บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 ลงทัณฑ์

ตอนที่ 10 ลงทัณฑ์

ทันใดนั้น หลี่อี้เหรินก็ทาบทับร่างลงมาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของเขากดทับลงบนริมฝีปากบางอย่างหื่นกระหายและป่าเถื่อน ลิ้นของเขาบุกรุกเข้ามาอย่างอุกอาจ บังคับให้นางตอบสนองต่อสิ่งที่เขาต้องการ จนนางรู้สึกได้ถึงรสชาติกลิ่นคาวเลือดในปากของตนเอง ซูเยว่หลิงพยายามดิ้นรนและทุบตีแผ่นหลังหนาอย่างรุนแรงด้วยแรงแค้นทั้งหมดที่มี ทว่าความพยายามทั้งหมดนั้นกลับยิ่งเหมือนเชื้อเพลิงที่โหมกระพือไฟโทสะในตัวหลี่อี้เหรินให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น

เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของนางไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดายด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ฉีกทึ้งเสื้อผ้าส่วนสุดท้ายของนางออกไปอย่างไม่ไยดี แล้วมอบบทลงทัณฑ์ให้นางอย่างรุนแรง ราวกับว่านางเป็นเพียงแค่เครื่องระบายความแค้นของเขาเท่านั้น

ความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาไม่ต่างจากครั้งแรกที่พวกเขามีร่วมกันในคืนที่เขาเมามาย

บทลงทัณฑ์แห่งความเกลียดชังนั้นดำเนินไปอย่างยาวนาน หลี่อี้เหรินไม่สนใจเสียงร้องครวญครางของนาง เขาเพียงแค่ต้องการทำทำให้นางเจ็บปวดเพียงเท่านั้น เยว่หลิงรู้สึกราวกับร่างกายของนางกำลังถูกฉีกขาดเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดรุนแรงจนกระทั่งสติของนางดับวูบลง นางไม่รับรู้สิ่งใดอีกต่อไปนอกจากความมืดมิดและเสียงหอบหายใจอย่างหนักของบุรุษที่อยู่เหนือร่าง

เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ซูเยว่หลิงก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกราวกับถูกฉีกกระชาก นางรีบยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะปวดร้าวไปหมดก็ตาม

หลี่อี้เหรินไม่อยู่แล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการทำลายล้าง... อาภรณ์ที่ฉีกขาดกองอยู่บนพื้น เตียงนอนที่ยับยู่ยี่ และรอยแดงช้ำบนผิวขาวผ่องของนางที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนจากแสงแดดยามเช้า

ความทรงจำอันแสนโหดร้ายเมื่อคืนถาโถมเข้ามา แต่สิ่งแรกที่แล่นเข้ามาในสมองของซูเยว่หลิงคือความหวาดกลัวต่อผลที่อาจตามมา!

นางรีบคว้าผ้าห่มคลุมกายแล้วลุกจากเตียง พยายามฝืนความเจ็บปวดทั้งหมด เดินไปยังประตูห้อง

“ชิงเถา!” นางเรียกสาวใช้คนสนิทเสียงแหบพร่า

ชิงเถาที่รออยู่หน้าห้องตั้งแต่หนึ่งชั่วยามก่อนรีบเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพของเจ้านาย

“พระชายา! ท่าน… ท่านเป็นอย่างไรบ้างเพคะ!” ชิงเถาก้าวเข้าไปประคองร่างของซูเยว่หลิงอย่างระมัดระวังที่สุด

ซูเยว่หลิงขยับกายเพียงเล็กน้อย ร่างกายก็ปวดร้าวไปทุกอณู

“ซินอิงล่ะ…” ซูเยว่หลิงถามเสียงแหบพร่า

“บ่าวให้เหมยฮวาช่วยดูแลคุณหนูอยู่ที่เรือนเพคะ”

“ดี…ช่วยพาข้า…กลับเรือนที” นางออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

“เพคะ”

ชิงเถาค่อยๆ ประคองซูเยว่หลิงเดินออกจากห้องนอนของหลี่อี้เหรินอย่างช้าๆ การเดินกลับเรือนหลักในสภาพเช่นนี้เป็นเรื่องน่าอับอาย แต่ซูเยว่หลิงไม่สนใจสายตาของบ่าวไพร่ที่แอบมองอยู่เลยแม้แต่น้อย

เมื่อมาถึงเรือนหลัก ซูเยว่หลิงก็ตรงไปยังห้องนอนของตนเองทันที ภาพแรกที่นางเห็นคือหลี่ซินอิงกำลังนั่งเล่นอยู่บนพื้นไม้ข้างเตียงกับตุ๊กตาผ้าและป๋องแป๋งไม้สีแดง ดวงตาเล็กๆ ของเด็กหญิงหันมามองมารดาด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าซูเยว่หลิงไม่ได้อยู่ในชุดที่เคยสวมใส่

ซูเยว่หลิงรีบเดินเข้าไปหาบุตรสาวอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางทรุดตัวลงคุกเข่ากอดร่างเล็กไว้แนบอก ความอบอุ่นจากซินอิงช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของนางได้ชั่วขณะ

สัมผัสที่อ่อนโยนของมารดาทำให้ความหวาดกลัวในใจของซินอิงลดลงทันที เด็กหญิงกอดตอบมารดาอย่างเงอะงะ

“ท่านแม่… ท่านพ่อดุท่านแม่อีกแล้วหรือเจ้าคะ” ซินอิงกระซิบถามอย่างแผ่วเบา

“ไม่ใช่จ๊ะ แม่แค่ไม่ค่อยสบายนิดหน่อย” ซูเยว่หลิงฝืนยิ้ม พยายามทำให้น้ำเสียงดูเป็นปกติที่สุด

หลังจากส่งซินอิงให้เหมยฮวาพาไปเล่นที่ห้องด้านข้างเพื่อให้นางได้พักผ่อน ซูเยว่หลิงก็หันมาสั่งการชิงเถาที่ยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่

“ชิงเถา... เจ้ารีบไปที่ร้านขายยาที่เล็กที่สุดในเมืองหลวงแล้วซื้อยาห้ามครรภ์มาให้ข้า”

ชิงเถาหน้าซีดเผือดทันที “พระ...พระชายา!” นางร้องออกมาด้วยความตกใจและไม่เข้าใจ “ท่าน...ท่านต้องการยาห้ามครรภ์จริงหรือเพคะ!”

ซูเยว่หลิงมองดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของสาวใช้คนสนิท

“ใช่! ข้าต้องการ!” นางตอบอย่างเด็ดขาด “อย่าถามอะไรอีก! นี่เป็นคำสั่ง เจ้ารีบไปเดี๋ยวนี้! และห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้โดยเด็ดขาด!”

ชิงเถาเมื่อเห็นแววตาที่เย็นชาและมุ่งมั่นของเจ้านาย ก็ไม่กล้าโต้แย้งอีก นางรีบรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

เมื่อชิงเถาออกไปแล้ว ซูเยว่หลิงใช้เวลาอาบน้ำอย่างทุลักทุเลเพื่อชำระล้างความสกปรกทางกายและใจออกไปให้หมดสิ้น เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว นางก็สวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีอ่อน แล้วเดินไปนอนรอที่เตียงเพื่อรอคอยสาวใช้คนสนิทด้วยความกระวนกระวายใจ

เพียงหนึ่งชั่วยามต่อมา ชิงเถาก็กลับมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยเหงื่อและสีหน้าที่เคร่งเครียด มือของนางถือห่อกระดาษสมุนไพรสีน้ำตาลเข้มมาด้วย

“พระชายา! บ่าวได้มาแล้วเพคะ!” ชิงเถากล่าวอย่างหอบเหนื่อย

ซูเยว่หลิงมองห่อยามือของชิงเถาด้วยสายตาวูบไหว “รีบไปต้มเถอะ แล้วอย่าลืมเอากากยาไปฝังด้วย”

ชิงเถาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเดินออกไปยังห้องครัวเล็กๆ ท้ายเรือนอย่างเร่งรีบ ทิ้งให้ซูเยว่หลิงอยู่เพียงลำพัง ดวงตาของนางจับจ้องไปที่เพดานไม้แกะสลักอย่างว่างเปล่า ความรู้สึกชาชินแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายที่ปวดร้าว ความเจ็บปวดทางกายที่ได้รับเมื่อคืนไม่อาจเทียบได้กับความรวดร้าวที่เกิดขึ้นในจิตใจ

ไม่นานนัก ชิงเถาก็ยกถ้วยยาที่ส่งกลิ่นสมุนไพรขมเข้มเข้ามาในห้อง

“พระชายา... ยานี้ขมมากเพคะ บ่าวเตรียมน้ำผึ้งไว้ให้แล้ว...”

ซูเยว่หลิงมองน้ำซุปสมุนไพรสีดำเข้มในถ้วยอย่างไม่ลังเล นางรับถ้วยยามาจากชิงเถาแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด รสชาติที่ขมจัดของสมุนไพรทำให้ใบหน้าของนางเหยเกไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีคำบ่นใดๆ หลุดออกมาจากปาก

“ชิงเถา… เจ้าออกไปดูซินอิงเถอะ ข้าต้องการพักผ่อน” ซูเยว่หลิงสั่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

“เพคะพระชายา” ชิงเถารับคำสั่ง ก่อนจะรีบนำถ้วยยาและน้ำผึ้งออกไปอย่างเงียบเชียบ

เมื่อเหลืออยู่เพียงลำพัง ความตึงเครียดทั้งหมดในร่างของซูเยว่หลิงก็คลายตัวลง นางล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel