บท
ตั้งค่า

พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 1

หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิด

จ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน

“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”

และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน

“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”

คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”

“ปักษามีพิษ?”

“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกลับดันเลี้ยงไม่เชื่อง” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้หยางจื่อถงเดือดดาลไปด้วยโทสะ แต่ทว่าก็ไม่อาจแสดงมันออกมาได้อย่างโจ่งแจ้งนัก เพราะไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่นจึงจำต้องแสร้งเป็นคนหูหนวกตาบอดเช่นนี้

“แล้วบุรุษผู้นั้นเล่า คนที่ท่านเอาเฝ้าข้าประหนึ่งเป็นเงา ท่านไว้ใจเขาได้สักเท่าใดกัน” จ้าวซือหงเอ่ยถึงบุรุษที่เป็นธุระจัดการเรื่องต่างๆ แทนหยางจื่อถงอยู่เบื้องหลัง คนในจวนท่านแม่ทัพคิดว่านางเอาแต่อยู่ในห้อง แต่ทว่าความเป็นจริงมีบุรุษอีกผู้คอยลอบพานางออกจากจวนและไปคอยท่าสามีอยู่ที่หอสุราลี่ตงแทบจะทุกวัน ส่วนสาวใช้คนสนิทก็ถูกกันตัวให้ออกห่าง เพราะหยางจื่อถงในเวลานี้ไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น

“หวางมู่ ติดตามข้ามานาน เขาจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี เจ้าไม่อาจอยู่ตามลำพังได้ หากข้าไม่อยู่ หวางมู่จะคอยอยู่ปกป้องเจ้า”

“แล้วท่านจะไปไหนนัก...”

หยางจื่อถงที่ก้มหน้าคีบอาหารชะงักมือโดยพลัน เงยหน้ามองภรรยาที่พูดขึ้นราวกับจะสื่อความบางประการ “ไม่ได้ไปไหน แค่กันเอาไว้ก่อน”

“เอาเถิด หากท่านไว้ใจเขา ข้าก็ไม่นึกขัดความไว้ใจของท่าน แต่เขาก็ดูน่ากลัวดีอยู่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าท่านน่ากลัวแล้ว แต่พอพบกับหวางมู่ ท่านกลายเป็นท่านลุงใจดีเมื่อเทียบกับเขา”

“ท่านลุงใจดี” หยางจื่อถงทวนคำพูดของภรรยา หางตากระตุกเล็กน้อย เพ่งพินิจใบหน้างามที่เอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน

“รีบกินเถิด วันนี้ท่านไปประชุมเช้ามิใช่หรือ ไปช้าประเดี๋ยวจะเป็นที่ครหาได้”

จ้าวซือหงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ด้วยรู้ดีว่านางพลั้งปากเรียกเขาว่าท่านลุงใจดีออกไป แต่จะให้ทำอย่างไรได้ บุรุษผู้นี้อายุยังไม่เท่าไรและปั้นหน้าขรึมเสียจนน่ากลัว หลายครั้งนางก็อดเอาเขามาเปรียบเทียบกับผู้เฒ่าวัยเจ็บสิบไม่ได้ และเมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็ลอบยิ้มอย่างระมัดระวังไม่ให้สามีที่นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะอาหารลุกขึ้นมาคาดโทษกับนาง

แต่ถึงจะเป็นท่านลุง แต่ก็เป็นถึงท่านลุงใจดีหนา เขาน่าจะพอใจในเรื่องนี้อยู่บ้างสิ ไยจึงทำหน้าถมึงทึงไม่พอใจเช่นนั้นกัน...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel