
บทย่อ
หลี่เหยาหนิง หญิงสาวผู้มีกลิ่นอายแห่งทวยเทพ เป็นที่รักใคร่ของเหล่าภูตและวิญญาณน้อยใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่กับปีศาจที่อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ นางอยู่มานานนับพันปี และรอคอยในสิ่งที่นางเองก็ไม่รู้ เซี่ยซีเฟิง ชายหนุ่มผู้ซึ่งมีกลิ่นอายแห่งความตาย เป็นกลิ่นอายที่ตรงกันข้ามกับหลี่เหยาหนิงโดยสิ้นเชิง ขณะที่ภูตผีวิญญาณอยากอยู่ใกล้หญิงสาว พวกเขากลับหวาดกลัวและหลีกหนีชายหนุ่มทันทีที่เขาปรากฏตัว “เผด็จการ” นางพึมพำออกมาอย่างลืมตัว เซี่ยซีเฟิงหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ทำให้หญิงสาวรู้ตัว นางเม้มปากเงยหน้าขึ้นตามแรงของมือใหญ่ที่แตะอยู่ปลายคางนวลเนียน “ดูเหมือนเจ้าเริ่มรู้จักข้าดีขึ้นแล้ว” รอยยิ้มล่อลวงของเขาทำให้หลิงเยี่ยเหยาตัวสั่นเทา นางพยายามยกมือขึ้นขวางแผ่นอกแกร่งที่แนบชิดเข้ามาหากายด้านหน้าของตน แต่นั่นกลับหาเป็นผลไม่ เซี่ยซีเฟิงสอดท่อนแขนแกร่งเข้าโอบเอวอรชร กักร่างเล็กกว่าเอาไว้ในอ้อมแขน “รู้หรือไม่ว่าเทพธิดาก็คือแหล่งอาหารของเหล่าอสูร” ได้ยินเช่นนั้นหลิงเยี่ยเหยาพลันออกแรงดิ้นรน “ท่านจะกินข้าหรือ ไม่ได้นะ!” เซี่ยซีเฟิงยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคนั้นของหญิงสาว “เหตุใดไม่ได้” “เพราะ...” ดวงตาหวาดหวั่นกลอกไปมาเพื่อหาทางเอาตัวรอด “ข้าไม่อร่อยหรอก” “ข้าสงสัยยิ่งนักว่าจะมีอสูรกี่ตนที่เคยลิ้มรสเทพธิดา” “ขะ...ข้าไม่ใช่เทพธิดา แม้จะมีกลิ่นอายจากท่านแม่ แต่ข้าเป็นเพียงกึ่งอสูร ดังนั้นข้าไม่อร่อยแน่นอน” หญิงสาวเริ่มลนลาน เมื่อท่อนแขนที่โอบรอบเอวเล็กแน่นกว่าเดิม
บทที 1.1
“นางคือปีศาจ”
“เผานางเลย”
“สตรีผู้นี้ไม่มีวันแก่ นางคือแม่มด”
“เผานาง”
ความร้อนอันแผดเผา ความเจ็บปวดที่แผ่ลามไปทั่วทั้งอณู ความชอกช้ำที่โดนหักหลัง ความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจอันบอบช้ำ กระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนเป็นความชินชา
ห้วงเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความทรงจำเริ่มเลือนรางไปพร้อมกับกาลเวลา ร่างกายของนางยังคงเป็นเช่นเดิม หลังจากเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ในที่สุดทุกอารมณ์ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นความเฉยชา
นับจากวันที่นางเกือบโดนเผาทั้งเป็น นางก็หลบซ่อนตัวอยู่ในความโดดเดี่ยว ไม่ยอมเปิดใจให้ผู้ใด ไม่ยอมเชื่อใจมนุษย์ที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง ที่สำคัญความหวาดกลัวในสิ่งที่พวกเขาไม่อาจควบคุม ก่อให้ในใจของมนุษย์เกิดความโหดเหี้ยมต้องการทำลาย
พวกเขาต้องการเผานางเพราะคิดว่านางเป็นปีศาจเป็นแม่มด ดังนั้นนางจึงให้เหล่าภูตพานางหายวับไปจากกองเพลิง ให้เหล่าภูตหลอกหลอนชาวบ้าน กระทั่งพวกเขาหวาดกลัวและไม่กล้าออกตามหาหรือยุ่งเกี่ยวกับนางอีก
หนึ่งพันปีผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปีนี้นางเริ่มใหม่อีกครั้งด้วยการย้ายมายังเมืองซ่างจิน แคว้นเหลียง ชื่อแซ่ของนางที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะไม่อาจใช้ตัวตนเดิมซ้ำๆ
ครั้งนี้นางเลือกที่จะใช้ชื่อที่นางแทบจะลืมเลือนไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อกลับมานึกถึงมัน เหตุการณ์ในอดีตก็หวนกลับมาทำร้ายนางอีกครั้ง
หลี่เหยาหนิง… ชื่อแซ่ของนางนับตั้งแต่จำความได้เมื่อลืมตาตื่นขึ้น
“นายหญิง”
มองดูเสี่ยวสุ่ย ภูตวารีแห่งแม่น้ำซ่างจินคุกเข่าลงตรงหน้า หลี่เหยาหนิงพลันยิ้มออกมา “หลายร้อยปีมานี้เจ้าสบายดีกระมัง”
“ข้าน้อยสบายดีเจ้าค่ะ ดีใจยิ่งนักที่นายหญิงย้ายกลับมาที่นี่”
“จากนี้ก็รบกวนเจ้าด้วย พอจะหาบ้านหลังเล็กๆ ให้ข้าได้หรือไม่”
“ข้าน้อยจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” พูดจบร่างเล็กก็หายวับไปทันที
หลี่เหยาหนิงนั่งลงยังริมฝั่งแม่น้ำซ่างจิน นางนั่งเหม่อมองผืนน้ำที่ไหลเอื่อยไปอย่างเลื่อนลอย ฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำ เงาร่างเลือนรางของเหล่าภูตน้อยใหญ่กำลังโบกไม้โบกมือให้นางด้วยความเขินอาย นางแย้มยิ้มให้ด้วยความปรานีก่อนโบกมือทักทายกลับ
โชคดีของนางคือเรื่องนี้ ด้วยเพราะร่างกายของนางมีกลิ่นอายแห่งการรักษาและการเยียวยา เหล่าภูตน้อยใหญ่เคยบอกว่าขอเพียงพวกเขาอยู่ใกล้ พวกเขาก็จะรู้สึกสดชื่นและมีความสุข
ภูตเหล่านั้นต่างเรียกนางว่านายหญิง ไม่ว่านางอยู่ที่ใดนางจะได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูล ตรงกันข้ามกันกับมนุษย์ที่นางมักจะอยู่ห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หนึ่งนายและสองผู้ติดตามก้าวเข้าไปในบ้านเช่าขนาดกลางซึ่งมีเพียงสองห้องนอน ห้องครัว และส่วนรับแขก ผู้เป็นนายก็คือหลี่เหยาหนิง ซึ่งมาพร้อมกับเสี่ยวสุ่ยและเสี่ยวฉี ภูตวารีและภูตหินซึ่งอาสามาอยู่เป็นเพื่อน
ท่านป้าหูยังคงพูดยาวเหยียดถึงคุณสมบัติของบ้านเช่าที่ร้างไร้คนอาศัยอยู่ อีกทั้งยังพล่ามถึงความปลอดภัยต่างๆ นานา แม้ว่าบ้านหลังนี้จะตั้งอยู่ห่างออกไปจากบ้านหลังอื่น ๆ เนื่องจากบ้านหลังนี้อยู่ในตรอกเล็กและทางเข้าออกค่อนข้างเปลี่ยว
“ข้าตกลงเช่าบ้านหลังนี้”
“เช่นนั้นข้าน้อยจะให้เสี่ยวฉีไปทำสัญญาเช่านะเจ้าคะ”
“แล้วจะย้ายมาอยู่เมื่อไรหรือ ข้าจะได้ให้คนเข้ามาทำความสะอาด”
หลี่เหยาหนิงยิ้มให้ท่านป้าหู “ข้าจะย้ายเข้าทันที”
“อ้อ ได้ๆ ได้เลย เช่นนั้นแม่นาง…”
“ข้าแซ่หลี่”
“แม่นางหลี่ เรื่องค่าเช่า…”
เสี่ยวฉีก้าวเข้ามาขวางท่านป้าหูเอาไว้ เขาส่งถุงเงินให้อีกฝ่ายก่อนผายมือไปยังประตู “จากนี้ข้าจะเป็นคนตกลงกับท่าน ท่านป้าหูเรากลับไปทำสัญญาที่บ้านท่านก็แล้วกัน”
ท่านป้าหูมองทั้งสามด้วยดวงตาสงสัยใคร่รู้ สายตามองตรงไปยังแผ่นหลังอรชรของแม่นางหลี่ รู้สึกชื่นชมใบหน้างดงามทว่าเรียบเฉยเย็นชาต่อทุกสิ่งของแม่นางผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง
ยิ่งในยามที่ก้าวเข้าใกล้นางก็ยิ่งรู้สึกจิตใจปลอดโปร่ง กระทั่งรู้ตัวว่าเสียมารยาทจึงกระแอมออกมาเสียงหนึ่ง มือเหี่ยวย่นยื่นออกไปรับถุงเงินก่อนเอ่ยปากลา
“เช่นนั้นหากแม่นางขาดเหลืออะไร…”
“ขอบคุณท่านป้าหู หากมีสิ่งใดจะให้คนของข้าไปแจ้งท่านทันที”