ตอนที่ 9 ท่านจะทำอะไร!
ตอนที่ 9 ท่านจะทำอะไร!
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอรุณสาดส่องเข้ามาในห้องนอนใหญ่อย่างเช่นเคย ซูเยว่หลิงตื่นขึ้นอย่างเงียบเชียบ ความเจ็บปวดที่ลำคอเตือนให้สติถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ร่องรอยของนิ้วมือห้าแฉกยังคงเป็นสีแดงช้ำจางๆ บนผิวขาวผ่องของนาง นางเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบตลับผงแป้งชั้นดีออกมาบรรจงแตะเบาๆ ปกปิดรอยช้ำเหล่านั้นไว้จนมองเห็นได้ยาก
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ซูเยว่หลิง ก็หันมาสนใจบุตรสาวที่เพิ่งถูก ชิงเถาพาไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ให้ ซินอิงอยู่ในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่ดูเรียบร้อย นั่งอยู่บนเก้าอี้หวายเล็กๆ ข้างเตียงเงียบๆ ดวงตากลมโตยังคงมีร่องรอยของความหวาดกลัวจางๆ นางไม่กล้าสบตากับมารดาตรงๆ
ทันใดนั้น ชิงเถาที่เพิ่งเดินออกไปสั่งพวกสาวใช้ให้จัดเตรียมอาหารเช้าก็รีบกลับเข้ามาพร้อมสีหน้าที่กังวล “พระชายา... ท่านพ่อบ้านฟางมาขอพบเพคะ”
ซูเยว่หลิงก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของบุตรสาวเบาๆ “ให้เขาเข้ามา”
พ่อบ้านฟางเจี้ยน ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีนอบน้อม
“พ่อบ้านฟางมีธุระอันใด?” ซูเยว่หลิงถามเสียงเรียบ
“ทูลพระชายา... ท่านอ๋องมีรับสั่งว่าต่อไปนี้ห้ามพระชายาพาคุณหนูออกไปข้างนอกจวนโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ!”
ซูเยว่หลิง พยักหน้ารับรู้อย่างเฉยชา ร่องรอยของความโกรธแค้นเมื่อคืนถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่ดูสงบนิ่ง “ข้าทราบแล้ว เจ้าออกไปเถอะ”
พ่อบ้านฟางเจี้ยน มองพระชายาด้วยความงุนงง นางไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว หรืออาละวาดอย่างที่เขาคาดไว้เลยแม้แต่น้อย เขารับคำสั่งและถอยออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความโล่งอก
ซูเยว่หลิง ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งของหลี่อี้เหรินอีกต่อไป นางใช้เวลาทั้งวันอยู่กับซินอิงในเรือน สองแม่ลูกกินข้าวเช้าด้วยกันอย่างมีความสุข นางอ่านหนังสือนิทานที่เพิ่งซื้อมาให้บุตรสาวฟัง
ช่วงบ่ายแก่ๆ หลี่ซินอิงก็เริ่มง่วงและเผลอหลับไปในอ้อมแขนของมารดา ซูเยว่หลิงอุ้มบุตรสาวไปนอนกลางวันบนเตียงอย่างระมัดระวัง แล้วจึงออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมที่อยู่ถัดจากเรือนหลัก นางเดินไปตามทางเดินที่คดเคี้ยวอย่างช้าๆ เพื่อทบทวนแผนการที่จะพาลูกสาวหนีออกจากจวนแห่งนี้ ตอนนี้นางจะใจร้อนไม่ได้ หากหลี่อี้เหรินรู้ทุกอย่างก็จะจบสิ้น
ตอนนี้โรงเตี๊ยมจินยี่กำลังทำกำไรดีขึ้นก็จริง แต่การสะสมกำไรแบบรายเดือนกว่าจะได้เงินก้อนใหญ่เพียงพอที่จะใช้ชีวิตสุขสบายไปตลอดชีวิต อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าสามเดือน
“หรือจะขายทิ้งดี?...”
หากนางขายกิจการทั้งสองแห่ง นางก็จะได้เงินอนใหญ่มาอยู่ในมือทันที! เงินก้อนนี้จะเพียงพอให้นางพาลูกสาวหนีออกจากจวนไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องพะว้าพะวังเรื่องเงินสำรองอีกต่อไป
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังใกล้เข้ามาจากทางระเบียงทางเดิน
หลี่เซินเหิงหรือหย่งอ๋อง น้องชายร่วมบิดาของหลี่อี้เหริน เขาเพิ่งคุยธุระกับพี่ชายที่ห้องหนังสือเสร็จและกำลังจะกลับ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีม่วงเข้มดูภูมิฐานและอ่อนโยนกว่าหลี่อี้เหรินมาก ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลา ไม่เย็นชาและแข็งกระด้างเหมือนพี่ชาย
หลี่เซินเหิงเห็นซูเยว่หลิงยืนอยู่เพียงลำพังที่ระเบียงทางเดิน เขาก็ชะงักเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ในอดีตเขามีความรู้สึกดีๆ ให้กับซูเยว่หลิงทว่านางไม่ได้มีใจให้กับเขา และความรู้สึกนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในใจ
“พี่สะใภ้?” หลี่เซินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าไม่คิดว่าจะได้พบท่านที่นี่”
ซูเยว่หลิงหันกลับมา นางโค้งคำนับให้เขาอย่างรักษามารยาท “ถวายพระพรหย่งอ๋อง”
“ไม่ต้องมากพิธี” หลี่เซินเหิงเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย “ท่านกับซินอิงสบายดีหรือไม่?”
ซูเยว่หลิงยิ้มออกมาเล็กน้อย ในชาติที่แล้วหลี่เซินเหิงเป็นคนเดียวที่มอบความเมตตาให้กับซินอิง ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนาง
“หม่อมฉันและซินอิงสบายดีเพคะ ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วง” นางตอบอย่างระมัดระวัง
หลี่เซินเหิงมองไปที่ใบหน้าของนางอย่างพิจารณา และสังเกตเห็นว่าวันนี้ซูเยว่หลิงแต่งกายเรียบง่ายกว่าปกติมาก และร่องรอยของความโศกเศร้าที่เคยปรากฏบนดวงตาของนางในอดีตได้หายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความสงบที่น่าประหลาดใจ พวกเขาคุยกันอยู่สักพักหลี่เซินเหิงก็ขอตัวกลับ
“ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ขอให้พี่สะใภ้รักษาตัวด้วย”
“เช่นกันเพคะ ขอให้หย่งอ๋องรักษาสุขภาพด้วย”
หลี่เซินพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินจากไปตามทางเดิน แต่แววตาของเขายังคงทิ้งร่องรอยของความอาลัยอาวรณ์
เมื่อหลี่เซินเหิงเดินจากไป หลี่อี้เหรินที่แอบมองดูการสนทนาระหว่างภรรยาของตนกับน้องชายอยู่เงียบๆ ก็เดินออกมา ใบหน้าของเขาถมึงทึงราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
เขายืนอยู่ข้างหลัง ซูเยว่หลิงด้วยระยะที่ใกล้จนนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเย็นชาและโทสะที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรง “เจ้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่ซูเยว่หลิง” เสียงของเขาเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
ซูเยว่หลิง หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอย่างใจเย็น “หม่อมฉันก็แค่ทักทายหย่งอ๋องตามมารยาทเท่านั้น”
“มารยาท?” หลี่อี้เหรินแสยะยิ้มอย่างเหยียดหยาม “มารยาทที่เต็มไปด้วยความสนิทสนมเยี่ยงชู้รักอย่างนั้นรึ?! เจ้าคิดว่าข้าตาบอดหรือยังไง!”
ความโกรธของซูเยว่หลิงพุ่งสูงขึ้นทันที นางไม่เคยคิดว่าหลี่อี้เหรินจะเข้าใจผิดไปได้ไกลขนาดนี้!
“ท่านอ๋อง! โปรดระวังคำพูดของท่านด้วย!” นางกล่าวเสียงเข้มขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว “หม่อมฉันคุยกับหย่งอ๋องตามปกติเท่านั้น! ท่านอ๋องอย่าได้กล่าวหาหม่อมฉันเกินความเป็นจริง”
หลี่อี้เหรินหัวเราะในลำคอเบาๆ “เจ้าคิดว่าทำตัวสนิทสนมกับน้องชายข้าแล้วจะทำให้ข้าหึงหวงเจ้าขึ้นมาอย่างนั้นหรือ?!”
“หม่อมฉันไม่...”
ก่อนที่ซูเยว่หลิงจะทันได้พูดจบประโยค หลี่อี้เหรินคว้าแขนเรียวของนางไว้แน่น จนนางรู้สึกเจ็บ แล้วจัดการอุ้มบอบบางขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็ว “เจ้าต้องการความสนใจจากข้ามากใช่ไหม? ได้! ข้าจะมอบให้เจ้าอย่างถึงใจ!”
“ท่านอ๋อง! ปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ซูเยว่หลิงร้องออกมาด้วยความตกใจ นางทุบกำปั้นลงบนหลังของเขาอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาสะทกสะท้านได้เลยแม้แต่น้อย
หลี่อี้เหริน ไม่สนใจเสียงร้องของนาง เขาก้าวเดินอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปยังเรือนของตนเอง เขาถีบประตูห้องนอนเปิดออกอย่างแรง แล้ว โยนร่างของซูเยว่หลิงลงบนเตียงไม้แกะสลักอย่างไม่ไยดี
ซูเยว่หลิงพยายามจะลุกขึ้น แต่หลี่อี้เหรินก็กดร่างของนางไว้ด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ควบคุมไม่ได้ มือหนากระชากเสื้อผ้าของนางออกอย่างรวดเร็วและรุนแรง
“กรี๊ด! ท่านจะทำอะไร!” ซูเยว่หลิงร้องออกมาด้วยความตกใจ นางไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะทำเช่นนี้!
“นี่คือบทลงโทษที่เจ้าต้องได้รับ! ในเมื่อเจ้าอยากให้ข้าสนใจมากนัก ข้าก็จะเมตตามอบมันให้เจ้า! แต่จงจำไว้ว่า...นี่คือความเกลียดชัง หาใช่ความรัก!”
ซูเยว่หลิงพยายามดิ้นรนใต้ร่างแข็งแกร่งของหลี่อี้เหริน ความหวาดกลัวทำให้นางแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
“ปล่อยหม่อมฉันนะ!” ซูเยว่หลิงกรีดร้อง พลางปัดป้องการฉีกกระชากอาภรณ์ของเขา “ท่านอ๋องบอกว่าหม่อมฉันสกปรกไม่ใช่หรือเพคะ!” ซูเยว่หลิงตะโกนออกมาอย่างเจ็บแค้น “แล้วท่านจะทำเช่นนี้กับสตรีที่ท่านตราหน้าว่าโสโครกได้อย่างไร!”
คำพูดของนางเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ โทสะของหลี่อี้เหรินพุ่งสูงถึงขีดสุด เขาใช้ดวงตาอำมหิตสำรวจร่างเปลือยเปล่าของนางอย่างจงใจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินสินค้าที่ไร้ราคา
“ของสกปรก...ก็สมควรที่จะถูกใช้เยี่ยงของสกปรก!” เขาเอ่ยเสียงต่ำลึกและเย็นยะเยือก
พูดจบมือหนาก็บีบเค้นเต้าอวบของนางอย่างรุนแรงจนนางต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
