บท
ตั้งค่า

รอให้ฝนตกลงมาเป็นทองคำ 2

“อีกไม่นานจะถึงเมืองหลวงแล้ว...ข้าอยากร่ำสุราที่หอสุราของท่านนัก” บุรุษบนหลังม้าพูดพลางถอนหายใจ สนทนากับแม่ทัพที่ควบม้าอยู่เคียงกัน

“หอสุราลี่ตงต้อนรับจิ้นอ๋องเสมอ ถึงเมืองหลวงเมื่อใดเราไปร่ำสุราให้คลายเหนื่อยล้าดีหรือไม่” หยางจื่อถงตอบกลับด้วยความยินดี หากกุนซือฝีมือชั้นยอดอย่างจิ้นอ๋องจะแวะเวียนไปหอสุราของเขาเพื่อร่ำสุราแล้ว เขาก็ยินดีร่ำสุราเป็นเพื่อนเช่นกัน

“กลับจวนก่อนเถิดท่านแม่ทัพ เหนื่อยล้าถึงเพียงนี้แม้ว่าใจอยากร่ำสุรา แต่ก็ใช่ว่าจะไปได้โดยทันทีทันใด ข้าไปกรำศึกกับท่านแรมเดือน มิรู้ว่าร้านรวงและที่วังของข้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ หากไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็แล้วไป แต่ข้าก็ต้องจัดการบัญชีหางว่าวที่คั่งค้าง คิดๆ ดูแล้วก็ไม่ทราบว่าจะมีเวลาว่างร่ำสุราอย่างที่ปากพูดหรือไม่”

“ผ่อนคลายบ้างเถิดจิ้นอ๋อง ท่านมั่งคั่งถึงเพียงนี้แล้วจะคร่ำเคร่งสร้างฐานะอีกรึ”

“สร้างฐานะหรือ ช่างเป็นคำที่น่าขันนัก ข้าเกิดเป็นเชื้อพระวงศ์หนา ฐานะมิต้องสร้างดอก เกิดมาก็มีแล้ว เพียงแต่ปล่อยโอกาสไปข้าก็เสียดาย เงินทองมากมายไหลวนเป็นกระแสน้ำ น้อยคนนักที่จะรู้จักวิธีตักตวงน้ำขึ้นมาใช้ ข้าที่รู้วิธีไยจะไม่ตักตวงมันเอาไว้เล่า ใครจะตราหน้าหาว่าข้าเป็นอ๋องหน้าเลือดก็ช่าง หากเงินที่ไหลเวียนเป็นเส้นเลือดในต้าเซี่ย เกื้อหนุนกิจการหลายๆ ด้านนั้นครึ่งหนึ่งมาจากข้า จะดีจะเลวข้าไม่สน”

หยางจื่อถงขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยคำพูดที่แสนจะลำพองออกมา แต่เขากลับปฏิเสธสิ่งหรือคัดค้านได้แม้แต่ครึ่งคำ ท้องพระคลังของต้าเซี่ยที่ถวิลหาสงครามคงพร่องจนไม่มีเหลือหากไม่มีจิ้นอ๋องผู้มั่งคั่งและเก่งการเรื่องการค้าคอยเกื้อหนุนเอาไว้

“ตอนนี้ข้ากับท่านจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น ขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าขัดแม้สักคนเดียว ข้าเป็นดั่งขุมทรัพย์ของต้าเซี่ย ขาดเหลือเท่าใดเพียงหวงตี้ตรัสออกมาข้าก็จัดหาไปทูลถวายได้ทั้งนั้น พระองค์จึงปิดพระเนตร พระกรรณในเรื่องไม่งามหลายๆ ครั้งของข้า ท่านเองก็มิต่างกัน แม่ทัพไร้พ่าย เทพสงครามแห่งต้าเซี่ย ขนาดท่านลาออกจากราชการถึงยามคับขันหวงตี้ยังต้องมีรับสั่งให้ท่านกลับมา และปิดพระเนตรพระกรรณเรื่องไม่งามของท่านเช่นกัน”

“จิ้นอ๋องพูดเช่นนี้ก็หมายความว่า ยามใดเราหมดประโยชน์ พระเนตร พระกรรณที่เคยปิด ก็จะเปิดออก และจัดการทุกอย่างตามครรลองอย่างนั้นหรือ”

“ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรล่ะ...วันหนึ่งเคยเป็นที่โปรด ก็ใช่ว่าวันหน้าจะไม่เป็นที่ชัง ความโปรดปรานของหวงตี้คือสิ่งที่ข้าขยาดมาทั้งชีวิต”

“นั่นพระบิดาของท่าน” เอ่ยปรามบุรุษที่กล่าวกระทบถึงพระบิดาที่เป็นถึงหวงตี้อย่างคล้องปาก

“ถ้าไม่ใช่พระบิดาข้าคงไม่มานั่งวางกลศึกกับท่านเช่นนี้เป็นแน่ ท่านรู้หรือไม่ศึกคราวก่อนแม่ทัพถังทำข้าอยากตีอกชกหัวเป็นร้อยครั้ง อืดอาดยืดยาดเสียจนข้าอยากหยิบดาบขึ้นไปรบให้ตายคาสนามรบให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราว การศึก การสงครามกินเวลานานยอมผลาญเงินทอง แม่ทัพถังถนัดแต่เรื่องผลาญไม่ถนัดเรื่องสร้างก็ได้แต่ประวิงเวลาไปเรื่อยไม่เห็นใจคนที่คอยหามันเข้าท้องพระคลังเช่นข้าบ้างเลย”

ฟังอีกฝ่ายบ่นไปเรื่อยถึงการศึกครั้งก่อนหยางจื่อถงก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย เพราะแม่ทัพถังที่ถูกเอ่ยถึงก็ช่างเก่งกาจเรื่องการ ‘ล้างผลาญ’ จริงอย่างที่จิ้นอ๋องกล่าว จิ้นอ๋องนับเป็นเพียงเชื้อพระวงศ์เพียงคนเดียวที่เขาสนทนาได้อย่างสนิทสนม อาจเพราะร่วมศึกกันมานานปี ผ่านสมรภูมิด้วยกันมานับไม่ถ้วน ความสนิทสนมขึ้นตาม อีกอย่างจิ้นอ๋องมิใช่เชื้อพระวงศ์ที่ถือตนเสียเท่าไรนัก หากจะกล่าวให้ถูกคงจะต้องกล่าวว่าไม่มีเชื้อพระวงศ์องค์ใดเอาชีวิตมาเสี่ยงตายเช่นจิ้นอ๋องอีกแล้ว

“ท่านน่ะถึงเมืองหลวงก็รีบกลับจวนเถิด จากฮูหยินไปเสียนานแรมเดือนจะไม่กลับไปหานางหน่อยหรือ”

“ท่านก็ทราบเรื่องของข้ากับนางดี ท่านจะเหย้าแย่ข้าในเรื่องนี้หรือ” หยางจื่อถงเอ่ยพลางโคลงศีรษะสลัดใบหน้าเศร้าหม่นของสตรีที่จวนให้หลุดออกจากศีรษะของตน

“หยางจื่อถง อย่างไรนางก็เป็นสตรีของท่าน อีกอย่างข้าก็เห็นนางมานาน ครอบครัวนางน่าสงสารนัก บิดาตายในสนามรบ ญาติพี่น้องถูกใส่ความโดนทำร้ายต่างๆ นานา นางที่เหลือชีวิตรอดก็ได้บารมีของหวงตี้และหวงโฮ่วคุ้มครองไม่เช่นนั้นนางก็คงตายตกไปไม่ต่างกัน”

“ท่านจะพูดสิ่งใดกับข้า คารมพ่อค้าข้าฟังแล้วจับความไม่ได้”

“หึ” จิ้นอ๋องลอบยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ท่านทราบว่าข้าเอ็นดูนางเหมือนน้องสาว ด้วยว่าเห็นกันมาตั้งแต่นางยังไม่ปักปิ่น... ข้าจึงอยากย้ำเตือนท่าน ว่าน้องสาวของข้ามิใช่ที่ระบายอารมณ์หรือหมากในมือของท่าน”

“ข้าเกรงว่าท่านไปทูลต่อหวงตี้เสียแล้ว เพราะนางไม่ได้มีค่าถึงขั้นข้าจะใช้นางมาเป็นหมากในมือ”

“เช่นนั้นก็มีค่าเป็นที่ระบายอารมณ์”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel