางยาพิษ พิษออกฤทธิ์ให้เจ้าสูญเสียความทรงจำได้ ก็ไม่แน่ว่าพิษนี้อาจจะทำร้ายเจ้ากับลูกอยู่ก็เป็นได้”
จ้าวซือหงใคร่ครวญตามที่หยางจื่อถงกล่าว ใช่ว่านางไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ เพียงแต่หลังจากการสำรวจตัวเองแล้วก็มีแค่ความทรงจำเท่านั้นที่หายไป ที่เหลือก็ยังไม่มีสิ่งใดปรากฏออกมา แต่ไม่ปรากฏใช่ว่าจะไม่มี เช่นนั้นจึงไม่อาจดูเบาในสิ่งที่หยางจื่อถงกังวลได้
“เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านเถิด ท่านกล่าวว่าเป็นเจ้าของชีวิตของข้า เช่นนั้นข้าจะผลักไสความรับผิดชอบต่อชีวิตนี้ให้แก่ท่าน”
หยางจื่อถงละสายตาจากอาหารมายังจ้าวซือหง นัยน์ตาของนางระคนสิ้นหวังแต่ก็เหมือนมีความหวังบางประการจุดประกายอยู่ในนั้น ช่างเป็นสิ่งที่อ่านยากจนหยางจื่อถงไม่อาจคาดเดาได้ว่านางกำลังสิ้นหวังหรือมีความหวังกันอยู่แน่ “ได้ ข้าจะรับผิดชอบชีวิตต่อจากนี้ของเจ้าให้ดี ซือหง”
หยางจื่อถงมิทราบว่านี่คือคำสัญญาหรือสาบาน แต่สิ่งที่เขาทราบอย่างแน่ชัดคือ เขายินยอมให้คำพูดนี้ผูกมัดชีวิตของเขาและจ้าวซือหงไปตลอดโดยไม่นึกเสียใจ
ความสงสัยในครู่แรกพลันสลายไปเมื่อเขามองนัยน์ตาของจ้าวซือหงที่แปรเปลี่ยนไป บัดนี้เขามองมันออกอย่างชัดเจนว่านัยน์ตานั่นเต็มไปด้วยความหวังที่จุดประกายสว่างจนไม่อาจซ่อนเร้นไว้ได้เช่นก่อนหน้า
นางกำลังมีความหวังในตัวของเขา...
.
