บท
ตั้งค่า

บทที่ ๘ ขายสมุนไพร

หลี่ไป๋ถิงใช้วิชาตัวเบาเร้นเงาในลม เคลื่อนไหวอย่างเงียบงันออกจากใจกลางป่า ลมเย็นพัดปะทะใบหน้า แต่นางกลับรู้สึกอบอุ่นจากภายใน หัวใจยังเต้นแรงด้วยแรงสั่นสะเทือนจากศึกเมื่อครู่ แต่ก็เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน หลี่ไป๋ถิงเปิดประตูเข้าบ้านอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับตะกร้าใบเดิมที่เต็มไปด้วยสมุนไพรหายากและสัตว์อสูรที่เก็บรักษาไว้อย่างดีในมิติสวรรค์

หลี่ซ่างหยวนรีบวิ่งเข้ามารับตะกร้า สีหน้าตื่นเต้นทันทีที่เห็นของที่พี่สาวหอบกลับมา โดยเฉพาะสัตว์อสูรทั้งสองตัวที่จู่ ๆ โผล่ออกมากลางอากาศ

“พี่หญิง! นี่ท่านหาได้ทั้งหมดนี่เลยหรือ!? กระชายวิญญาณทอง! รากเสวี่ยอิน! แล้ว...นี่มัน?!” หลี่ซ่างหยวนถึงกับพูดไม่ออกด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นสัตว์อสูรอย่างหมาป่าขนดำสามหาง

หลี่ไป๋ถิงยิ้มบาง “เป็นหมาป่าขนดำสามหาง กับงูเกล็ดคราม เอาไปต้มทำน้ำแกงบำรุงร่างกาย อาหยวนจะทำให้พี่หญิงคนนี้ได้ไหม?”

“ได้! ได้แน่นอนขอรับ! แต่ว่านะพี่หญิง ท่านถึงกับกล้าเข้าไปล่าสัตว์อสูรขั้นกลางแล้วหรือ?”

หลี่ซ่างกวนที่นั่งเงียบอยู่ก็ลืมตาขึ้นช้า ๆ จ้องมองพี่สาวอย่างนิ่งงัน แววตานั้นซับซ้อนนัก คล้ายจะภาคภูมิ คล้ายจะห่วงใย เกรงว่าครั้งหน้าเขาคงต้องไปกับพี่หญิงเสียแล้ว

หลี่ไป๋ถิงแค่ยิ้มและยกมือแตะหัวน้องชายทั้งสองเบา ๆ “ต่อจากนี้ พี่จะทำให้ทุกมื้อของพวกเราอิ่มท้อง และทุกคืนจะต้องนอนหลับอย่างปลอดภัย” เพราะพี่สาวคนนี้ตั้งใจจะสร้างบ้านใหม่ขึ้นมา และเอาเงินจากการขายสมุนไพรนี่ล่ะมาสร้าง

รุ่งอรุณที่แสงทองอาบขอบฟ้า เงาไม้ยามเช้ายังทอดยาวบนเส้นทางลูกรังที่นำออกจากหมู่บ้าน หลี่ไป๋ถิงแต่งตัวเรียบร้อยด้วยชุดผ้าฝ้ายสีขาวปักลายใบไม้จาง ๆ พันเอวด้วยผ้าแถบเก่าแต่สะอาดเรียบร้อย ข้างหลังสะพายตะกร้าหวายที่ภายในบรรจุสมุนไพรล้ำค่าอย่างเป็นระเบียบ

ด้านข้างคือหลี่ซ่างกวนและหลี่ซ่างหยวน สองพี่น้องที่แม้จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่า แต่วันนี้กลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพราะถูกซักสะอาดจนหอมแดด ร่างสูงของหลี่ซ่างกวนเดินนิ่ง ๆ อยู่ด้านขวา ส่วนน้องชายคนเล็กเดินขนาบซ้าย พูดคุยจ้อไม่หยุด

“พี่หญิง วันนี้เราจะได้กินเซาปิ่งจริงหรือขอรับ?” หลี่ซ่างหยวนถามเสียงตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย แม้ว่าในตอนนี้ตัวเขาจะอายุ 14 ปี แล้วก็ตาม

“แน่นอนสิ อาหยวน พี่เองก็อยากกินถังหูลู่ด้วยนะ รสชาติของมัน หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ คงทำช่วยให้พี่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ไม่น้อยเลย” หลี่ไป๋ถิงหันมายิ้มอย่างอารมณ์ดี

“และพี่เองจะขอน้ำตาลปั้นรูปกระต่ายอีกไม้ด้วยนะ” นางพูดพลางหัวเราะเบา ๆ มือยังคงจับตะกร้าหวายแน่นไม่ให้โยกเยก

หลี่ซ่างกวนหรี่ตามองสองพี่น้องพูดคุยกันไปมา แววตานิ่ง ๆ ก่อนเบนสายตามองออกไปข้างทาง เขามีรอยยิ้มจาง ๆ ซ่อนอยู่ มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเข้าสู่ประตูเมือง เสียงชีวิตในตลาดเช้าก็เริ่มครึกครื้นขึ้นทุกขณะ กลิ่นอาหารหลากชนิดลอยฟุ้ง เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องขายสินค้า ขบวนเกวียนลำเลียงข้าวสาร พืชผักเดินผ่านเป็นระยะ บรรยากาศคึกคักจนแม้แต่หลี่ซ่างกวนยังต้องหรี่ตาเพ่งมองผู้คน

“พี่หญิง ร้านเถ้าแก่กวนอยู่นั่น!” หลี่ซ่างหยวนชี้ไปยังร้านเรือนเตี้ยที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน ด้านหน้ามีป้ายไม้เขียนด้วยพู่กันว่า “ร้านสมุนไพรกวนเซิ่ง”

หลี่ไป๋ถิงพยักหน้า แล้วทั้งสามก็เดินตรงเข้าไปในร้านทันที กลิ่นของรากแห้ง ใบไม้แปรรูป และโอสถบดละเอียดอบอวลอยู่ภายใน เถ้าแก่กวนเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้ามันเยิ้มแต่ดวงตาคมจัด

เขาเหลือบมองพวกเขา ก่อนจะอ้าปากจะทักทายอย่างทุกครั้งที่เคยทำมา แต่พอสายตาเหลือบเห็นสมุนไพรที่หลี่ไป๋ถิงหยิบออกจากตะกร้า ดวงตาเขาก็เบิกกว้างทันที

“กระชายวิญญาณทอง! ข้าไม่ได้เห็นเจ้าสมุนไพรนี่มาเกือบสิบปีแล้วนะ นี่เจ้าได้มาจากที่ใดกัน?”

หลี่ไป๋ถิงยิ้มบาง ๆ “บังเอิญไปเจอในป่าน่ะเจ้าค่ะเถ้าแก่ ส่วนรากเสวี่ยอินนี่พอจะรับไว้หรือไม่?”

เถ้าแก่กวนเดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น หยิบรากเสวี่ยอินขึ้นพลิกดูอย่างชำนาญ “เนื้อแน่น กลิ่นเย็นจัด ลายรากชัด ของจริงชั้นดี!”

เขายิ้มออกทันที “ถ้าอย่างนั้น สมุนไพรทั้งหมดนี้ ข้าขอเหมาหมด! ข้าจะให้เจ้าห้าสิบตำลึง!”

หลี่ไป๋ถิงเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะได้ราคาดีขนาดนี้ “ตกลงเจ้าค่ะ”

หลังจากการซื้อขายเสร็จสิ้น เงินห้าสิบตำลึงถูกใส่ถุงผ้าอย่างดีแล้วมอบให้กับหลี่ไป๋ถิง นางแบ่งใส่ถุงเล็กสำหรับน้องชายคนละถุง ส่วนที่เหลือมัดไว้แน่นหนาแล้วเก็บเข้าชุดคลุมด้านใน

“ไป! ซื้อเสื้อผ้าก่อนเลย!” นางเอ่ยอย่างสดใส ในหัวก็ครุ่นคิดว่าจะนำสมุนไพรต้นไหนออกมาขายดี

จากนั้นพวกเขาสามพี่น้องเดินไปยังร้านตัดผ้าขนาดกลางในตลาด เสื้อผ้าถูกจัดเรียงเป็นระเบียบ มีทั้งชุดผ้าฝ้ายสำหรับงานหนัก และชุดปักลายสวยงามสำหรับวันพิเศษ หลี่ไป๋ถิงกลับเลือกให้ช่างตัดเสื้อช่วยวัดตัวน้องชาย แล้วเลือกให้คนละสองชุด เสื้อหนาไว้ใช้หน้าหนาว และเสื้อผ้าเรียบสำหรับใช้ในประจำวัน

ต่อจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังร้านขายเครื่องใช้ในบ้านผ้าห่มผืนนุ่ม หมอนใบใหม่ กล่องใส่สมุนไพร ข้าวสาร น้ำมัน เกลือ น้ำตาล ทุกอย่างค่อย ๆ เพิ่มพูนในตะกร้าที่สองที่หลี่ซ่างหยวนต้องแบกไว้

แต่ถึงอย่างนั้น เด็กหนุ่มกลับยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ “นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้ซื้อของเยอะขนาดนี้!”

“เราจะมีบ้านที่เต็มไปด้วยของที่เราชอบ” หลี่ไป๋ถิงตอบเสียงแผ่ว “และวันหนึ่ง ครอบครัวของเราจะต้องกลับมาอยู่ด้วยกันครบทุกคน”

แม้ประโยคนั้นจะไม่เอ่ยชื่อ “บิดา” และ “มารดา” ออกมาตรง ๆ แต่ดวงตาของทั้งหลี่ซ่างหยวนและหลี่ซ่างกวนก็สั่นไหวเล็กน้อย พวกเขาไม่พูด แต่ความตั้งใจชัดเจนในแววตา

สักวันหนึ่งพวกเขาจะต้องได้พบกันอีกครั้ง

ระหว่างเดินกลับบ้าน ทางผ่านยังคงคึกคัก หลี่ไป๋ถิงหยุดแวะร้านขายขนมเจ้าประจำที่เคยอุดหนุนในอดีต

“หนึ่งถังหูลู่ สามไม้ค่ะ เซาปิ่งสองชิ้น แล้วก็ขนมดอกกุ้ยสามชิ้นเจ้าค่ะ”

หญิงชราที่ขายขนมส่งให้ด้วยรอยยิ้ม “รับไปเลย แม่หนูคนงาม ไว้ครั้งหน้ามาซื้อแบบนี้อีกนะ ป้าจะลดให้!”

“ขอบคุณท่านป้า” ร่างบางยิ้มละมุน

หลี่ซ่างหยวนแอบหัวเราะ เอ่ยเย้าพี่สาว “พี่หญิง ขนาดท่านป้ายังหลงท่านเลยนะ”

หลี่ไป๋ถิงเอานิ้วดีดหน้าผากเขาเบา ๆ “ปากดีนัก เดี๋ยวพี่ไม่แบ่งให้กินเลยนี่!”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน แสงแดดอบอุ่นลูบไล้ผ่านยอดไม้ กลิ่นหอมของขนมลอยอยู่ในอากาศ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความสุขของพวกเขา

เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านยามสาย กล่องสัมภาระสองสามกล่องที่แบกมาจนไหล่ล้า กลับไม่ได้ทำให้ทั้งสามพี่น้องรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย หากแต่ทุกคนต่างรู้สึกพึงใจอย่างประหลาด ราวกับได้เติมเต็มบางสิ่งที่ขาดหายไปมานานแสนนาน

หลี่ไป๋ถิงเป็นคนเปิดประตูเข้าเรือนก่อน มืออีกข้างหอบถุงขนมหลายชนิด ทั้งถังหูลู่ที่หวานชุ่มแวววาวเงางามเย้ายวนใจ และเซาปิ่งแป้งบางกรอบหอมฟุ้ง ส่วนหลี่ซ่างหยวนก็รีบเดินเข้าไปเก็บสัมภาระทั้งผ้าห่ม หมอน ข้าวสาร และเครื่องปรุงต่าง ๆ ลงอย่างเป็นระเบียบ

“พี่หญิง ข้าวสารที่ซื้อมาเราน่าจะพอกินได้เป็นเดือนเลยนะ!” เด็กหนุ่มว่าพลางเปิดถุงสำรวจอย่างตื่นเต้น

“แต่ต้องหุงอย่างประหยัดด้วยนะ ไม่ใช่เจ้าเอาไปหุงซะเต็มหม้อแบบเมื่อก่อน” หลี่ไป๋ถิงแกล้งขมวดคิ้ว ทำเอาน้องชายรีบเกาหัวแกรก ๆ

“ขอรับ ๆ คราวนี้อาหยวนจะหุงแค่พอกินพอดีจริง ๆ!”

หลี่ซ่างกวนเดินเข้ามาเงียบ ๆ แต่กลับถือถุงเสื้อผ้าใหม่ไว้ในมือ สีหน้าแม้เรียบเฉย แต่หลี่ไป๋ถิงก็มองออกจากแววตาว่าเขากำลังซาบซึ้งไม่น้อย พี่สาวจึงเดินไปหยุดตรงหน้า แล้วส่งยิ้มอบอุ่น

“อากวน ใส่แล้วพอดีตัวไหม?”

เขาพยักหน้าเบา ๆ “พอดี อบอุ่นด้วย”

“ดีแล้ว” นางแตะแขนเขาเบา ๆ “ต่อไปจะได้ไม่ต้องใส่เสื้อตัวเดิมจนปะชุ่นหลายรอบอีก”

ขณะที่หลี่ซ่างหยวนกำลังจัดของ หลี่ไป๋ถิงก็เข้าไปในครัวเรือนเล็ก เริ่มต้มน้ำ ล้างถ้วยเตรียมจัดขนม พริบตาเดียว กลิ่นหอมของถังหูลู่เริ่มฟุ้งไปทั่วบ้าน เซาปิ่งกรอบถูกตัดแบ่งวางบนจานไม้ และขนมดอกกุ้ยที่ซื้อมาจากป้าคนขายถูกเรียงอย่างตั้งใจบนจานเล็ก

“มากินขนมกันก่อนเถอะ แล้วค่อยจัดของต่อ”

ทั้งสามพี่น้องนั่งล้อมวงบนพื้นกระดานไม้ หน้าบ้านที่แดดยามสายส่องอ่อน ๆ ลมพัดโชยช้า ๆ ช่วยให้บรรยากาศเย็นสบาย ท่ามกลางเสียงนกร้องและกลิ่นขนมหวานอ่อน ๆ

หลี่ซ่างหยวนกัดขนมแล้วตาโตทันที “อร่อยมากเลยพี่หญิง! หวานนิด ๆ หอมดอกกุ้ยด้วย!”

“ข้าชอบถังหูลู่” หลี่ซ่างกวนเอ่ยเบา ๆ ขณะถือไม้ลูกอมไว้ในมือ มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ อย่างหาดูได้ยาก

หลี่ไป๋ถิงหัวเราะเบา ๆ “ดีแล้ว พี่จะได้รู้ว่าคราวหน้า ควรซื้ออะไรมาฝาก”

อากาศอบอุ่นรอบตัวราวโอบล้อมทั้งสามไว้ ภาพของเด็กหนุ่มสาวทั้งสามคนนั่งหัวเราะ กินขนม ท่ามกลางแสงแดดและลมเบา เป็นภาพธรรมดาแต่แสนล้ำค่าสำหรับผู้ที่เคยผ่านคืนหนาวและท้องหิวมาโดยตลอด

แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง...

เบื้องลึกในเงาป่าอันไกลโพ้น สัตว์อสูรตัวหนึ่งย่ำพื้นอย่างช้า ๆ ดวงตาสีม่วงแดงส่องประกายเย็นเยียบ ลำตัวบาดเจ็บเล็กน้อยจากการปะทะกับอสูรอื่น มันสูดอากาศเงียบ ๆ ก่อนหันหัวไปอีกทิศ ดวงตาสะท้อนภาพเงาของหญิงสาวคนหนึ่งผู้ที่มันเคยสัมผัสปราณมาก่อน

“กลิ่นนี้อีกแล้ว”

ไม่ไกลกันนัก ภายใต้หน้าผาเร้นลับ ชายผู้หนึ่งในชุดคลุมดำยืนมองออกไปยังเส้นขอบฟ้าของเมืองเล็ก ดวงตาเฉียบคม ริมฝีปากขยับพึมพำ

“ปราณโอสถชั้นดีในสัตว์อสูรระดับกลาง ในเมืองบ้านนอกเช่นนี้?” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือเบา ๆ

“น่าสนใจดีนี่ ควรส่งคนไปตรวจสอบเสียหน่อย”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel