ปฐมบทความไม่สมเหตุสมผล 1
ความทรงจำต่อให้ร้ายหรือดีอย่างไรเสียก็ยังคงพอจะหาค่าได้อยู่บ้าง เพราะอย่างน้อยๆ ความทรงจำที่ว่านั้นก็เหมือนดั่งตัวสะสมประสบการณ์ และย้ำเตือนในสิ่งที่ทั้งดีและร้าย
แต่น่าเสียดาย ที่นางไม่มีมัน…
จ้าวซือหง สตรีที่ตื่นจากนิทราอันเลือนรางพร้อมกับความทรงจำที่ว่างเปล่า แต่นางอาจจะยังพอมีโชคอยู่บ้างที่ความทรงจำไม่ได้มลายสูญไปจนหมด นางยังพอจำได้ว่าตนเองนั้นเป็นใคร ภูมิหลังเป็นอย่างไร แม้ว่าเรื่องที่ตัวเองมานั่งนิ่งเป็นฮูหยินอยู่ในจวนของขุนนางผู้ใดก็ไม่ทราบจะแทบไม่มีหลงเหลืออยู่ในความทรงจำเลยก็ตาม…
“ฮูหยิน…ให้ข้าตามหมอหรือไม่เจ้าคะ”
เหลือบตามองสาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกก็พลันถอดถอนหายใจ หลินหรานสาวใช้ของนางนั้นมีใบหน้าเศร้าหมองระคนจะร่ำไห้ก็มิปาน จนนางที่ความทรงจำขาดวิ่นอยากจะเอื้อมมือตบบ่าและกล่าวปลอบใจว่า
‘อย่าร่ำไห้ไปเลย คนที่ควรจะร่ำไห้คือข้าผู้ที่จำอะไรไม่ได้ อีกทั้งต้องมาเป็นฮูหยินในจวนของผู้ใดก็ไม่ทราบเสียมากกว่า’
แต่สุดท้ายจ้าวซือหงก็ทำได้แค่ถอนหายใจทิ้งเท่านั้น
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ ตั้งแต่เมื่อใดกันที่จ้าวซือหงกลายเป็นสตรีอาภัพเช่นนี้ ชีวิตก็ใช่ว่าเกิดในตระกูลแร้นแค้นเสียเมื่อไหร่ กลับกันนางเกิดมาในตระกูลของขุนนางใหญ่เสียด้วยซ้ำไป แต่สุดท้ายตระกูลขุนนางที่รับใช้หวงตี้มาหลายชั่วอายุคนก็ถึงการสิ้นสูญ มีนางเพียงคนเดียวที่เหลือรอดหรือจะกล่าวให้ถูกคงต้องกล่าวว่าครอบครัวทิ้งนางไปพร้อมๆ กับลมหายใจของพวกเขาโดยไม่มีใครสนใจใยดีทั้งสิ้น
ตระกูลจ้าวเป็นตระกูลแห่งนักรบ ตระกูลที่ถูกยกย่องเป็นวีรชนปกป้องแว่นแคว้นนั้นพาตัวเองไปตายในสนามรบทั้งสิ้น อีกทั้งอิสตรีในตระกูลก็พากันล้มหายตายจากตามสามีกันไปไม่เว้นแม้แต่มารดาของนางเองที่เลือกทิ้งลมหายใจสุดท้ายตามผู้เป็นสามีไปโดยไม่เหลียวแลบุตรสาวที่ยังไม่ถึงสามขวบปีดี
จ้าวซือหงไม่ทราบว่าลมหายใจของทุกคนในครอบครัวแลกกับความสงบสุขจอมปลอมที่หวงตี้สรรเสริญนั้นคุ้มค่ากันหรือไม่ เพราะความสงบสุขของหวงตี้นั้นไม่มีอยู่จริง จนถึงบัดนี้ก็ยังมีศึกน้อยใหญ่เป็นเนื่องๆ ก็ไม่แปลกที่นางมักชอบเรียกความสงบสุขที่หวงตี้ตรัสเป็นประจำนั้นคือสิ่งจอมปลอม เช่นนี้แล้วลมหายใจที่คนตระกูลจ้าวสละไปแลกกับสิ่งใดมานั้นนางก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
ชีวิตที่เหมือนจะอาภัพ แต่ทว่าในความอาภัพก็แฝงเร้นมาด้วยความโชคดีบางประการ เพราะหวงตี้ทรงเมตตารับนางเข้ามาปรนนิบัติหวงโฮ่วด้วยว่าไร้ที่พึ่งพิงหรือไม่ก็แลกกับลมหายใจที่ตระกูลจ้าวสละไปเพื่อพระองค์
เดิมทีทั้งสองพระองค์ก็เอ็นดูนางอยู่หลายส่วน ผู้คนยกย่องว่าเพราะเป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลวีรชน และรอวันที่เหมาะสมจะหาคู่เคียงกาย ความทรงจำของนางจบลงที่ตรงนั้น ไม่ได้มากหรือน้อยไปกว่านี้ นั่นจึงเป็นเหตุให้นางนั่งคิดไม่ตกว่าเพราะสิ่งใดนางจึงออกจากวังหลวงโอ่อ่ามาใช้ชีวิตอยู่ในจวนแห่งนี้กัน หรือว่าเมื่อสามปีที่แล้วคือวันที่เหมาะสมที่นางจะหาคู่เคียงกายในพระทัยของหวงตี้กันเล่า หรือว่าเป็นนางที่หลงรักแม่ทัพผู้ห้าวหาญจนตบแต่งออกมาอยู่ที่จวนแห่งนี้
รักหรือ…
พอนึกถึงคำนี้จ้าวซือหงก็นึกขนลุกขนชันอย่างประหลาด นางคนก่อนไม่น่าเขลาเสียจนมีความรู้สึกในเรื่องที่ไม่จีรังเช่นความรัก แล้วเหตุใดกันเล่า เหตุใดกันนางจึงมานั่งไร้หนทางในจวนแห่งนี้ ต่อให้นางนั่งคิดก็แล้ว นอนคิดจนหัวแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ก็แล้วจ้าวซือหงก็ไม่อาจรื้อฟื้นความทรงจำเพื่อหาเหตุผลได้ จึงจำต้องวางเรื่องไม่เข้าใจนั้นไว้ แล้วหันมาสนใจสาเหตุที่นางสูญสิ้นความทรงจำแทน ซึ่งก็เต็มไปด้วยปริศนาไม่ต่างกันหรือบางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป
