บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.5

ลมหอบหนึ่งวูบเข้ามาร่างเล็กก็ถูกยกลอยขึ้นจากพื้น ทั้งที่เพิ่งจะก้าวเท้าออกไป เมื่อก้มลงมองรอบเอวคอด ก็พบสองมือแกร่งของบุรุษสวมหน้ากาก กำลังกอดรัดอยู่จากทางด้านหลัง “ปล่อยนะ!!”

จิรวรรณหวีดร้อง มือสองข้างพยายามแงะท่อนแขนนั้น ส่วนขาทั้งสองข้างก็เหวี่ยงไปมาเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลก็โขกศีรษะไปด้านหลังอย่างแรง จนกระแทกเข้ากับปลายคางของเขา

“บ้าจริง” เสวียนหมิงสบถออกมาเบาๆ เขากำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางไปเมืองเลี่ยอู่ ในตอนที่เขากำลังหยุดพักค้างแรมและคิดจะมาอาบน้ำที่ลำธารนั้น หญิงสาวผู้นี้ก็ปรากฏขึ้นเป็นครั้งที่สอง

คราแรกเขาคิดว่านางเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่านางไม่ใช่ภาพลวงตา ภูตผี หรือวิญญาณ ในเมื่อเขาสามารถแตะต้องตัวนางได้

“หยุดดิ้นได้แล้ว” เสวียนหมิงสบถ

แต่มีหรือที่หญิงสาวจะยอมเชื่อฟัง มือข้างที่ไม่ได้ถือกำไลป่ายปัดมาด้านหลัง ดึงทึ้งบางอย่างติดมือมาด้วย และรู้สึกได้ว่าร่างสูงของเขาชะงักไปเล็กน้อย ทั้งยังปล่อยแขนที่รัดร่างนางเอาไว้

จิรวรรณก้าวออกมาให้ห่างจากตัวเขาเล็กน้อย อารามตกใจและสติแตก ทำให้หลักล้มลงไปกองกับพื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองเขาคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น บางอย่างที่ดึงติดมือมาทำให้คนทั้งสองมองกันและกันอย่างตกตะลึง

หน้ากากสีดำวาววับของเขา ตอนนี้มันมาอยู่ในมือของหญิงสาวเสียแล้ว…

“คืนมันให้ข้า” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เขาหันหลังให้กับแสงจันทร์ที่มีเพียงน้อยนิด

จิรวรรณมองไม่เห็นใบหน้าของเขา เงาร่างของเขาที่กำลังก้าวเข้ามา ดูน่ากลัวยิ่งกระทั่งทำให้หญิงสาวตัวสั่นเทา ยิ่งเงาร่างของเขาก้าวเข้ามาใกล้ แรงกดดันก็ยิ่งเพิ่มพูน

หญิงสาวตัดสินใจขว้างหน้ากากนั้นคืนให้เขา พร้อมกับลุกขึ้นตั้งใจจะวิ่งหนีเขาไปให้ไกลที่สุด ทว่าก้าวไปได้เพียงก้าวเดียวก็ล้มลงไปอีก

ทั้งที่หลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมกับรับความเจ็บ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกที กลับพบว่าตัวเองล้มตัวลงไปบนพื้นห้องนอนที่มีพรมหนานุ่มรองรับ “อะไรกันเนี่ย นี่มันอะไรกัน”

จิรวรรณโยนกำไลในมือทิ้งไป มันกลิ้งไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง หญิงสาวมองมันอย่างหวาดๆ ก่อนจะงอเข่าขึ้นแล้วนั่งซบหน้าลงกอดตัวเองนิ่ง หากจะบอกว่าตนคิดไปเอง แต่สัมผัสจากท่อนแขนแข็งแรงของบุรุษแปลกหน้าก็ชัดเจนเหลือเกิน แม้ว่าครั้งนี้จะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัด ทว่าหน้ากากอันนั้นก็ทำให้จิรวรรณมั่นใจว่า เขาคือบุรุษบนหลังม้าคนนั้น

ทางด้านเสวียนหมิง เขามองหน้ากากในมือนิ่งอย่างใช้ความคิด ร่างของหญิงสาวหายวับไปกับตา ทำให้เขาจ้องเขม็งไปยังบริเวณที่นางเคยยืนอยู่

เขามั่นใจว่านางมิใช่ภูตผีหรือวิญญาณ เพราะสัมผัสจากผิวกายของนางยังคงติดอยู่ที่มือเขา ทว่าเขากลับอธิบายไม่ได้ว่าทำไมนางจึงสามารถล่องหนหายตัวไปเช่นนี้

ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางตกใจเลย เขาเพียงอยากจะถามให้แน่ชัดเท่านั้น ว่านางเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ เหตุใดจึงมีเพียงเขาที่มองเห็นนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะตกใจกลัวหน้ากากของเขา จึงได้ตั้งท่าจะวิ่งหนีอย่างเดียว

เมื่อก้มลงมองหน้ากากในมือ อยู่ๆ บทสนทนาระหว่างเขากับอาหญิงกลับผุดขึ้นมาในความทรงจำ

‘วันหน้าหากมีหญิงสาวคนไหนเปิดหน้ากากเจ้าได้ เจ้าก็จับนางขึ้นเกี้ยวเข้าวังเมฆาอัคคีเสียเลย หากวันนั้นมาถึงเจ้าอย่าลืมส่งข่าวมาให้ข้ารู้ด้วยล่ะ ข้าจะมาดูหน้านางสักหน่อย’

นางเอ่ยกับเขาทีเล่นทีจริงทั้งยังหัวเราะอย่างเห็นขำ ทว่านางกลับไม่รู้ว่าเขาเองก็คิดจะทำตามอยู่เหมือนกัน เพราะเขามั่นใจว่าเมื่อใดที่เขาสวมหน้ากาก นอกเหนือจากตัวเขาไม่มีใครมีความสามารถแตะต้องหน้ากากบนใบหน้าของเขาได้

เขาไม่เชื่อว่าโลกนี้จะมีหญิงสาวคนใดทำได้จนกระทั่งเมื่อครู่ “เจ้าเป็นใครกัน”

เสวียนหมิงพึมพำกับตัวเอง ทั้งยังคิดในใจอย่างมาดมั่นว่าหากนางกล้าปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกเป็นครั้งที่สาม เขาจะไม่มีทางปล่อยนางให้หลุดมือไปได้อีกครั้ง

หลังจากไม่ได้นอนเลยทั้งคืนหญิงสาวตัดสินใจห่อกำไลทั้งสองอันนั้นด้วยผ้าเช็ดหน้า ตั้งใจจะไปหาหลวงจีนที่วัด เพราะมั่นใจแล้วว่าตัวเองน่าจะโดนอาถรรพ์บางอย่างเล่นงานเข้าให้แล้ว

“แม่คะ” จิรวรรณกรอกเสียงไปตามสายอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่กดโทรศัพท์ไปหามารดาที่อยู่เมืองไทยแล้วมีคนรับสาย

“เป็นยังไงบ้างลูก เมื่อวานไม่เห็นโทรหาแม่เลย”

“หนูไปงานประมูลค่ะ กว่าจะกลับก็ดึกมากแล้ว หนูเจอเรื่องประหลาดๆ ด้วยนะคะ”

“ประหลาดยังไงเหรอลูก”

“หนูเจอกำไลหยกสองอันค่ะ จากนั้นก็มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นสองครั้ง หนูเหมือนเห็นภาพหลอนค่ะ ภาพหลอนของผู้ชายสวมหน้ากาก”

“นอนมากไปหรือเปล่าเราน่ะ”

“เปล่านะคะ หนูเจอแบบอยู่ๆ ก็โผล่มา แล้วก็หายไป แถมภาพรอบๆ ตัวยังเปลี่ยนไปหมด ทั้งที่อยู่ในห้องนอนแต่กลับเห็นภาพป่าทึบ อ้อมีลำธารด้วยนะคะ”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วนะเรา ดูหนังมากไปละสิ”

“เปล่านะคะแม่ หนูยังคิดเลยว่าโดนผีหลอกหรือเปล่า เลยจะไปที่วัดให้หลวงจีนดูกำไลนี่สักหน่อย”

“ไปวัดหรือ”

“ค่ะ เมื่อคืนไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่จับไข้” เอ่ยทีเล่นทีจริง ทว่าเอ่ยไม่ทันจบเสียงเบรกรถก็ดังลั่น พร้อมกับเสียงกรีดร้อง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel