บท
ตั้งค่า

ความรู้สึกที่มีแต่เราที่รู้ 1

อดีตที่ชวนหัวของจ้าวซือหงเริ่มต้นขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำที่พยายามประคับประคองน้ำเสียงให้หนักแน่นอยู่ตลอดเวลาเริ่มเอื้อนเอ่ยถึงเรื่องที่เขานั้นรับรู้มาโดยตลอดสามปีที่ผ่านมา

“เจ้าขอสมรสพระราชทานในวันนั้น ส่วนข้าสนองราชโองการเพียงเพื่อแลกกับการตั้งหอสุราลี่ตง เงื่อนไขการแต่งงานของข้ากับเจ้ามีเพียงเท่านี้ ส่วนการเงื่อนไขของเจ้านั้น มีเพียงอย่างเดียวเช่นกันคือ...ไท่จื่อ”

ครู่หนึ่งนัยน์ตาของจ้าวซือหงไหววูบจนบุรุษที่เพิ่งจะเริ่มเอ่ยอธิบายเริ่มหวั่นวิตกและอยากที่จะเอื้อนเอ่ยมันต่อ หากความทรงจำสามปีมานี้สูญหาย นั่นก็ชัดแล้วว่าความทรงจำก่อนหน้านี้ยังชัดเจน และท่าทีเมื่อครู่นี้ก็ย้ำชัดว่านางจดจำความสัมพันธ์ระหว่างนางและไท่จื่อได้

“เจ้ามีใจให้ไท่จื่อ แต่ไท่จื่อไม่คิดเช่นเจ้า เขาปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย และในท้ายที่สุดเจ้าก็ประชดด้วยการขอสมรสพระราชทาน คราแรกข้าเองก็ไม่ทราบในเหตุข้อนี้ อีกทั้งไม่ถวิลหาถึงเหตุผลเช่นกัน แต่ทว่าต่อมาเจ้ากลับเป็นคนบอกเรื่องนี้แก่ข้า”

คนฟังนิ่งงัน ส่วนคนพูดก็วูบโหวงอย่างประหลาด แต่จะทำอย่างไรได้นอกจากกลั้นใจเล่าเรื่องทุกอย่างต่อไป

“เราอยู่ด้วยกันอย่างไม่เต็มใจ ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างไม่ยินดีในจวนแห่งนี้ จนเวลาล่วงเลยมาครึ่งปี ในวันที่ข้านั่งอ่านรายงานของกองทัพ และเจ้ากำลังจะเข้านอน คืนนั้นมีคนบุกรุกเข้ามาในจวนและคิดปลิดชีวิตของเจ้า นับว่าโชคดีที่ข้าอยู่ที่จวนในคืนนั้น และหลังจากนั้นเจ้าจึงเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ข้าได้ฟัง เจ้ากล่าวว่าตระหนักได้แล้วว่าบัดนี้ไม่อาจนิ่งนอนใจได้เช่นที่ผ่านมา”

“คนของไท่จื่อหรือ” คำถามแรกถูกเอื้อนเอ่ยออกมาระคนความอ่อนแรงเหลือประมาณจนคนเล่าเรื่องได้แต่หวั่นวิตกตามไปด้วย

“จากที่ตามสืบก็ใช่”

“เหตุผลเล่า ท่านพอจะทราบหรือไม่”

“หากใคร่ครวญแล้วหากเจ้าตายล้วนไม่เกิดประโยชน์แก่ไท่จื่อ ตระกูลจ้าวหนุนให้เขาเป็นไท่จื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หากเขาคิดฆ่าเจ้าแล้วจะเกิดประโยชน์อันใด”

“หยางจื่อถง...ท่านทราบมันดี ไยต้องปิดบัง”

“เจ้าก็ทราบมันดีไยต้องเอ่ยถามข้า”

ความเงียบบังเกิดขึ้นในชั่วขณะหนึ่ง ต่างคนต่างจมอยู่กับเหตุผลของเบื้องหลังในสิ่งที่คนร้ายที่รู้ดีว่าเป็นใครคิดลอบกระทำ หยางจื่อถงมีเหตุผลที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นศัตรูกับไท่จื่อ ส่วนจ้าวซือหงก็มีเหตุผลที่ทำให้ไท่จื่ออยากสังหารนางถึงเพียงนี้

“หลังจากนั้นเหล่า เราร่วมหัวจมท้ายจนถึงขั้นนี้ได้อย่างไร”

“ก็เหมือนผู้อับจนปัญญาสองคนที่มาอยู่ด้วยกันกระมัง อ่อนแอ เปราะบาง และหวั่นไหว จึงกลับกลายเป็นอย่างที่เห็น ครึ่งปีเราเมินเฉยต่อกัน ส่วนอีกสองปีครึ่งที่เหลือเราไม่เคยห่างกันเช่นในตอนนี้ ความสัมพันธ์ค่อยๆ เกิดขึ้นจนบางทีข้าก็หลงลืมไปเช่นกันว่ามาเป็นแบบนี้ได้ยังไง ความสัมพันธ์ที่เปราะบางกลายเป็นลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อส่วนรายละเอียดนั้นจะให้ลงลึกมากกว่านี้ก็คงมิงามเท่าไรนัก เอาเป็นว่าเราลึกซึ้งจึงเจ้าก้อนแป้งไปนอนเล่นอยู่ในท้องของเจ้าก็แล้วกัน”

จ้าวซือหงใช้สายตาปรามบุรุษที่เอ่ยเย้าแหย่ไม่ดูเวลา แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะสะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังยกยิ้มยินดีจนน่าหมั่นไส้ใน ‘ความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง’ ที่อีกฝ่ายกล่าวถึง

“แล้วถ้าหาก ศัตรูของเรามิใช่ไท่จื่อเล่า ทุกอย่างไม่ดูง่ายดายไปหรอกหรือ”

“ศัตรูในที่แจ้งอาจจะน่ากลัวกว่าศัตรูในที่ลับ รู้เช่นเห็นชาติแต่ทำสิ่งใดไม่ได้ นอกจากเป็นคนที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว”

“ท่านไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ ไม่แน่ว่าเพราะไม่ยอมหอสุราลี่ตงจึงเกิดขึ้นหรือ”

“ใช่ เพราะไม่ยอมจึงต้องสร้างป้อมปราการมาป้องกันตัวเอง ความจริงความคิดนี้ก็เป็นของเจ้าด้วยกึ่งหนึ่ง ตอนที่เราหันหน้ามาคุยกัน ตอนนั้นเพิ่งจะสร้างหอสุรา เจ้าจึงได้ล่วงรู้ทุกอย่างถึงขนาดกำชับว่าให้ทำห้องนอนไว้ในห้องทำงานของข้าด้วย”

“ท่านจึงกล่าวว่าห้องนั้นคือห้องของข้า”

“ถูกต้อง ความสัมพันธ์ลวงหลอกลับหลังก็หวานชื่นไม่ต่างจากคู่แต่งงานอื่น ไม่แน่ว่าเจ้าก้อนแป้งอาจจะเกิดที่นั่นก็เป็นได้ ข้าก็จำไม่ใคร่ถนัดนัก แต่เจ้าชอบนอนที่นั่นมากกว่าที่จวนนี่”

“นี่ท่าน! ” จ้าวซือหงตั้งท่าจะวาดมือลงบนตัวของอีกฝ่าย แต่ทว่ากลับถูกฉกฉวยมือไปกอบกุมไว้แทนโดยท่านแม่ทัพที่ยิ้มร้ายจนนางได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ

“นั่นจึงเป็นสาเหตุที่คนเล่าลือกันไปทั่วว่าข้าไม่เคยกลับจวน ทิ้งร้างภรรยาและไปอยู่ที่หอสุรา... ช่างเป็นข่าวเล่าลือได้น่าขัน ข้าน่ะหรือทอดทิ้งภรรยา ข้ากับเจ้าแทบไม่ห่างกันด้วยซ้ำ ชาวบ้านก็ช่างเล่าลือกันไป”

ความจริงในความสัมพันธ์กระจ่าง และนางก็ไม่ถามถึงรายละเอียดที่ลึกซึ้งไปกว่านี้ ด้วยทราบดีแล้วว่าเหตุจึงคุ้นเคยกับบุรุษผู้นี้... หยางจื่อถงพูดความจริงแม้จะไม่พูดทั้งหมดแต่อย่างน้อยเรื่องความสัมพันธ์นั้นก็เป็นเรื่องจริง

“ที่เขาเล่าลือกันไปแบบนั้นมิใช่ว่าท่านต้องการหรอกหรือ”

“ก็ใช่ เราหมางเมินกันมากเท่าใด ฝ่ายที่คิดร้ายย่อมได้ใจ วันใดที่หางพวกมันโผล่ก็ง่ายที่จะจัดการ”

“คนที่ว่าจะจัดนั่นคือไท่จื่อ ไหนท่านว่าจัดการได้ยากอย่างไรเล่า”

“แต่ใช่ว่าจะจัดการไม่ได้...ไท่จื่อ ไม่จำเป็นต้องเป็นอ๋องผู้นี้ก็ได้มิใช่หรือ เจ้าก็ทราบดีหวงตี้แทบจะยัดตำแหน่งนี้ให้จิ้นอ๋อง แต่เขาปฏิเสธเป็นพัลวัน นั่นก็ชี้ชัดว่าไท่จื่อไม่เป็นที่พอพระทัยของหวงตี้เสียเท่าไหร่ เพียงแต่ต้องทำทุกอย่างตามขนบธรรมเนียม”

“ก็เพราะเหตุนั้นเขาจึงอยู่ไม่สุขอย่างไรเล่า” จ้าวซือหงกล่าวอย่างผู้ที่พอจะเข้าใจสถานการณ์มาอีกขั้นหนึ่ง ก่อนจะผละออกจากความคิด เงยหน้าสบมองนางไม่วางตา “แล้วท่านกลัวสิ่งใดจึงไม่อยากบอกเรื่องพวกนี้แก่ข้านัก”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel