บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.6

คนขับรถของคฤหาสน์เหยียบเบรกอย่างแรง เมื่อโดนรถบรรทุกอีกคันที่เสียหลักวิ่งพุ่งเข้ามาหา เมื่อคนขับตั้งสติได้เขาเหยียบคันแรงเพื่อหลบ

ทว่าก็ยังช้าไปเพราะรถบรรทุกยังคงชนโดนท้ายคัน ก่อนที่รถจะหมุนคว้างอยู่กลางถนน แล้วชนเข้ากับที่กั้นข้างทางแล้วพลิกคว่ำไปอีกด้าน

ร่างของคนในรถแน่นิ่งไป ทั้งที่ยังมีเข็มขัดนิรภัยรัดอยู่

“ลูกวรรณ เสียงอะไรน่ะลูก ลูกวรรณ” เสียงดังมาจากโทรศัพท์ซึ่งยังไม่ได้กดวาง ทว่าจิรวรรณที่นอนแน่นิ่งในซากรถยนต์ กลับไม่ได้ยินแม้แต่น้อย

คนขับรถของคฤหาสน์เสียชีวิตแล้ว ตอนที่หน่วยกู้ภัยและรถพยาบาลมาถึง ส่วนจิรวรรณนั้นยังมีลมหายใจอยู่ หญิงสาวอาการหนักมาก ทั้งยังไม่รู้สึกตัวเลยกระทั่งถึงโรงพยาบาล

“นี่”

เสียงหนึ่งเรียกจากด้านหลัง ทว่าเมื่อหันไปมองกลับพบว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง

จิรวรรณขมวดคิ้วเมื่อใบหน้าของเด็กคนนั้นเหมือนกับตนอย่างกับคนคนเดียวกัน เพียงแต่ดูแล้วเด็กสาวคนนั้นน่าจะอายุน้อยกว่าตนหลายปี “เธอเป็นใคร” จิรวรรณโน้มตัวลงมาถามคนตัวเล็กกว่า

“ข้าหรือ ข้าชื่อไป๋อวี้หลัน” เด็กสาวตอบ ไป๋อวี้หลันก็ชื่อจีนของเธอเองนี่นา เด็กคนนี้กำลังเล่นตลกอะไรกัน

“ไปสิ ไปทางนั้นน่ะ”

“ไปไหนฉันกำลังจะไปที่วัดนี่” จิรวรรณเอ่ยถามแต่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ตอนนี้ไปที่วัดไม่ได้แล้วละ” เด็กสาวคนนั้นยิ้มให้ “ไปทางนั้นดีกว่า อย่าไปที่วัดเลยนะ”

“ทำไมละ”

“เชื่อข้า อย่าไปทางนั้นเลย มาทางนี้เถอะ”

เด็กสาวที่ชื่อไป๋อวี้หลันยื่นมือออกมา จับจูงมือของหญิงสาวให้ออกเดินไปตามทางที่ชี้บอก จิรวรรณไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมตนถึงได้อาลัยอาวรณ์ฝั่งตรงข้ามนัก

อัญชลียืนอยู่หน้าเตียงคนเจ็บในโรงพยาบาล ด้วยใบหน้าอิดโรย นางเพิ่งจะบินมาถึงปักกิ่งเมื่อเช้า และตรงมายังโรงพยาบาลปักกิ่งทันทีที่ลงเครื่อง

หลังจากที่ได้ข่าวอุบัติเหตุของบุตรสาวเมื่อสองวันก่อน ก็ไม่เป็นอันกินอันนอนเลย เพราะความเป็นห่วง เสียงกรีดร้องของบุตรสาวยังคงกึกก้องอยู่ในหัวคนเป็นแม่ จนทำให้รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี

ภาพร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายระโยงระยางทั้งเลือดและน้ำเกลือทำให้รู้สึกใจหาย หมอบอกว่าจิรวรรณพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเท่านั้น

“ลูกวรรณแม่มาแล้ว ตื่นสิลูก นอนขี้เซาอีกแล้วนะ ต้องให้แม่มาปลุกทุกทีเลย ตื่นได้แล้วจ้ะลูกรัก”

อัญชลีลูบไล้ใบหน้าบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาอาบแก้มสองข้างไม่หยุด

“โอ้ย” จิรวรรณลุกขึ้นนั่งอย่างลำบากยากเย็น รู้สึกมึนงงทั้งยังเจ็บไปทั้งตัว ดวงตากะพริบตาปริบๆ แล้วหันมองซ้ายขวา “คราวนี้อะไรอีกละ” เอ่ยเสียงดังเมื่อพบว่าตนนั่งอยู่กลางป่าอีกแล้ว

“ไป๋อวี้หลัน” มองหาเด็กสาวที่จูงมือตนเดินมาเมื่อครู่ ทว่ารอบกายกลับไม่มีใครสักคน

เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิงดังแว่วมา จิรวรรณพยายามเงี่ยหูฟัง ทั้งยังเดินเข้าไปยังทิศทางของเสียง ยิ่งเดินไปเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งยังมีเสียงของผู้ชายแว่วมา ดังนั้นจึงยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

ไม่นานก็พบร่างสูงใหญ่ของบุรุษคร่อมอยู่บนร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียง หญิงสาวไม่รอช้าคว้าท่อนไม้อันใหญ่ที่วางระเกะระกะอยู่ไม่ไกลจากเท้า แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปด้านหลังไม่ให้เขารู้ตัว ก่อนจะฟาดลงไปเต็มแรง

เขาชะงักก่อนที่ร่างทั้งร่างที่แน่นิ่งไปจะทับลงบนตัวหญิงสาวอีกคน ซึ่งบัดนี้กำลังอ้าปากค้างมองมายังคนที่ถือท่อนไม้อยู่

“อวี้เอ๋อ” ไป๋ซู่ซินรีบลุกขึ้นมาอย่างเสียขวัญ ก่อนจะพุ่งเข้ามากอดร่างเล็กกว่าเอาไว้ จิรวรรณขมวดคิ้วเมื่อพบว่าหญิงสาวนางนั้นสูงกว่าตนเกือบช่วงศีรษะ

“เจ้าไม่เป็นอะไร ข้าขอโทษด้วย ข้าไม่คิดว่าเขาจะหลอกเราออกมา เขาเพียงบอกว่าอยากพบข้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ข้าจะเดินทางไปเมืองหลวง ข้านึกว่าเจ้าจะตายไปเสียแล้ว เขา เขาบีบคอเจ้า”

หญิงสาวนางนั้นยังพูดไม่หยุด ทั้งยังมองสำรวจจิรวรรณตั้งแต่หัวจรดเท้า

“คุณเป็นใคร”

“อวี้เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ” เมื่อเห็นท่าทีของเด็กสาวตรงหน้า ไป๋ซู่ซินก็ชะงัก

ใบหน้างงงวยและดวงตาสับสนของอีกฝ่าย คล้ายมองมายังคนไม่รู้จัก ยิ่งทำให้ไป๋ซู่ซินใจเสีย “อวี้เอ๋อนี่ข้าไง พี่ซินเอ๋อของเจ้า” ไป๋ซู่ซินมองใบหน้าน้อยๆ ที่ขมวดคิ้วนั้นแล้วใจหาย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงร้องออกมาเบาๆ ด้วยความเจ็บก็ทำให้ทั้งสองสะดุ้ง

“ขะ เขาฟื้นแล้ว เราต้องรีบหนี หาไม่แล้วเขาอาจจะทำร้ายเราอีก” ไป๋ซู่ซินกลัวลนลาน

หญิงสาวกลอกตาก่อนจะคว้าท่อนไม้ท่อนเดิมขึ้นมา …ฟาดซ้ำลงไปอีกรอบ ไม่ได้ใจร้ายนะแต่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วมั่นใจว่าเขาต้องเป็นคนไม่ดีแน่ ดังนั้นครั้งนี้จึงลงแรงหนักกว่าเดิม

“จะ…เจ้า” ไป๋ซู่ซินอ้าปากค้าง

“เขาไม่ตายหรอกน่า” เอ่ยจบก็ทิ้งไม้ท่อนนั้นไป ตอนนั้นเองจึงสังเกตว่ามือของตัวเองออกจะเล็กกว่าปกติ เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ชุดที่เคยใส่

เมื่อพลิกฝ่ามือขึ้น ไฝสีแดงเม็ดใหญ่ตรงข้างนิ้วก้อยก็ยังคงเด่นชัด แต่กลับไม่มีแผลเป็นที่ข้อมือให้เห็น แผลเป็นที่ได้มาจากการเล่นซนตอนอายุสิบห้า “อะไรกัน”

“อวี้เอ๋อเราไปจากตรงนี้กันก่อนเถิดนะ หากเขาฟื้นขึ้นมาอีกคงแย่”

“อ้อ ได้”

“นั่นเจ้าจะไปไหน”

“อ้าว ก็เธอบอกว่าจะไปจากตรงนี้ไงละ”

“พี่หมายถึงกลับบ้านน่ะ บ้านเราอยู่ทางนี้” ไป๋ซู่ซินชี้ไปยังทิศทางตรงข้าม
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel