รอให้ฝนตกลงมาเป็นทองคำ 1
นั่งคิดก็ดี นอนคิดก็ดี จ้าวซือหงก็ยังคิดไม่ได้ว่าเหตุใดกันแน่ที่ทำให้นางมานั่งเป็นตัวโง่งมในที่แห่งนี้ จนม่านรัตติกาลเลือนหาย แสงอรุณทอบนนภา หลินหรานก็กุลีกุจอมาพยุงนางลุกออกจากแต่ง แต่งเติมเครื่องประทินโฉมนานาบนใบหน้า กระตือรือร้นหาเครื่องแต่งกายมาประโคมโหมใส่ตัวนาง
“เป็นอะไรของเจ้าหลินหราน เชื้อพระวงศ์องค์ใด หรือขุนนางจวนใดมาเยี่ยมข้าเล่าเจ้าจึงจับข้าแต่งตัวเพลินมือถึงเพียงนี้”
“มิใช่เชื้อพระวงศ์หรือขุนนางเจ้าค่ะ วันนี้ท่านแม่ทัพจะกลับมาแล้ว ฮูหยินควรเตรียมตัวต้อนรับท่านแม่ทัพ”
จ้าวซือหงร้องอ๋ออยู่ในใจ นางเองก็เพิ่งจะทราบว่านางต้องมาเป็นธุระกงการต้อนรับสามีกลับบ้าน ตามจริงคงมีอีกหลานเรื่องเทียวที่นางจะต้องเรียนรู้ เพราะนางมิเคยมีสามี ส่วนจ้าวซือหงที่เคยมีสามีนั้นหายตัวไปอยู่ในกลีบเมฆก้อนใดแล้วก็มิทราบ นางจึงได้มานั่งวิตกทำหน้าที่เช่นนี้ เฮ้ออยากจะรู้เสียจริงว่าความทรงจำที่หายไปของนางนั้นคือสิ่งใดกันแน่ มิใช่ว่านางในอดีตมานั่งแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอสามีกลับจวนทุกครั้งไปหรอกหรือ หลินหรานจึงกระตือรือร้นเช่นนี้
แต่ทว่าเหมือนจะมีบางอย่างที่นางหลงลืมไปอีกเช่นกัน...
หลินหรานกล่าวว่าแม่ทัพหยางไม่โปรดปรานในตัวของนางมิใช่หรือ แล้วเขาจะกลับจวนประหนึ่งสามีที่กรำศึกมานานแรมเดือน ใคร่ครวญร้องหาภรรยาทุกเมื่อเชื่อวันรึ!
“หลินหราน เจ้าแน่ใจหรือว่าท่านแม่ทัพจะกลับจวน มิใช่ว่าพอเข้าเมืองหลวงก็มุ่งหน้าไปหอสุราลี่ตง”
“ฮูหยินจำเรื่องราวได้แล้วหรือเจ้าคะ”
จ้าวซือหงมองสตรีที่ทำท่าประหนึ่งพบเจอเรื่องร้ายแรงก็อยากจะเอามือกุมขมับ เช่นนี้ก็นับว่าสิ่งที่นางคิดก็ไม่ผิดนัก หยางจื่อถง ไม่ได้พิสมัยในตัวของนางเลย หากเขาไม่มีปณิธานแน่วแน่เรื่องหอสุรามีหรือจะยอมตบแต่งกับนาง
เมื่อคิดได้เช่นนั้นจ้าวซือหงก็โคลงศีรษะ สั่งหลินหรานให้หยุดจับนางแต่งตัว ปลดเปลื้องอาภรณ์ฉูดฉาด เลือกใส่สิ่งที่นางเห็นว่าดี ใส่เครื่องประดับที่นางชมชอบ ส่วนเครื่องประทินโฉมนั้นนางมิได้เช็ดล้างมันออกจากใบหน้า นานๆ ครั้งจะแต่งแต้มใบหน้าให้ดูงามสง่าก็ขอเก็บไว้ชื่นชมอีกสักครู่ก็แล้วกัน ส่วนหลินหรานที่มองนางอย่างไม่เข้าใจก็นิ่งงัน คงไม่คิดกระมังว่านางจะประพฤติตนประหลาดเช่นนี้
“เขาไม่มาหรอก แต่งไปให้เสียเวลาเปล่า วันนี้มีอะไรกินบ้าง ข้าเริ่มหิวแล้ว”
หลินหรานนิ่งงันไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่เดินคอตกกลับออกจากห้องไปเตรียมอาหารให้นางเท่านั้น
เมื่อคนสนิทกลับออกไป จ้าวซือหงก็ทอดมองภาพสะท้อนของตนเองผ่านกระจก พินิจใบหน้าของตนเองก็ดูจะแตกต่างจากใบหน้าในความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ของนางเล็กน้อยคงเป็นไปด้วยอายุที่มากขึ้น แต่ทว่ามีบางอย่างที่ผิดแปลกและแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงกับนางในอดีต สตรีในกระจกยามนี้ดูอ่อนแอและเปราะบางจนนางได้แต่ฉงนใจว่าสิ่งใดชำระความห้าวหาญในจิตใจของนางไปจนหมดสิ้นเช่นนี้
สตรีโฉมสะคราญไม่ขี้ริ้วในกระจกต้องกล้าแกร่งและห้าวหาญมิใช่หรือ นางเป็นบุตรสาวของทหารกล้าแห่งต้าเซี่ยจิตใจต้องแข็งแกร่งมิอาจอ่อนแอให้ใครเห็น ฉะนั้นแล้วใบหน้าเศร้าหมองแม้จะถูกแต่งแต้มอย่างไรก็ซ่อนไม่มิดนั่นไม่เหมาะกับนางเลยสักนิด
เป็นเรื่องน่าประหลาดที่วันนี้นางพูดได้เต็มปากว่านางผิดหวังกับตนเองเมื่อวันวานเป็นอย่างยิ่ง...และบัดนี้แม่นางที่น่าสงสารจะไม่กลับไปทุกข์ตรอมตรมเช่นวันวานอีก นางจะทำทุกอย่างเพื่อให้วันข้างหน้าไม่ต้องมานั่งฉงนใจถึงตนเองในอดีตว่าเหตุใดจึงต้องทำให้นางผิดหวังขนาดนี้
หากแต่มีอะไรซ่อนเร้นในการกระทำประหลาดก็ดี เป็นหมากตัวหนึ่งของใครก็ช่าง นางในวันนี้ไม่รับรู้เรื่องในอดีต เช่นนั้นอย่ามาคิดอ่านให้นางเดินตามแผนโง่เง่าอะไรอีก! หากอยากชักจูงหรือปั่นหัวนางก็มาลองดูอีกครั้ง ดูว่าคราวนี้นางจะอ่อนแอเช่นที่ผ่านมาหรือไม่!
