บทที่ 1.3
“อย่าโกรธอีกเลย”
“ความจริงผ้าผืนนั้นต้องได้ราคาสองเท่าที่ท่านเรียก”
“มากขนาดนั้นอาจโดนสงสัย ให้พวกเขาคิดว่าเราโง่งมแล้วไม่ติดใจอะไร ยังดีกว่าให้พวกเขาเกิดความละโมบแล้วคิดอยากครอบครองมากกว่าเดิม”
“แต่ข้าบอกไปแล้วว่าไม่มีอีก”
“ดีแล้ว”
“เช่นนั้นเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ได้” หลี่เหยาหนิงลุกขึ้นยืน จากนั้นก็แย้มยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าของเสี่ยวสุ่ยที่ไม่ดีขึ้น “แวะซื้อซาลาเปาไส้ผักกลับไปด้วยดีหรือไม่”
“ได้เจ้าค่ะ”
“ยังมีขนมร้านนั้นด้วย”
“เจ้าค่ะ”
“หรือว่าจะกินเนื้อผัด”
เสี่ยวสุ่ยชะงักทันที จากนั้นก็หันขวับกลับไปมองผู้เป็นนายที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ท่านจะกินเนื้อหรือเจ้าคะ” เอ่ยถามเสียงสูงด้วยความประหลาดใจ
“ข้าเพียงล้อเจ้าเล่น อย่าอารมณ์เสียอีกเลย”
เสี่ยวสุ่ยถอนหายใจก่อนมองใบหน้ายิ้มแย้มของหลี่เหยาหนิง นางรู้ว่าผู้เป็นนายไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิด ดังนั้นจึงออกจะตกใจอยู่บ้างจริงๆ “เช่นนั้นซื้อซาลาเปากับขนมไปฝากอาฉีด้วยนะเจ้าคะ วันนี้ข้าได้ผักสดกับเต้าหู้มา ยังมีเห็ดหอมด้วย”
หลี่เหยาหนิงพยักหน้าก่อนเดินเคียงกันไปตามท้องถนน มองดูบรรยากาศของตลาดยามเช้า หญิงสาวรู้สึกรื่นรมย์ยิ่งนัก เมื่อเงยหน้ามองสองฟากฝั่งของท้องถนน ร้านค้าต่างๆ หอสุรา โรงเตี๊ยมหรือแม้กระทั่งเพิงขายอาหารเริ่มมีคนเข้าไปนั่งประปราย
“ที่นี่คึกคักยิ่ง”
“เจ้าค่ะ แต่เราสมควรกลับได้แล้ว”
เสี่ยวสุ่ยไม่ชอบใจเลยที่เห็นผู้คนเริ่มหันมาสนใจผู้เป็นนาย แม้หลี่เหยาหนิงไม่ได้งดงามราวล้ำเลิศ แต่ใบหน้านวลเนียนกลับเปล่งประกายดึงดูดผู้คน
ยิ่งบวกกับท่วงท่าการวางตัวที่ดูสุภาพอ่อนโยน นางก็ยิ่งทำให้ผู้ที่กวาดสายตาผ่านมา อดไม่ได้ที่จะรั้งสายตากลับ บรรยากาศที่ลอยวนอยู่รอบกายอรชร เป็นความอบอุ่น ความสบายตาสบายใจอย่างน่าประหลาด ทำให้ไม่ว่าผู้ใดก็อยากจะเข้าใกล้หญิงสาวให้มากขึ้นๆ
รอยยิ้มของหลี่เหยาหนิงกว้างขึ้น เมื่อสายตาคู่งามมองเห็นถังหูลู่ เสี่ยวสุ่ยอมยิ้มก่อนพยักหน้าแล้วพาหญิงสาวไปซื้อคนละไม้
“อร่อย” หลี่เหยาหนิงหัวเราะเสียงเบา
กัดไปได้คำหนึ่งก็ชะงัก เพราะในตอนที่เงยหน้าขึ้นนั้น เงาร่างของคนที่ยืนอยู่บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมดึงดูดสายตาของนางทันที ใบหน้าหล่อเหลาเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ในขณะที่หลี่เหยาหนิงไม่อาจละสายตาไปจากเขา
ร่างสูงอยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้มทั้งตัว ผมยาวถูกรวบมัดสูงขึ้นยึดเอาไว้ด้วยปิ่นเรียบๆ กระนั้นเขากลับน่ามองกว่าบุรุษใดๆ ที่กำลังยืนสนทนาอยู่รอบตัว
ยืนจ้องอยู่นานเท่าไรหลี่เหยาหนิงไม่อาจรู้ กระทั่งดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาจึงก้มหน้าลง กวาดสายตาคมกริบมายังทิศทางที่นางยืนอยู่
ความเจ็บปวดสายหนึ่งพุ่งเข้าจู่โจมลำคอ ลมหายใจของหญิงสาวเริ่มติดขัด ไม่อาจหายใจได้ดังเช่นคนปกติ นางอ้าปากสูดลมเข้าแต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม ใบหน้าดุดันน่าหวาดกลัว ทับซ้อนกับบุรุษซึ่งกำลังหันมามองนางช้าๆ
ถังหูลู่ในมือหล่นตุบลงบนพื้น หลี่เหยาหนิงสะท้านวาบรีบหมุนตัวไปอีกด้าน เสี่ยวสุ่ยมองหญิงสาวด้วยใบหน้างุนงง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองยังทิศทางที่ผู้เป็นนายยืนจ้องเมื่อครู่ นางก็ได้สบตากับดวงตาคมปลาบดุดันของชายหนุ่มร่างสูง ซึ่งกำลังขมวดคิ้วจ้องมองลงมาเช่นกัน
“นายหญิง”
“กลับบ้านเร็วเข้า” หัวใจของนางเต้นรัวจนน่าหวาดหวั่น แผ่นหลังเย็นวาบราวกับรับรู้ว่าบุรุษผู้นั้นยังคงจดจ้องมายังนาง
“เขา…ท่านรู้จักเขาหรือเจ้าคะ”
คำถามนั้นทำให้หลี่เหยาหนิงชะงัก นางกะพริบตามองภูตวารีด้วยความงุนงง พร้อมกับหมุนกายกลับไปเงยหน้าขึ้นมองยังจุดเดิม แต่บุรุษผู้นั้นกลับหายตัวไปแล้ว
“อา” น่าเสียดายยิ่ง