บท
ตั้งค่า

บทที่ ๕ มื้อนี้อร่อยที่สุด

หลังจากที่หายตกใจกับรูปโฉมของเหล่าน้องชายทั้งสองแล้ว จู่ ๆ ก็รู้สึกฮึกเหิมยิ่งกว่าเปลวเพลิงเสียอีก จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรล่ะ ก็ดูสิ! แต่ละคนนั้นยิ่งกว่าหล่อเหลายิ่งกว่าเทพเซียนเสียอีก ไหนจะนิสัยรักพี่สาวยิ่งชีพ ฮึ่ม! เจี่ยเจียล่ะปลื้ม

ดูอย่างหลี่ซ่างกวนน้องชายคนรอง หากไม่รู้ว่าอายุ 15 ปี นางยังคิดว่าเขาเป็นชายหนุ่มอายุ 18 ปีแล้ว ใครจะไปคิดว่าน้องชายคนนี้จะมีรูปร่างสูงใหญ่ บ่ากว้าง สัดส่วนสมส่วนเปี่ยมไปด้วยพลังและความสง่างาม ผิวขาวแฝงความเยือกเย็นราวหิมะ แม้ว่าจะติดเหลืองซีดไปบ้างจากการกินอารหารไม่ครบห้าหมู่ หน้าตาคมคายไร้ที่ติ คิวเข้มดั่งพู่กันจีนเรียวยาวรับกับดวงตาทรงหงส์สีดำลึกล้ำ ที่แฝงความลึกลับและเย็นชาอยู่เสมอ จมูกโด่งคมชัด ริมฝีปากบางเฉียบมักจะเม้มแน่น ไม่เผยความรู้สึกออกมาโดยง่าย ทุกท่วงท่า ทุกอย่างก้าวล้วนแฝงไปด้วยความมั่นคงและสุขุม ทำให้ผู้คนยากจะเข้าใกล้

ในสายตาของคนนอก หลี่ซ่างกวนเป็นเด็กหนุ่มที่นิ่งขรึม เย็นชา และพูดน้อย ราวกับน้ำแข็งที่ยากจะพังทลาย คำพูดของเขานั้นสั้น กระชับ และเฉียบคมจนบางครั้งก็ชวนให้ผู้ฟังสะท้านใจ แต่ในความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยสติและการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม... เมื่อใดที่เขาอยู่ต่อหน้าพี่สาวและน้องชาย สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความเย็นชาจางหายราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหลือเพียงแววตาอบอุ่นอ่อนโยนที่มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่จะได้รับมัน รอยยิ้มบางเบาและแววตาห่วงใยจะเผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง ความรักที่มีต่อพี่สาวและน้องชายนั้นมั่นคง ลึกซึ้ง และไม่มีข้อแม้ ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากเพียงใด ครอบครัวของเขายังคงเป็นศูนย์กลางของหัวใจเสมอ

ความอ่อนโยนของหลี่ซ่างกวนนั้น แม้แต่ลุงใหญ่กับญาติผู้พี่ยังมิเคยได้สัมผัสมัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะดีกับตนเองและครอบครัว ทว่าเขากลับมิได้เย็นชาจนเกินไป เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็แอบช่วยเหลือมาตลอด

ส่วนน้องชายคนเล็กอย่างหลี่ซ่างหยวนนั้น เป็นเด็กหนุ่มรูปงามผู้เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ต่างจากพี่ชายอย่างสิ้นเชิง รูปร่างสูงโปร่งแต่ไม่ได้ใหญ่โตนัก กล้ามเนื้อพอเหมาะสมกับช่วงวัย ผิวขาวซีดติดเหลืองไปบ้าง แต่ก็ดูสุขภาพดีอยู่บ้าง ใบหน้าของหลี่ซ่างหยวนนั้นเรียวยาวได้รูป ดวงตากลมโตเปล่งประกายด้วยความใสซื่อและมีชีวิตชีวา คิ้วเรียวชัดเจนรับกับดวงตาได้อย่างลงตัว จมูกเล็กแต่โด่งสวย ริมฝีปากอิ่มนุ่มที่มักประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ

เสน่ห์ของหลี่ซ่างหยวนไม่ได้อยู่ที่ความหล่อเหลาเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากภายใน เขาเป็นคนอ่อนโยน ใจดี และมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ พูดจานุ่มนวล มีมารยาทและให้เกียรติผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ชอบความขัดแย้ง และมักจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในทุกสถานการณ์

เด็กหนุ่มมีหัวใจที่อ่อนไหว เข้าอดเข้าใจผู้อื่นได้ดีจนบางครั้งถูกมองว่าอ่อนแอ ทว่าในความอ่อนแอนั้นแฝงด้วยความเข้มแข็งทางจิตใจแบบเงียบ ๆ เขาพร้อมจะปกป้องคนที่เขารักด้วยความมุ่งมั่นแบบไม่คิดถอย ตัวเขายากลำบากทำงานเพียงใดก็ไม่ปริปากพูด มีเพียงรอยยิ้มแสนอ่อนโยนฉาบอยู่บนใบหน้าอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งในตอนที่ป้าสะใภ้กลั่นแกล้งพวกเขาสามพี่น้อง ทว่าเขากลับไม่เก็บมาใส่ใจให้มากความ เพราะเห็นแก่ลุงใหญ่และญาติผู้พี่ แต่หากว่าเมื่อใดที่ป้าสะใภ้ล้ำเส้นพวกเขาจนเกินไป เมื่อนั้นเขาและพี่ชายไม่คิดจะปล่อยผ่านอย่างที่ผ่านมาแน่นอน เพราะการที่เตะต้องพี่สาวของพวกเขานั้นคือฟางเส้นสุดท้าย

พอมองย้อนกลับมาดูตัวเอง หลี่ไป๋ถิงถึงกับทอดถอนใจอย่างท้อใจ ไยนางถึงได้ดูต่ำเตี้ยกว่าน้องชายทั้งสองคนขนาดนี้กัน แต่ให้อภัยได้นิดหน่อยตรงที่ว่า ต่อให้ร่างนี้ผอมซีดแค่ไหน หากแต่ความงดงามนั้นกลับไม่มัวหมองเลยสักนิด ใบหน้าเรียวได้รูปเป็นทรงไข่ คิ้วโก่งสวยราวคันศรรับกับดวงตากลมโตที่มักจะเปล่งประกายความซุกซนอย่างเป็นธรรมชาติ ถึงแม้ผิวพรรณจะซีดเซียวและรูปร่างผอมบาง แต่กลับแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและน่าเอ็นดู จนยากที่ใครจะละสายตาได้

ในช่วงก่อนที่ "ลูกจันทร์" จะเข้ามาอยู่ในร่างของนาง หลี่ไป๋ถิงเป็นหญิงสาวที่สดใสร่าเริง ช่างพูดช่างหัวเราะ มีนิสัยซุกซนคล้ายเด็กสาวที่ไม่เคยเติบโตเต็มที่นัก แม้จะเป็นคนจิตใจดีและรักครอบครัวอย่างสุดหัวใจ แต่กลับไม่ใช่คนที่มีความหนักแน่นหรือเด็ดเดี่ยวเท่าใดนัก แต่กระนั้นความสามารถด้านสมุนไพรของนางนั้นไม่ธรรมดา นางมีพรสวรรค์ในการรู้จักและใช้พืชรักษาโรคอย่างชำนาญ จนเป็นที่พึ่งพาของคนในบ้านมาโดยตลอด

กระทั่งวันที่ “ลูกจันทร์” วิญญาณจากอีกภพหนึ่ง เข้ามาสิงในร่างของนาง ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป…

บุคลิกที่เคยอ่อนแอหรือลังเลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความมั่นคง เด็ดขาด และกล้าหาญ หลี่ไป๋ถิงคนใหม่ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบหรือดูถูก ทั้งยังมีกำแพงที่แข็งแกร่งขึ้นรอบหัวใจ แต่ถึงจะเปลี่ยนไปเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนคือลูกจันทร์หรือหลี่ไป๋ถิงยังคงเป็นพี่สาวที่รักและหวงแหนน้องชายทั้งสองเหนือสิ่งอื่นใด หากมีผู้ใดคิดรังแกรังควานหลี่ซ่างกวนหรือหลี่ซ่างหยวน นางจะไม่ลังเลที่จะเผยเขี้ยวเล็บอันโหดเหี้ยมออกมาอย่างไม่ปรานี

แม้จะเปลี่ยนเป็นหญิงสาวผู้แข็งแกร่งและไม่ยอมถูกเหยียบย่ำอีกต่อไป แต่รอยยิ้มสดใส เสียงหัวเราะขี้เล่น และความรักอันอบอุ่นที่มอบให้กับครอบครัว ก็ยังคงอยู่… ไม่เคยจางหายไปจากหลี่ไป๋ถิงแม้แต่น้อย

ส่วนนางคือพี่สาวที่เหมือนสายลมอ่อนในยามสงบ และกลายเป็นพายุร้ายในยามจำเป็น อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ซุกซนแต่ไม่ไร้เดียงสา นี่แหละคือนิสัยที่แท้จริงของนางในตอนนี้ แม้ว่าจะเพิ่งเจอน้องชายทั้งสองเป็นครั้งแรก แต่พวกเขาคือน้องชายของนางตลอดไป

‘เด็กน้อย เจ้าไม่ต้องห่วงพวกเขาไป พี่สาวคนนี้จะดูแลพวกเขาเอง จากไปอย่างสงบเถอะนะ’

หลังจากสิ้นคำมั่นสัญญา สายลมอ่อนโชยพัดผ่านไปอย่างอบอุ่น ราวกับว่านางได้ปลดล็อกสิ่งที่ร่างเดิมหวงแหน และจากไปด้วยความเต็มใจ ร่างบางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก้าวเดินไปหาน้องชายทั้งสองอย่างมั่นคง ก่อนพูดขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

“อากวน อาหยวน พี่สาวกลับมาแล้ว” ร่างงามเผยยิ้มกว้างจนตาหยี

“พี่หญิง ท่านกลับมาแล้ว” หลี่ซ่างหยวนปล่อยไม้กวาดทิ้งลงพื้น รีบเดินเข้าไปหาพี่สาว แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เพราะนางหายไปเกือบหนึ่งวันเต็ม ๆ

“พี่หญิงเป็นอย่างไรบ้าง มิได้รับบาดเจ็บตรงที่ใดใช่หรือไม่?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนปนห่วงใยของพวกเขา ทำเอาหลี่ไป๋ถิงน้ำตารื้น

“ไม่เลย พี่สาวสบายดี ไม่ได้รับอันตรายเลย เห็นไหมพี่สาวยังแข็งแรงไร้รอยขีดข่วน” นางกล่าวก่อนจะหมุนตัวให้น้องชายทั้งสองดูว่า นางมิได้รับบาดเจ็บจริง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “พวกเจ้าดูสิ! พี่สาวได้อะไรมา หึหึหึ”

“นะ นี่มัน!” หลี่ซ่างหยวนถึงกับอึกอักพูดไม่เป็นคำ

“พี่หญิง ท่านล่ามันมาได้อย่างไร กระต่ายพวกนี้มิใช่ว่ามันรวดเร็วหรอกหรือ ไหนจะไก่ป่าพวกนี้อีก” เขาแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเลย นี่พี่สาวเขาเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ใช่! พี่สาวทำกับดักไว้น่ะ เคยเห็นพรานป่าคนอื่นเขาทำกัน ตอนที่พี่ขึ้นเขาไปหาสมุนไพรอยู่บ่อย ๆ” ร่างบางให้เหตุผลแก่ทั้งคู่

หลังจากนั้น

สามพี่น้องก็นั่งล้อมวงกันอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็ก กลางลานที่ลมเย็นพัดโชยอย่างแผ่วเบา เสียงหัวเราะเบา ๆ และบทสนทนาอันอบอุ่นดังเป็นระยะ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความสุขแท้จริง

หลังจากพูดคุยกันอย่างครึกครื้น หลี่ไป๋ถิงก็มอบหมายให้หลี่ซ่างหยวนนำไก่ป่าและกระต่ายที่จับได้มาจัดการให้เรียบร้อย

“อาหยวน เจ้าทำไก่ป่ากับกระต่ายตัวนี้ให้พี่สาวที เอาแบบตุ๋นเนื้อนุ่ม ๆ กับต้มให้หอม ๆ เลยนะ! ส่วนสมุนไพรที่จะใส่ทำอาหารพี่สาวเก็บมาเผื่อแล้ว เจ้าไปดูในตะกร้าสานได้เลย”

“รับทราบขอรับพี่หญิง!” หลี่ซ่างหยวนตอบรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะรีบจัดแจงเตรียมเครื่องครัวด้วยความคล่องแคล่ว แม้ว่าเครื่องครัวแทบจะไม่มีอะไรเลยก็ตาม

ส่วนกระต่ายกับไก่ป่าที่เหลือ หลี่ไป๋ถิงจัดการแยกไว้ โดยแบ่งกระต่ายอีกตัวกับไก่ป่าอีกสองตัวใส่ไว้ในคอกไก่หลังบ้าน คอกเล็ก ๆ ที่ครอบครัวเคยเลี้ยงสัตว์เล็กไว้ในอดีตยังคงใช้งานได้ดี

“อากวน ไก่ป่าตัวนี้เอาไปมอบให้บ้านใหญ่นะ ลุงใหญ่กับญาติผู้พี่จะได้มีเนื้อกิน ส่วนอีกคนนั้นถือเสียว่าทำทาน” หลี่ซ่างกวนพยักหน้าเข้าใจ ก่อนยกไก่ป่าตัวหนึ่งเดินออกไปอย่างว่าง่าย

ไม่นานนัก หลี่ซ่างกวนก็กลับมาจากบ้านใหญ่พร้อมกับเครื่องปรุงบางส่วนที่หลี่ไห่ถานยัดใส่มือมาให้ พอนึกถึงสิ่งที่พี่สาวล่ามาได้ ก็ถึงกับเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก่อนพูดเสียงเรียบแต่ฟังดูอบอุ่น

“ท่านเก่งมากเลยพี่หญิง”

“หึ! ก็ใช่น่ะสิ” หลี่ไป๋ถิงยิ้มพลางยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิ

“อากวน ไปล้างไม้ล้างมือแล้วมาช่วยอาหยวนหน่อยสิ พี่สาวจะขอตัวไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน”

“อืม” เขาพยักหน้ารับคำ ก่อนเดินไปเตรียมตัวพร้อมกับเครื่องปรุงในมือ โดยไม่ลืมเหลือบมองตามหลังพี่สาวที่เดินหายเข้าไปในเรือน

ตกเย็น

โต๊ะไม้เล็ก ๆ ถูกจัดวางไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าเรือน มื้อนี้บนโต๊ะมีทั้ง เนื้อกระต่ายตุ๋นกลิ่นหอมละมุน และ ต้มไก่ป่ารสกลมกล่อม ควันจากหม้อยังลอยอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นหอมของอาหารที่ทั้งสองหนุ่มร่วมมือกันทำชวนให้น้ำลายสอ

“อาหยวน เจ้าได้ใส่สมุนไพรที่พี่หญิงเก็บมาให้หรือเปล่าเนี่ย ทำไมมันหอมจังเลย อีกอย่างรสชาติก็ดีมาก ๆ ด้วย” หลี่ไป๋ถิงถามพลางตักเนื้อกระต่ายเข้าปาก แววตาเป็นประกาย

“แน่นอนสิขอรับ พี่หญิงไม่รู้หรือว่า ข้าเองก็ชอบเอาสมุนไพรพี่หญิงมาทำอาหารตลอด อีกอย่างพี่รองก็ได้เครื่องปรุงมาจากบ้านลุงใหญ่ด้วย เลยทำให้รสชาติอร่อยขึ้นกว่าเดิมอย่างไรละ!” เขาหัวเราะเบา ๆ

“เก่งมากน้องเล็ก” นางเอ่ยชม จนอีกฝ่ายฉีกยิ้มกว้าง

หลี่ซ่างกวนแม้จะเงียบขรึมเช่นเคย แต่ครั้งนี้มุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อย ขณะคีบเนื้อต้มขึ้นใส่จานตนเอง

“อร่อยดี” เขาว่าเพียงแค่นั้น แต่น้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด

“พวกเจ้านี่นะ...” หลี่ไป๋ถิงยิ้มน้อย ๆ ก่อนกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น

“ต่อจากนี้ เราจะไม่ปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำกันง่าย ๆ อีกแล้วนะ พี่จะปกป้องพวกเจ้าทั้งสองคนเอง”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel