บท
ตั้งค่า

บทที่ ๓ นี่มันเรื่องบัดซบอะไรกันห้ะ!!

วูบบบบบบบ!

ตุ้บบบ!

หลังจากผ่านเหตุการณ์ชวนคับแค้นใจ ลูกจันทร์ก็รู้สึกถึงแรงกระแทกของร่างกายกับบางสิ่ง ทำไมมันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังกลิ้งตกเขาอยู่กันนะ และใช่! เธอกำลังตกเขา... อุก! เฮือก! แอ๊ะ! คร๊อก!! สลบเหมือดไปเลยจ้า แม่ย้อย!! อย่าบอกนะว่าเธอจะสู่ขิตไปอีกรอบนึง ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตเลยนะ ไม่ได้ ๆ เกิดใหม่ครั้งนี้อีลูกจันทร์คนนี้ต้องรอด แต่แล้วกลับมีเสียงเรียกดังขึ้นมาจากด้านหลังหลังจากที่เธอหมดสติไป ลูกจันทร์ถึงกับเหลียวหลังกลับไปมองด้วยความตกตะลึง ในรูปโฉมอันงดงามของหญิงสาวตรงหน้า ป๊าดดดดด! คนอะไรสวยเกินบรรยาย

‘พี่หญิง’

ใครมายืนเรียกพี่ยงพี่หญิงกัน ‘ใครพี่หญิง!’

‘ก็ท่านอย่างไรเล่า’

‘ฉันน่ะเหรอ ไม่ใช่แล้วม้างง! แล้วเธอเป็นใคร ต้องการอะไร หลอกผีฉันทำไม’ ไม่ใช่ละ เริ่มจะเพี้ยนไปไกลหลายโลแล้ว เลี้ยวหัวกลับมาก่อนนน...

‘ข้าหาได้ต้องการสิ่งใดไม่ แต่พี่หญิงเวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว ได้โปรดท่านช่วยรับฟังและดูแลพวกเขาทั้งสองแทนข้าด้วยนะเจ้าคะ’

‘เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ได้รับปากเธอเลยนะว่าจะช่วย อีกอย่างฉันยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ อ๊ะ!’

จู่ ๆ ลูกจันทร์ก็รู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองลอยเคว้งคว้างไร้ที่ยึดเหนี่ยวอยู่พักหนึ่ง แต่แล้วก็รู้สึกราวกับว่าวิญญาณถูกดึงกระชากอย่างรุนแรงด้วยพลังมหาศาล ที่ไม่รู้ว่าโผล่ออกมาจากที่ใด ถึงกระนั้นเธอยังสามารถรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในร่างวิญญาณ ความรู้สึกเหล่านั้นล้วนเย็นสบาย อบอุ่น อ่อนโยน เหมือนว่าเธอในตอนนี้กำลังถูกโอบล้อมด้วยความรักของทุกสิ่ง มันช่างรู้สึกโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วเธอก็ไม่รู้ เพราะมัวจมอยู่กับความรู้สึกก่อนหน้า เหมือนกับตกอยู่ในห้วงฝันที่อยากจะถอนตัวออกมา ทันใดนั้นความรู้สึกดีต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยจางหายไปทีละนิด ทว่ากลับมีภาพเหตุการณ์บางอย่างเริ่มแทรกซึมเข้ามา ปรากฏเป็นภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงวัยทารกจวบจนถึงอายุ 14 ปี จากนั้นภาพก็ตัดไป

ภาพที่ลูกจันทน์เห็นนั้น เป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีรูปร่างผอมกระหร่องหนังหุ้มกระดูก ผิวขาวเหลืองซีดเหมือนคนขาดสารอาหารอย่างหนัก ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง เสื้อผ้าที่สวมใส่มีสีซีดจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นสีอะไร ไหนจะรอยปะชุ่นที่มีอยู่ทั่วทั้งตัว บ่งบอกได้ดีเลยว่าเด็กคนนี้มีฐานะที่ยากลำบาก อีกทั้งยังมีน้องชายอีกสองคนที่ต้องเลี้ยงดู เด็กคนนี้มีชื่อว่า หลี่ไป๋ถิง อายุ 16ปีเป็นพี่สาวคนโตของครอบครัว ส่วนน้องชายคนรองชื่อว่า หลี่ซ่างกวน อายุ 15 ปี และคนสุดท้องชื่อว่า หลี่ซ่างหยวน อายุ 14 ปี ส่วนบิดามารดานั้น ทั้งสองได้หายตัวไปตั้งแต่หลี่ไป๋ถิงอายุได้ 9 ปี ผู้เป็นบิดาชื่อว่า หลี่เจิ้งเส้า อายุ 36 ปี ส่วนผู้เป็นมารดาชื่อว่า ฉู่เหรินอี้ อายุ 34 ปี

ในตอนแรกพวกเขาสามคนพี่น้องนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดี แม้จะไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่ถึงกับอดอยาก บิดาและมารดาเป็นคนขยันขันแข็ง ทั้งสองได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านดอกเหมยเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นบ้านเดิมของหลี่เจิ้งเส้า ตัวหลี่เจิ้งเส้านั้นมีพี่ชายหนึ่งคนชื่อว่า หลี่ไห่ถาน ได้แต่งงานกับนางหรูอันที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียง มีบุตรชายหนึ่งคนชื่อว่า หลี่สวีจง อายุ 17 ปี ทว่าเมื่อสองสามีภรรยาบ้านรองได้หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อ 5 ปีก่อน นางหรูอันก็เริ่มกดขี่สามพี่น้อง โดยไม่สนใจคำทัดทานของสามีแม้แต่น้อย เด็กทั้งสามคนต้องทำงานทุกอย่างแทนบ้านใหญ่ แม้ว่าญาติผู้พี่อย่างหลี่สวีจงจะแอบมาช่วย ครั้นเมื่อถูกจับได้ก็จะถูกป้าสะใภ้ใช้งานหนักยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้พวกนางกินข้าวอยู่บ่อยครั้ง จนหลี่ไห่ถานและบุตรชายต้องแอบเอาแผ่นแป้งย่างมาให้ด้วยความสงสารและเห็นใจ

แต่เด็กน้อยหลี่ไป๋ถิงกลับไม่เคยโทษและแค้นเคืองผู้เป็นลุงเลยสักครั้ง ไม่เคยปริปากบ่นยามถูกป้าสะใภ้ก่นด่า นางยังคงนึกถึงความกตัญญูรู้คุณของลุงใหญ่ จึงมองข้ามเรื่องราวที่ป้าสะใภ้ทำ หลี่ไห่ถานมิอาจทนเห็นหลาน ๆ ถูกภรรยาของตนเองรังแกและเอาเปรียบได้อีก จึงได้ทำการแยกบ้านให้หลานทั้งสามคนด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจปกป้องพวกเขาได้ พร้อมทั้งแอบให้เงินจำนวนหนึ่งแก่ไป๋หลี่ถิง

ไป๋หลี่ถิงได้พาน้องชายทั้งสองคนมาอยู่บ้านเก่าของบิดาที่เชิงเขา พร้อมกับที่ดินจำนวนห้าหมู่ แม้ว่าตัวบ้านจะดูเก่าและดูทรุดโทรมไปบ้าง อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหา พวกนางสามพี่น้องขอเพียงมีที่อยู่ให้หลับนอนก็พอใจแล้ว หลี่ไป๋ถิงอาศัยขึ้นเขาไปหาสมุนไพรเพื่อนำไปขายให้ร้านขายสมุนไพรในเมืองของเถ้าแก่จ้าว ส่วนหลี่ซ่างกวนยึดการล่าสัตว์เป็นการดำรงชีพของครอบครัว แม้จะล่าสัตว์ได้แค่สัตว์ตัวเล็ก ๆ ทว่าเขากลับไม่เคยย่อท้อ ส่วนหลี่ซ่างหยวนน้องชายคนสุดท้องนั้นเก่งเรื่องการทำอาหารและดูแลบ้าน เพราะฉนั้นหน้าที่ดูแลบ้านจึงตกไปเป็นหลี่ซ่างหยวนโดยปริยาย

ลูกจันทร์เห็นความเป็นอยู่ของสามพี่น้องแล้วรู้สึกสงสารจับใจ ยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยกันอยู่เลย ทว่ากลับต้องแบกรับอะไรตั้งมากมาย น่านับถือจริง ๆ หากว่าเป็นยุคที่เธอจากมา เด็กอายุแค่นี้เป็นเพียงแค่นักเรียนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความสุข ไม่เคยทีจะต้องมาแบกรับเรื่องราวหนักหนาแบบนี้แน่นอน

“ช่างแตกต่างกันมากจริง ๆ” ลูกจันทร์พึมพำออกมาเบา ๆ นัยน์ตาฉายแววหม่นหมองออกมาเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

จิตใต้สำนึกของลูกจันทร์ยังคงทำงานรับรู้เรื่องราวของเด็กหลี่ไป๋ถิงอยู่ตลอดเวลา จวบจนมาถึงตอนที่เด็กสาวกำลังตระเตรียมของใส่ตะกร้าสาน ก่อนจะนำมันสะพายขึ้นหลังแล้วเดินเข้าป่าไปเพียงลำพังอย่างเคย ร่างเล็กเดินเข้าป่าสายตาก็สอดส่องหาสมุนไพรด้วยความคุ้นชิน สองเท้าก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แม้ว่าร่างกายจะติดผอมไปบ้าง ถึงกระนั้นก็หาได้เป็นอุปสรรคต่อนางไม่ และดูเหมือนว่าวันนี้จะเป็นโชคร้ายของนาง

ในขณะที่หลี่ไป๋ถิงกำลังนั่งลงมือขุดโสมป่าอยู่นั้น ได้มีหมูป่าตัวใหญ่สองตัวกำลังต่อสู้กันอยู่ไม่ไกลจากที่ร่างเล็กอยู่ พวกมันกระโจนเข้าใส่กันอย่างดุเดือด โดยที่เด็กสาวไม่ทันระวังตัวได้มีหมู่ป่าตัวเขื่องกระเด็นมาทางที่นางอยู่พอดี ทำให้เด็กสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจขุดโสมป่าอยู่นั้น ตกใจผุดลุกขึ้นวิ่งหนี ด้วยความไม่ระวังทำให้ร่างเล็กของนางพลาดท่าตกร่องเขา นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้นางเสียชีวิตในเวลาต่อมา

“ทำไมชีวิตถึงได้น่าสงสารและน่าเห็นใจขนาดนี้นะ เฮ้อ...” ชีวิตรันทดสุดติ่งไปเลยสาวเอ้ย!

‘เป็นอย่างไรบ้างพี่หญิง ยามที่ได้เห็นเรื่องราวของข้า’ ร่างโปร่งแสงเอ่ยขึ้นเสียงหวาน

‘เธอคือเด็กคนนั้นเหรอ?’ ลูกจันทร์ถามออกมา อย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน

‘ใช่แล้วเจ้าค่ะ เป็นข้าเอง’

‘แล้วทำไมเธอถึงไม่กลับไปเข้าร่างล่ะ หากชักช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการเอานะ อีกอย่างหากเธอตายขึ้นมาแล้วพวกน้อง ๆ ทั้งสองคนของเธอจะอยู่ยังไงกัน’

‘ข้ากลับไปไม่ได้แล้วเจ้าค่ะพี่หญิง ด้วยเหตุนี้ข้าจึงได้อยากฝากฝังท่านดูแลพวกเขาแทน’

‘เพราะอะไร?’ ยามนี้ใบหน้าเรียวสวยมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด

‘ข้าหมดสิ้นวาสนาในภพนี้แล้วเจ้าค่ะ คงมีแค่พี่หญิงที่สามารถช่วยข้าดูแลน้อง ๆ ต่อไปได้’

‘จะมาฝากฉันเนี่ยนะ จะฝากยังไงก่อน ฉันเองก็ตายมานานแล้ว มิสู้เธอกลับไปดูแลเองไม่ดีกว่าเหรอ’

‘เป็นพี่หญิงดีที่สุดแล้วเจ้าค่ะ’ ร่างโปร่งยืนยันเสียงหนักแน่น ทำเอาลูกจันทร์อ่อนใจ

‘แล้วฉันจะดูแลพวกเขาได้ยังไง ในเมื่อฉันเองก็ตายไปแล้ว’ ถึงจะได้ไปเกิดใหม่ตามที่ตาแก่คนนั้นบอกมา แต่เธอยังไม่รู้เลยว่าจะไปเกิดในครรภ์ของใคร แล้วเกิดเป็นใครด้วย

‘ร่างของข้าอย่างไรเล่าพี่หญิง ข้ายกให้’

‘ห้ะ! ไม่ดีมั้ง ไม่เอาหรอกฉันเกรงใจ’

‘ต่อให้ท่านปฏิเสธเพียงใด ก็มิอาจฝืนชะตาลิขิตสวรรค์ไปได้หรอกนะ’

หลี่ไป๋ถิงพูดไม่ทันไร ก็ปรากฏร่างของชายชราพร้อมกับน้ำเสียงติดแหบดังขึ้นอย่างเอือมระอาต่อลูกจันทร์ที่ช่างถามและช่างสงสัยไม่มีที่สิ้นสุด

‘ชักช้าลีลามากนัก รีบไปได้แล้วประเดี๋ยวไม่ทันการเอาได้’

‘ไม่อ่ะ! หากรีบนักท่านก็ไปเองสิ’ น้ำเสียงยียวนชวนเท้ากระตุก เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

“อย่าได้ซักไซร้ซักถามให้มากความ รีบไปได้แล้ว ข้าไม่ส่งนะ เชิญ...” ว่าแล้วชายชราก็ยื่นมือไปดีดหน้าผากของลูกจันทร์เสียเต็มแรง ทำเอาร่างโปร่งแสงของเธอกระเด็นกระดอนไปไกล จนทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนเหวี่ยงลอยไปเหมือนว่าวที่สายขาด เพียงไม่นานเหมือนเธอจะร่วงลงจากที่สูงโดยไร้สัญญาณบ่งบอกใด ๆ

ไม่นะ! นี่เธอโดนตาแก่นั่นกลั่นแกล้งอีกแล้วใช่มั้ย

อ๊ากกกกกกกกก!

ตุบบบบ!

“ตาแก่ใจร้าย นี่มันเรื่องบัดซบอะไรกันอีกห้ะ!!”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel