บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 ตกน้ำหน้าหนาว - 2

"เป็นความผิดลูก ทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นห่วงแล้ว"

"ที่ใดกัน เจ้าฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว" เซียวอู่จ้องมองบุตรสาวไม่แม้แต่จะกะพริบตา ดวงตาคนเป็นพ่อแดงก่ำ ถึงแม้จะไม่มีหยาดน้ำตาไหลรินเช่นภรรยา ทว่าเซียวเยวี่ยหลันก็รู้ดีว่าบิดาก็รู้สึกไม่ต่างจากท่านแม่นัก

"หลันเอ๋อร์หากเจ้าไม่ฟื้นสักที เจ้าก็จะพลาดงานเลี้ยงชมดอกไม้ของพระสนมกุ้ยเฟยแล้วนะ ดีแล้วที่เจ้าฟื้นขึ้นมา ต้องรีบรักษาตัวรู้หรือไม่ อีกสองวันวังหลวงก็จะจัดงานขึ้นแล้ว"

"ยังจะพูดเรื่องนี้อีก เจ้ามันสตรีตื้นเขิน เรื่องเหล่านั้นสำคัญกว่าร่างกายหลันเอ๋อร์ได้อย่างไรกัน"

"ท่านพี่!!!...ท่านจะเข้าใจลูกได้เท่าคนเป็นมารดาอย่างข้าหรือ" เซียวฮูหยินอ้าปากตั้งท่าจะเถียงสามีอย่างไม่ลดละ ทว่าเสียงเรียกอันดังลั่นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจวนก็หยุดวาจาของนางเสียก่อน

เซียวเซิ่งหมิ่นวิ่งเข้ามาในห้อง เขายืนเบิกตาอยู่หน้าตั่งนอนไม่กล้าเข้าใกล้ผู้เป็นน้องสาวเพราะรู้ดีว่า น้องสาวผู้นี้ไม่ชอบเขาสักเท่าไร นางเป็นสตรีเย่อหยิ่งก็จริง แต่กิริยามารยาทก็เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเขาผู้เป็นพี่ชายกลับเป็นบุรุษที่ตรงข้ามกับน้องสาวโดยสิ้นเชิง เขามันมุทะลุดุดัน แข็งกระด้าง เช่นนั้นน้องสาวจึงไม่ชื่นชอบที่จะอยู่ใกล้เขา เซียวเยวี่ยหลันก็เห็นแล้วว่าพี่ใหญ่ของนาง วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อถึงในห้องแล้ว กลับเอาแต่ยืนไกลออกไป ไม่กล้าเข้าใกล้ตั่งนอนของนาง พี่ใหญ่เอาแต่ยืนมองอยู่อย่างนั้น ดวงตาของเขาแดงก่ำมือทั้งสองข้าง ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ใด แลดูช่างน่าขบขัน แต่นางเห็นแบบนั้นแล้วในใจก็พลันปวดร้าว ที่ผ่านมานางนิสัยแย่เพียงใดกันแน่ พี่ใหญ่ถึงได้เกรงนางเช่นนี้

"หลันเอ๋อร์!!!...หลันเอ๋อร์เจ้าฟื้นแล้ว เจ้าฟื้นแล้ว" เสียงสะอื้นของพี่ใหญ่ที่ดังออกจากริมฝีปาก เขาข่มกลั้นตนเองเป็นอย่างมาก ไม่ให้เผลอร้องไห้ออกมา

"พี่ใหญ่ข้าฟื้นแล้วเจ้าค่ะ" เซียวเยวี่ยหลันยันตัวเองขึ้นมานั่งอิงหมอน พลางส่งยิ้มให้กับพี่ชายอย่างปลอบประโลม

"มานั่งนี่เถอะเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ยืนไกลเช่นนั้น ข้าก็ต้องพูดเสียงดังขึ้น เหนื่อยยิ่งนัก" เซียวเซิ่งหมิ่นเพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเองทำให้น้องสาวต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรง ก็ตบศีรษะตนเองอย่างโมโห เขามันโง่เขลาจริง ๆ

"เป็นข้าที่โง่เขลา ทำให้เจ้าเหน็ดเหนื่อยแล้ว" เขาเดินมานั่งข้างมารดาเนื้อตัวก็เกร็งไปหมด เซียวฮูหยินกับเซียวอู่มองหน้ากัน เมื่อก่อนบุตรสาวไม่ชอบบุตรชาย แต่ทำไมยามนี้ถึงได้เรียกให้เข้ามาใกล้ แต่ต่อให้สงสัยเพียงใด ทว่าคนเป็นพ่อแม่ เห็นลูกทั้งสองปรองดองกันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เช่นนั้นทั้งคู่จึงปล่อยให้พี่น้องได้มีโอกาสพูดคุยกัน

"แม่จะออกไปดูยาในครัวก่อน หมิ่นเอ๋อร์อย่าได้ยั่วโมโหน้องสาวเจ้าเล่า"

"ข้ามิได้ทำเช่นนั้นเสียหน่อย" ครั้นเมื่อบิดาและมารดาเดินออกไป เซียวเซิ่งหมิ่นกลับเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าพูดเสียอย่างนั้น เซียวเยวี่ยหลันเห็นว่าพี่ใหญ่กำบางสิ่งไว้ในมือก็ยกคิ้วขึ้น

"พี่ใหญ่ถือสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ" เซียวเซิ่งหมิ่นไม่คิดว่าน้องสาวจะมองเห็น เขาเก้อเขินขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด รีบยกมือซ่อนเอาไว้ด้านหลัง

"เปล่าหรอก เจ้าอย่าสนใจเลย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดจึงตกน้ำเล่า ยามนี้เข้าหน้าหนาวมีความจำเป็นอันใดต้องไปเดินริมสระบัวกัน" ครั้นหลุดปากถามไป เซียวเซิ่งหมิ่นก็อยากจะยกมือตบปากตนเอง เขามันปากพล่อย พูดเช่นนี้น้องสามจะต้องเข้าใจว่าเขาตำหนินางหรือไม่ ชายหนุ่มแอบเหลือบมองใบหน้าของน้องสาวเงียบ ๆ ทว่ากลับเห็นว่านางกำลังเหม่อลอย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel