ปฐมบทแห่งความไม่สมเหตุสมผล 2
จากคำบอกกล่าวของสาวใช้ใกล้ชิดทำให้ได้ทราบว่านางไม่ได้ล้มหัวฟาดพื้นจนความทรงจำกระเด็นกระดอนหายไป หรือว่านางทุกข์ตรมจนสะกดจิตตนเองให้ลืมเลือนเวลาสามปีที่ผ่านมากันเล่า เช่นนั้นชีวิตต้องขื่นขมระทมปานใดกันจึงบังคับให้ตัวเองลืมเลือนมันไปได้ แต่มันจะมีด้วยหรือบังคับให้ตนเองลืมเลือนอดีตที่ซอกซ้ำอะไรเถือกนั้น
“เป็นไปได้ขอรับ...หากได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจมากๆ ก็เป็นไปได้ที่จะลืมเลือนบางสิ่งบางอย่างที่กระทบต่อความรู้สึก”
คำพูดของหมอเฒ่าทำเอาจ้าวซือหงตะลึงงัน ด้วยไม่อยากเชื่อเสียเท่าไรนักว่าสิ่งที่นางหาข้ออ้างมาอธิบายอาการของตนเองอย่างสิ่งคิดนั้นจะมีอยู่จริง
“แล้วมีทางรักษาหรือไม่”
“ร่างกายเจ็บป่วยยังพอมียารักษา หากแต่จิตใจเจ็บป่วยก็ต้องปล่อยให้เวลาเยียวยารักษา เรื่องนี้ข้าจนใจไม่อาจรักษาฮูหยินได้ เพียงแต่ช่วงนี้รักษาตนให้ดีก็พอ”
หมอเฒ่าพร่ำพรรณนาอีกยืดยาวแต่จ้าวซือหงคร้านจะฟัง นางจมดิ่งอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความไม่เข้าใจ จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอเฒ่าผู้นั้นกลับออกไปตั้งแต่เมื่อใด จนเมื่อสาวใช้เข้ามาถามไถ่อาการจึงหลุดออกจากห้วงแห่งความสับสนระคนน่าสมเพชของตนเอง
“ฮูหยิน...ข้าได้ข่าวว่าทัพของเราชนะสงครามแล้ว แม่ทัพหยางกำลังเร่งทัพกลับเมืองหลวง คาดว่าไม่เกินวันพรุ่งน่าจะถึงแล้ว”
ฟังดูแล้วอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่เหตุไฉนนางจึงไม่อาจยินดีกับสิ่งที่ได้ยินเลย ท่านแม่ทัพกำลังจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่ทัพหยางจะเป็นเช่นไรเมื่อทราบว่าภรรยาที่อยู่จวนนั้นหลงลืมทุกอย่าง เขาอาจจะเศร้าสลด โอดครวญพร่ำเพ้อต่อหน้านาง และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความทรงจำที่ขาดวิ่นของผู้เป็นภรรยากลับคืนมาโดยเร็ววัน แต่ทำไมหนอทำไม ทำไมจ้าวซือหงไม่มีความรู้สึกว่าสิ่งที่น่าคิดนั้นไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะนางยังมิปักใจเชื่อด้วยซ้ำไปว่าตนจะหลงมัวเมาในความรัก แล้วบุรุษผู้นั้นเล่าจะไม่ยิ่งกว่านางหรอกหรือ
หยางจื่อถง ในความทรงจำของนางนั้นแม้แต่ใบหน้าของเขานางก็ไม่เคยได้เห็น แต่ชื่อเสียงกับดังไปทั่วหล้า ด้วยว่าเสียงห้อตะบึงม้าของแม่ทัพหนุ่มที่อยู่กลางสนามรบนั้นระบือไกลมาถึงเมืองหลวง หวงตี้โปรดปรานเขานักหนาด้วยว่าไม่เคยพ่ายให้กับศึกใด มากด้วยเล่ห์ เปี่ยมด้วยกล ยากที่จะหาคนมาต่อกรได้ แต่ในเมื่อมีคำสรรเสริญมีหรือจะไม่มีคำสาปส่ง
หยางจื่อถงคือบุรุษที่ถูกชาวเมืองกว่าครึ่งก่นด่า ด้วยว่ามากสงครามเท่าใดบุรุษในใต้หล้าก็ถูกเกณฑ์เข้ากองทัพมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นเสียงเล่าอ้างว่าบุรุษผู้นี้ลงโทษทหารใต้บัญชาอย่างโหดเหี้ยมก็ระบือไกลมาถึงเมืองหลวง ลูกหลานบางบ้านกลับจากการศึกก็บอบช้ำเพราะถูกโทษทัณฑ์จากท่านแม่ทัพ บ้างก็หนักถึงขั้นพิการก็ยังมีให้ได้ยินเป็นเนื่องๆ
พลันนึกถึงเรื่องนี้ได้จ้าวซือหงก็ตาเบิกกว้าง ตบเข่าฉาดใหญ่ หรือเพราะแม่ทัพหยางโหดร้ายปานนั้นนางจึงลืมเรื่องที่ทุกข์ตรมตลอดสามปีด้วยความตรอมใจกัน!
คนที่จับเรื่องนั้นมาต่อเรื่องนี้แสดงสีหน้าครุ่นคิด หากเป็นเช่นนี้แล้วเจ้าคนใจทมิฬผู้นั้นกำลังจะกลับมา หัวใจและร่างกายของนางมิต้องทุกข์ตรมจนล้มพับไปอีกหนรึ!
“ฮูหยินเป็นอะไรไปเจ้าคะ เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น เจ็บปวดตรงไหนบอกข้าน้อยเถิดเจ้าค่ะ”
จ้าวซือหงบังคับความคิดที่กำลังเตลิดไปไกลให้กลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง มองหน้าของหลินหรานด้วยแววตาประกายวาววับ
“หลินหรานเจ้าจงเล่าความตลอดสามปีที่ผ่านมาให้ข้าฟังทั้งหมด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่ครึ่งคำ โดยเฉพาะเรื่องแม่ทัพหยาง!”
