พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 2
“ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ
“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”
“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”
จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกัน
ในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ที่นี่หลายต่อหลายครั้ง
“อีกหนึ่งชั่วยาม ใต้เท้าจะมาที่นี่ ฮูหยินโปรดรออยู่ที่นี่ก่อน หากอยากได้สิ่งใดก็ขอให้บอก”
จ้าวซือหงรับคำในลำคอ ทิ้งกายลงนั่งยังเตียงกว้างภายในห้องนอนลับในหอสุราลี่ตง นางทราบเมื่อไม่กี่วันนี้ว่าที่นี่ไม่ต่างจากป้อมปราการของหยางจื่อถง เขาวางใจให้นางอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่ที่จวน อีกทั้งยังกล่าวด้วยความมั่นใจอันล้นเหลือว่านางจะปลอดภัยหากอยู่ที่นี่ ดังนั้นหลายวันมานี้นางจึงวนเวียนอยู่ที่นี่กับหยางจื่อถงจนไม่ต่างจากเป็นเหงาของกันและกัน
หยางจื่อถงทำงานอยู่หลังฉากกั้น ส่วนนางก็นั่งเล่นนอนเล่นในห้องนี้ หากเบื่อหน่ายก็เดินไปเปิดฉากกั้น นั่งสนทนากับหยางจื่อถงไปเรื่อยเปื่อย และนางก็ได้ทราบว่าหยางจื่อถงก็เป็นคนมีอารมณ์ขันอยู่ไม่น้อย แต่กลับไม่เคยเผยให้ใครได้เห็นมากนัก แต่อาจเพราะนางอยู่กับเขาแทบจะตลอดเวลาจึงได้เห็นมุมนั้นของหยางจื่อถง ดังนั้นจึงไม่แปลกหากนางจะลอบเรียกหยางจื่อถงว่าเป็นท่านลุงใจดีอยู่ในใจ
นั่งรอนอนรอเวลาก็หมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้อาจจะครบหนึ่งชั่วยามตามที่หวางมู่กล่าวเอาไว้ เพราะจ้าวซือหงเห็นเงาของสามีที่พาดผ่านฉากกั้น หากไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครได้ ชั้นบนสุดของหอสุราลี่ตงเป็นส่วนตัวของหยางจื่อถง การจะเข้าหรือออกต้องขออนุญาตก่อนทั้งสิ้นดังนั้นจะมีคนอื่นขึ้นมาได้อย่างไร แต่ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปจากทุกครั้งเมื่อนางได้ยินเสียงสนทนาที่ดังอยู่ด้านนอก ก่อนจะตามมาด้วยการเปิดม่านกันที่เผยให้เห็นคนอีกผู้หนึ่งที่ติดตามหยางจื่อถงเข้ามาด้วย
“ซือหง” ผู้เป็นสามีเอ่ยทัก ก่อนจะหันไปหาบุรุษรุ่นราวคราวเดียวกันและเอ่ยแนะนำ “นี่คือซ่งจื่อรุ่ย เขาเป็นหมอที่เคยช่วยชีวิตข้าไว้ยามสงครามเมื่อห้าปีก่อน และเป็นหมอที่ข้าเคยพูดกับเจ้าเมื่อครั้งก่อน”
จ้าวซือหงคลายใบหน้าสงสัยและฉายยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับหมอที่เคยช่วยชีวิตสามีของนางเอาไว้
“นี่จ้าวซือหงภรรยาของข้า”
หมอหนุ่มผู้นั้นไม่เอ่ยสิ่งใดมากไปกว่าพินิจพิเคราะห์ฮูหยินของท่านแม่ทัพ ก่อนจะหันมายังหยางจื่อถง “นี่น่ะหรือที่ท่านบอกว่านางอาจจะต้องพิษ”
“ใช่”
“เช่นนั้นขอข้าตรวจหน่อยเถิดฮูหยิน”
จ้าวซือหงไม่ได้อิดออด ด้วยว่าก่อนหน้านี้หยางจื่อถงได้เคยบอกกล่าวแก่นางเอาไว้แล้ว บัดนี้จึงยินยอมให้คนเป็นหมอตรวจชีพจรของนาง แต่ก็นับว่าใช้เวลานานพอสมควรกว่าหมอที่หยางจื่อถงกล่าวว่าเก่งกาจนั้นจะสรุปความอาการของนางออกมาได้
“เป็นอย่างไรบ้าง หมอที่เมืองหลวงกล่าวว่านางหลงลืมเพราะเจอเรื่องสะเทือนใจ”
“หากสะเทือนใจถึงขั้นลืมเลือนจริง บัดนี้ต้องรื้อฟื้นความทรงจำกลับมาได้บ้างแล้ว หากพบเจอเรื่องที่คุ้นเคย ความทรงจำของฮูหยินกลับมาบ้างหรือไม่ อาจจะมาเป็นบางช่วงบางตอนเมื่อพบเจอหรือสิ่งที่คุ้นเคย”
“ไม่” ไม่ใช่จ้าวซือหงที่กล่าวปฏิเสธ แต่เป็นหยางจื่อถงที่ตอบกลับหมอด้วยความมั่นใจประหนึ่งมานั่งอยู่ในความคิดของจ้าวซือหงก็มิปาน “นางไม่ได้คุ้นเคยในเรื่องใดเลย”
จ้าวซือหงเลิกคิ้วด้วยความฉงนสนเท่ห์ มองไปยังผู้เป็นสามีอย่างตั้งคำถาม และนางก็ได้คำตอบกลับมา
“หากความทรงจำของเจ้ากลับมาบ้างแม้เพียงเล็กน้อย เจ้าย่อมต้องตั้งคำถามถึงห้องนี้อย่างแน่นอน เพราะห้องนอนนี้เป็นของเจ้ามิใช่ของข้า...”
จ้าวซือหงนิ่งงัน พลันความคิดก็กลับไปยังสิ่งที่นางเคยตั้งข้อสงสัยที่ว่า ความสัมพันธ์ง่อนแง่นคือสิ่งมดเท็จ...
“เอาเถิด เรื่องของสามีภรรยามิใช่เรื่องที่ข้าอยากจะรู้ ในเมื่อความทรงจำของท่านไม่หวนกลับมาแม้แต่เสี้ยวเดียว นั่นก็พอจะชัดเจนแล้วว่าท่านต้องพิษ ความจริงข้าก็ปักใจว่าท่านต้องพิษตั้งแต่แรกแล้ว”
“อย่างนั้นนางต้องพิษอันใดกัน”
“ลืมเลือนเจ็ดราตรี...” พิษที่ไม่คุ้นชื่อถูกเอ่ยออกมาเรียกความสงสัยจากสองสามีภรรยา “พิษนี้จะค่อยๆ ทำให้ความทรงจำของคนที่กินเข้าไปหายไปภายในเจ็ดวัน ไม่ได้หายไปภายในวันเดียว เป็นยาพิษที่ตรวจหาได้ยาก หากข้าไม่เคยพบมาก่อนก็คงปักใจเชื่อว่าฮูหยินได้รับความสะเทือนใจจนหลงลืมความทรงจำเช่นหมอคนอื่นๆ”
