บท
ตั้งค่า

ปฐมบทแห่งความไม่สมเหตุสมผล 3

เมื่อเค้นความจากสาวใช้ เรื่องราวตลอดสามปีนั้นก็ถูกพรรณนาออกมากมายเหลือคณา ทุกเรื่องต่างเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่จ้าวซือหงไม่คิดว่าตนเองนั้นจะกระทำด้วยซ้ำไป ในตอนนี้นางจึงได้แต่นั่งกะพริบตาปริบๆ มองหน้าหลินหรานด้วยความมึนงง ส่วนสาวใช้ที่อยู่กับนางมานานก็เล่าเรื่องทุกอย่างด้วยใบหน้าที่ทุกข์ตรม สลับกับรอยยิ้มบ้างเป็นครั้งคราว พอให้ได้ทราบว่าชีวิตสามปีที่ผ่านมานั้นมีทั้งเรื่องดีและร้าย แม้ว่าเรื่องร้ายจะมีมากกว่าเรื่องดีก็ตามที

“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าบอกว่าข้าเป็นคนไปขอสมรสพระราชทานกับแม่ทัพหยางด้วยตนเอง? ”

“เจ้าค่ะ ฮูหยินไปทูลต่อหวงโฮ่วก่อน คราแรกหวงโฮ่วทัดทานด้วยว่าอยากให้ท่านได้ตบแต่งออกไปอยู่ในวังของท่านอ๋องผู้ใดผู้หนึ่งเสียมากกว่า อีกอย่างทรงเกรงว่าท่านแม่ทัพที่ทำศึกมาตั้งแต่เยาว์วัยจะมีความหยาบกระด้างกว่าบุรุษทั่วไปจึงไม่อยากให้ท่านอยู่กับผู้ชายประพฤติตนเช่นวัวเคี้ยวโบตั๋น [1] ”

แต่ข้ากลับมาเป็นโบตั๋นให้เขาเคี้ยวอย่างง่ายดาย...

ตอนนั้นเจ้าคิดอะไรของเจ้าจ้าวซือหง!

นั่งนิ่งงันไปพักใหญ่ ปล่อยให้หลินหรานเล่าเรื่องราวทุกอย่าง และนางก็รับฟังมันด้วยความหนักอึ้งของศีรษะ หัวใจที่ปวดร้าว พร้อมกับคำก่นด่าตนเองในใจไม่หยุด

“ต่อมาพวกท่านก็ได้ตบแต่งกัน ได้เข้ามาอยู่ในจวน แต่...”

“แต่อะไร”

“แม่ทัพไม่ค่อยโปรดปรานในตัวของฮูหยิน... นานๆ ครั้งจะแวะเวียนมาหา ปกติแล้วท่านแม่ทัพไม่ใคร่กลับจวนเสียเท่าไหร่ ท่านแม่ทัพมักหลับนอนที่หอสุราลี่ตงเจ้าค่ะ”

“หอสุรา...เขาไปหลับนอนกินอยู่ที่นั่นเลยหรือ”

“เจ้าค่ะ หากไม่มีกิจก็จะไม่ไปไหน อยู่ที่นั่นตลอด”

“แม่ทัพหยาง แม่ทัพแห่งแคว้นต้าเซี่ยอยู่แต่ในหอสุรา คนไม่ลืมเรื่องเสียหายจนมัวหมองแล้วหรือ”

“ความจริง...หอสุราลี่ตงเป็นของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”

“ห๊ะ! ท่านแม่ทัพเป็นเจ้าของหอสุรา!” จ้าวซือหงร้องตกใจ จนหลินหรางเกรงว่าจะล้มพับไปจึงรีบเข้าไปปรนนิบัติพัดวี “เขาเป็นขุนนางจะเปิดหอสุราได้อย่างไร คนทั้งเมืองไม่ครหาหรือ แล้วเขาจะนั่งเป็นแม่ทัพอยู่ได้อย่างไรกัน”

“คราแรกก็ตกเป็นที่ครหา แต่หวงตี้มิทรงว่ากระไร จนขุนนางส่งฎีการ้องทุกข์ หวงตี้จึงรับสั่งให้ท่านแม่ทัพปิดหอสุรา แต่ท่านแม่ทัพดึงดันไม่ยอม จนสุดท้ายก็ประกาศกร้าวว่ายอมลาออกจากการเป็นขุนนางแลกกับหอสุราแห่งนี้ แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดศึกทางเหนือ แม่ทัพน้อยใหญ่ไม่อาจทัดทานไว้ จนหวงตี้หวั่นพระทัยเรียกตัวท่านแม่ทัพเข้ากองทัพกรำศึกอีกครั้ง ครั้งนั้นพอคว้าชัยมาได้คำครหาต่างๆ ก็ค่อยๆ กลืนหาย ขุนนางที่เคยต่อว่าก็แสร้งว่าไม่ได้ยินเรื่องที่ท่านแม่ทัพเปิดหอสุรา บางคนก็ปิดตาข้างหนึ่งแสร้งว่าไม่เห็นหอสุราลี่ตง ท่านแม่ทัพจึงได้คุมกองทัพของต้าเซี่ยต่อไปโดยไม่มีใครกล้ากล่าวถึงเรื่องไม่งามอีก”

จ้าวซือหงกุมขมับ บุรุษใจทมิฬผู้นี้เห็นทีจะทำนางตรอมใจจนความทรงจำกระเจิดกระเจิงเห็นท่าว่าจะเป็นเรื่องจริงกระมัง

“ประเดี๋ยวก่อน เขากล้าทัดทานกับหวงตี้เรื่องหอสุราถึงขั้นแตกหัก แต่เขากลับยอมลงในเรื่องที่หวงตี้พระราชทานสมรสกับข้าน่ะหรือ เจ้าเองก็บอกว่าเขามิได้หลงใหลได้ปลื้มในตัวข้า ไยเขาไม่แข็งขืนเรื่องนี้กับหวงตี้เล่า”

“นั่นเพราะว่า หวงตี้ยินยอมให้ท่านแม่ทัพเปิดหอสุราต่อ หากตบแต่งกับฮูหยินเจ้าค่ะ”

จ้าวซือหงไล่ทบทวนเรื่องที่ได้ยินมาทั้งหมดตั้งแต่ต้น นางจึงได้เข้าใจประโยคที่ว่า ‘แต่หวงตี้มิทรงว่ากระไร’ ที่หลินหรานกล่าวมาก่อนหน้านั้น หมายความว่า หากท่านแม่ทัพหยางตบแต่งกับนางแล้ว หวงตี้จะมิทรงว่ากระไรหากเขาอยากนอกขนบการเป็นขุนนางด้วยการเปิดหอสุรา...

ตอนนี้นางควรปีติหรือร่ำไห้ดีเล่า บุรุษผู้หนึ่งยอมตบแต่งด้วยเพราะมีปณิธานอยากเปิดหอสุรา ส่วนหวงตี้นั้นนางก็มิทราบว่าพระองค์ทรงดำริเช่นไรกันแน่ หรือว่าอยากสลัดนางให้พ้นออกจากสายพระเนตรกันเล่า จึงยอมแหกกฎบ้านเมือง เพื่อให้ขุนนางผู้หนึ่งได้กระทำทุกอย่างตามใจ ทั้งๆ ที่ในภายภาคหน้าการกระทำการเช่นนี้อาจชักนำเรื่องไม่ดีมาหาพระองค์

แต่เหตุใดหนอยิ่งคิด ยิ่งหาเหตุผล นางยิ่งตระหนักได้ว่าสามปีที่ผ่านมานี้อาจมีเรื่องที่ถูกซ่อนเร้นไว้มากกว่าที่นางคิด มากกว่าสิ่งที่หลินหรานได้เห็นและนำมาเล่าให้แก่นางในวันที่ไม่หลงเหลือความทรงจำใดๆ อยู่เลย

เพราะการกระทำนั้นอาจซ่อนเหตุผลที่ยากจะมองเห็นได้ด้วยตา เฉกเช่นจิตใจของมนุษย์นั้นยากที่จะหยั่งรู้ได้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม...

นางต้องเป็นฮูหยินของแม่ทัพหยางผู้นี้ไปตลอดรึ!

ต้นสายปลายเหตุเป็นเช่นไรก็มิทราบ แต่นางต้องมานั่งโง่งมท่ามกลางความสับสนและความไม่เข้าใจนานัปการ หากนางเป็นเพียงหุ่นเชิด หรือหมากตัวหนึ่งของใครก็ไม่ทราบนางมิต้องตายยอย่างโง่เขลาและสิ้นชื่ออย่างไร้เกียรติเชียวรึ!

แม้ความจำจะไม่สมบูรณ์พร้อมแต่ก็ใช่จะหลงลืมว่าวังหลวงและวัฏจักรของขุนนางแห่งต้าเซี่ยนั้นไม่มีสิ่งใดจริงแท้ ทุกสิ่งอย่างรายล้อมไปด้วยผลประโยชน์และอำนาจที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น เช่นนี้แล้วนางควรทำอย่างไรกันเล่ามิใช่ว่าตอนนี้นางกำลังเดินหมากอย่างที่ใครต้องการอยู่หรือ โดยเฉพาะสามีของนาง บุรุษผู้นี้ต้องมีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นนางคนเก่าที่หอบหิ้วเอาความทรงจำหายไปคงไม่ยอมแต่งงานด้วยเป็นแน่ ความไม่สมเหตุสมผลมากมายทำให้นางไม่อาจมองว่าสิ่งที่นางผจญนั้นเป็นด่านเคราะห์กรรมจากสวรรค์ได้ เพราะสิ่งที่นางผจญอาจมีใครตั้งใจหยิบยื่นมาให้ หรือไม่ก็เป็นนางเองที่วิ่งเข้าไปหาเคราะห์กรรมที่ว่านั่นด้วยตนเอง...

[1] วัวเคี้ยวโบตั๋น หมายถึง คนหยาบกระด้างไม่รู้จักคุณค่าของความงาม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel