บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 โมโห

ตอนที่ 8 โมโห

ในยามพลบค่ำ ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วเหลือทิ้งไว้เพียงแสงสีส้มแดงอ่อน ๆ ที่ค่อย ๆ เลือนหายไป หลี่อี้เหรินเพิ่งจะก้าวเท้ากลับมาถึงจวนหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในวังหลวง

ร่างสูงสง่าภายใต้ชุดคลุมสีเข้มเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเหน็ดเหนื่อยและความเย็นชาที่สะสมมาจากการรับมือกับขุนนางและเรื่องราวทางการเมืองที่ซับซ้อนในราชสำนัก วันนี้เป็นอีกวันที่เขาต้องเผชิญกับความตึงเครียดและเกมอำนาจที่ไม่มีวันจบสิ้น เขามุ่งตรงไปยังห้องหนังสือของตัวเองในทันที

ไม่นาน องครักษ์เงาที่ติดตามเขาก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

“คารวะท่านอ๋อง”

“มีเรื่องอะไร?” หลี่อี้เหรินถามเสียงเรียบพลางอ่านจดหมายรายงานขององครักษ์ที่เขาส่งให้ไปตามหาหลิวซูเจิน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร

“ทูลท่านอ๋อง...พ่อบ้านบอกว่าพระชายาพาคุณหนู... ออกจากจวนไปตั้งแต่ยามซื่อ ยังไม่กลับมาเลยพ่ะย่ะค่ะ”

มือของหลี่อี้เหรินที่กำลังถือพู่กันหยุดชะงัก ดวงตาคมกริบของเขาลุกวาวด้วยความไม่พอใจ

“นางกำลังทำบ้าอะไรอีก?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรำคาญ “รีบส่งคนไปตามพวกนางกลับมาเดี๋ยวนี้! หากมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกข้าจะไม่ไว้หน้านางอีกต่อไป!”

“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงารับคำสั่งและหายวับไปจากห้องทันที

ขณะที่องครักษ์เงากำลังจะออกไปตามหา ซูเยว่หลิงก็กลับมาถึงจวนต๋วนอ๋องพอดี รถม้าหยุดลงที่หน้าประตูจวน ความวุ่นวายเล็กน้อยก็เกิดขึ้นทันทีเมื่อบ่าวรับใช้เห็นว่าพระชายาพาคุณหนูออกไปข้างนอกโดยพลการ แต่ซูเยว่หลิงไม่สนใจ นางอุ้มซินอิงกลับไปยังเรือนหลักราวกับไม่ได้ทำสิ่งใดผิด และสั่งให้ชิงเถาเตรียมน้ำอุ่นให้นางกับซินอิงอาบ

ซินอิงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว นางลืมตาขึ้นมองเพดานและใบหน้าของมารดาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แสงเทียนจากโคมไฟส่องให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของมารดา รอยยิ้มที่อ่อนโยนเช่นนี้เป็นสิ่งที่ซินอิงโหยหามาตลอด

แม้จะง่วงงุนเต็มที แต่ซินอิงก็ไม่ยอมปล่อยป๋องแป๋งที่เป็นของเล่นชิ้นโปรดของนาง นางซบใบหน้าเล็กๆ เข้ากับซอกคอของมารดาอย่างไว้ใจ

องครักษ์เงารีบกลับไปยังห้องหนังสือของหลี่อี้เหรินอย่างรวดเร็วเพื่อรายงานว่าพระชายาและคุณหนูกลับมาถึงแล้ว

“ทูลท่านอ๋อง! พระชายาและคุณหนูกลับมาถึงเรือนหลักเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

หลี่อี้เหรินวางพู่กันลงบนแท่นหิน ดวงตาคมกริบของเขายังคงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ชอบการกระทำที่อยู่เหนือการควบคุมของซูเยว่หลิงเลยแม้แต่น้อย นางกำลังใช้ลูกสาวเป็นเครื่องมือเรียกร้องความสนใจจากเขาอีกแล้ว

หลี่อี้เหรินก้าวเดินออกจากห้องหนังสืออย่างรวดเร็วใบหน้าของเขาถมึงทึงและเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร เขาเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนหลักอย่างไม่รีบร้อน แต่ทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บ่าวไพร่ที่ผ่านทางต้องก้มหน้าหลบด้วยความหวาดกลัว

หลี่อี้เหรินก้าวเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยสีหน้าที่เรียบตึง กลิ่นอายของอำนาจและความไม่พอใจ แผ่ซ่านไปทั่วห้องโดยทันที แสงไฟสีนวลจากโคมไฟส่องให้เห็นภาพที่ทำให้เขาชะงักเล็กน้อย

ซูเยว่หลิงอยู่ในชุดนอนผ้าไหมสีอ่อน นางกำลังนั่งอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ และใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกชื้นให้กับซินอิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ บุตรสาวของเขานั้นอยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา ใบหน้าเล็ก ๆ ดูสดใสกว่าทุกครั้งที่เขาเคยเห็น

ซูเยว่หลิงเงยหน้าขึ้นเมื่อรับรู้ถึงการมาของเขา ดวงตาของนางยังคงสงบนิ่งและเฉยชา ไม่มีความยินดี ความตื่นเต้น หรือแม้แต่ความหวาดกลัวอย่างที่เขาเคยเห็น นางเพียงโค้งศีรษะให้เขาเล็กน้อยอย่างรักษามารยาท

หลี่อี้เหรินเดินเข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่นางและบุตรสาว “ซูเยว่หลิง เจ้ากล้าดียังไงพาบุตรสาวข้าออกไปนอกจวนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้า”

ก่อนที่ซูเยว่หลิงจะตอบ เขาก็หันไปออกคำสั่งกับชิงเถาที่ยืนอยู่ข้างเตียง

“เจ้าพาคุณหนูออกไปก่อน”

ซินอิงที่กำลังเพลิดเพลินกับการให้มารดาเช็ดผมอยู่ถึงกับตัวแข็งทื่อทันที ใบหน้าเล็ก ๆ ซีดลงเล็กน้อย แม้จะรู้ว่าบิดาไม่เคยรักใคร่ แต่สัญชาตญาณของเด็กน้อยก็ยังคงต้องการความรักจากผู้ให้กำเนิด ป๋องแป๋งไม้สีแดงสดใสที่นางถือไว้แน่นถูกปล่อยลงบนเตียง

เด็กหญิงค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนของมารดา แล้วยื่นมือเล็ก ๆ ไปทางบิดาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

หลี่อี้เหรินไม่ได้แม้แต่จะชายตาแลบุตรสาวของตนเอง ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปที่ซูเยว่หลิงอย่างเย็นชา

“ข้าบอกให้พาคุณหนูออกไป!” เขาย้ำคำสั่งอีกครั้งอย่างเด็ดขาด

ความหวังสุดท้ายที่ริบหรี่ ในดวงตาของซินอิงดับวูบลงทันที เด็กน้อยก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง นางเก็บมือเล็ก ๆ กลับมาแนบลำตัว

ซูเยว่หลิงมองภาพทั้งหมดด้วยหัวใจที่บีบรัดอย่างแรง ความเจ็บปวดและความเคียดแค้นต่อบุรุษไร้หัวใจผู้นี้ถาโถมเข้าใส่จนนางแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

นางเอื้อมมือไปลูบศีรษะซินอิงอย่างปลอบโยน ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ชิงเถาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

“ชิงเถา พาคุณหนูไปที่ห้องข้างๆก่อน”

ชิงเถารีบอุ้มซินอิงออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง

เมื่อในห้องเหลือเพียงคนสองคน หลี่อี้เหรินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวซูเยว่หลิง ใบหน้าของเขาถมึงทึงอย่างเห็นได้ชัด

“ซูเยว่หลิง เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?!” เขาถามเสียงต่ำ “เจ้าเป็นถึงพระชายาของต๋วนอ๋อง เจ้ากล้าพาบุตรสาวออกไปนอกจวนโดยไม่ขออนุญาตได้อย่างไร? เจ้าไม่กลัวผู้คนจะมองว่าจวนอ๋องไม่มีกฎเกณฑ์หรือ?”

ซูเยว่หลิงลุกขึ้นยืนช้า ๆ นางเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่หวั่นเกรง แค่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ผู้ใดจะกล้าตำหนิจวนของต๋วนอ๋องได้เป็นเขาที่อยากหาเรื่องนางมากกว่า

“หากท่านอ๋องคิดว่าการออกไปข้างนอกของหม่อมฉันและลูก...มันทำให้ผู้คนมองจวนต๋วนอ๋องไม่ดี เช่นนั้นก็เขียนหนังสือหย่าให้หม่อมฉันเถิดเพคะ! หม่อมฉันกับลูกจะได้ไม่ทำให้ท่านต้องเสื่อมเสียเกียรติอีกต่อไป”

คำว่า ‘หย่า’เหมือนมีมีดที่มองไม่เห็นไปสะกิดแผลเก่าที่อยู่กลางใจของหลี่อี้เหริน เขามองซูเยว่หลิงด้วยแววตาวาวโรจน์ ในอดีตนางจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาตำแหน่งชายาเอกไว้ แต่วันนี้นางกลับเป็นฝ่ายร้องขอการหย่าด้วยตัวเอง นางกำลังจะเล่นตลกอันใด!

“ซูเยว่หลิง!” หลี่อี้เหรินคำรามอย่างกราดเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กลิ่นอายสังหารปะทุออกมาอย่างรุนแรงจนบ่าวไพร่ที่อยู่นอกห้องต้องทรุดตัวลงคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

ก่อนที่นางจะทันได้ตั้งตัว มือใหญ่ของเขาก็พุ่งเข้ามาที่ลำคอระหงของนางทันที “เจ้ากล้าพูดคำว่าหย่า กำลังท้าทายความอดทนของข้างั้นหรือ!”

ใบหน้าอันงดงามที่เคยเต็มไปด้วยความสงบนิ่งพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะความเจ็บปวด ลมหายใจของซูเยว่หลิงติดขัด นางพยายามแกะมือที่บีบคอของตนออกอย่างทุลักทุเล แต่กำลังของบุรุษผู้ฝึกยุทธ์นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่นางจะต้านทานได้

ดวงตาที่เคยเยือกเย็นของซูเยว่หลิงมองจ้องไปยังดวงตาคมกริบของหลี่อี้เหรินอย่างไม่หวาดหวั่น แม้ความตายจะอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายนิ้ว

“ถ้าการหย่ามันง่ายขนาดนั้น ข้าจะปล่อยให้เจ้าอยู่รกหูรกตาจนมาถึงวันนี้อย่างนั้นหรือ?” หลี่อี้เหรินกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างเคียดแค้น “ทั้งที่เจ้าใช้ความหน้าด้านไร้ยางอายพรากข้าจากซูเจิน!”

เขาบีบคอของนางแน่นขึ้นอีกนิด ริมฝีปากหยักได้รูปเผยรอยยิ้มเหยียดหยาม “เจ้าคิดว่าการที่เจ้าเล่นละครเป็นมารดาผู้แสนดี และเรียกร้องการหย่าจะทำให้ข้าใจอ่อนและมอบความสนใจที่เจ้าปรารถนาได้รึ! เพ้อเจ้อสิ้นดี!”

ซูเยว่หลิงหายใจหอบถี่ ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความเจ็บปวด นางอยากจะตอบโต้ แต่นางพูดอะไรไม่ออก... ความเจ็บปวดทางกายนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่นางเคยได้รับในชาติที่แล้ว ความรวดร้าวที่เห็นซินอิงถูกบิดาทอดทิ้งต่างหากที่ทำให้นางเจ็บปวดยิ่งกว่า

"อย่ามาทำเป็นว่าเจ้าอยากได้อิสรภาพ! ทั้งที่เจ้าเป็นคนพยายามปีนป่ายมาถึงจุดนี้ด้วยตัวเอง!"

เขาบีบลำคอนางแน่นขึ้นเมื่อนึกถึงหลิวซูเจิน สตรีที่เขารักและต้องทนทุกข์เพราะความริษยาของหญิงตรงหน้านี้ "เจ้าทำให้ข้าต้องผิดคำมั่นที่ให้ไว้กับนาง! สตรีที่เห็นแก่ตัวและโหดเหี้ยมอย่างเจ้าไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้หรอกซูเยว่หลิง! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ทันแผนการต่ำทรามของเจ้า!"

ซูเยว่หลิงมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังของเขา

"ท่านอ๋อง..." นางพยายามเปล่งเสียงออกมาอีกครั้งด้วยความยากลำบาก "ท่านยัง...ไม่เข้าใจอีกหรือ? หม่อมฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากท่านจริงๆ”

ความเกลียดชังที่หลี่อี้เหรินมีต่อนางทำให้เขาไม่อยากสัมผัสร่างกายของนางอีกต่อไป

"สกปรก!" เขาสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนผลักร่างบางของซูเยว่หลิงออกไปอย่างแรงจนร่างของนางกระแทกเข้ากับขอบเตียงอย่างจัง!

หลี่อี้เหรินแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างไม่ไยดี

ซูเยว่หลิงไอออกมาอย่างรุนแรงทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ นางยกมือขึ้นกุมลำคอที่แดงก่ำและมีรอยช้ำครบนิ้วมือทั้งห้าของบุรุษไร้หัวใจ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วบริเวณที่ถูกบีบ

‘สกปรก!’ คำสบถของเขาดังก้องอยู่ในโสตประสาทของซูเยว่หลิง

ร่างบางกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ก่อนจะค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้น

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของท่านอ๋องจากไปแล้ว ชิงเถาที่อุ้มคุณหนูกลับเข้ามาในห้องถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยนิ้วมือบนคอของเจ้านาย ซินอิงที่อยู่ในอ้อมแขนของชิงเถาก็มองมารดาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาและความสับสน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงว่าท่านพ่อเสียงดังมาก

ซูเยว่หลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นเทาออกไปรับบุตรสาว

“ชิงเถา…เจ้าออกไปก่อนเถิด” น้ำเสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย

ชิงเถาไม่กล้าโต้แย้ง จึงเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบพร้อมกับปิดประตูลงอย่างเบามือ

“ไม่ต้องกลัวนะลูก…ท่านพ่อ...แค่โมโหเล็กน้อยเท่านั้น” ซูเยว่หลิงกอดหลี่ซินอิงไว้แน่น พยายามซ่อนร่องรอยความเจ็บปวดทางกายและใจไม่ให้ลูกสาวเห็น นางจุมพิตที่กลุ่มผมอ่อนนุ่มของซินอิงซ้ำ ๆ เพื่อปลอบประโลมทั้งลูกและตนเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel