บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 หลิวอิงอิงไม่ยอมคน

บรรยากาศยามบ่ายในหมู่บ้านชนบทยังคงเงียบสงบ หลิวอิงอิงปล่อยให้เด็กแฝดทั้งสามพักผ่อนย่อยอาหารอยู่ที่แคร่ใต้ต้นมะม่วง ส่วนตัวเธอเดินกลับเข้าไปในห้องหอเพื่อเตรียมของฝากเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการไปทักทายเพื่อนบ้านตามที่ตั้งใจไว้

เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป หญิงสาวก็ต้องขมวดคิ้ว ข้าวของที่เธอจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเมื่อเช้าถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ตู้เสื้อผ้าเก่าๆ ถูกเปิดอ้าซ่า และที่น่าตกใจที่สุดคือ ป้าหวังกำลังกอบเอาผ้าฝ้ายเนื้อดีสองพับที่เป็นสินเดิมติดตัวเธอ ยัดลงในถุงย่ามใบใหญ่ของหล่อนอย่างเร่งรีบ

"นี่ป้ากำลังทำอะไร" หลิวอิงอิงกอดอกพิงกรอบประตู น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต

ป้าหวังสะดุ้งสุดตัว ถุงย่ามแทบหลุดจากมือ หล่อนหันขวับมามองหญิงสาวด้วยดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติและเชิดคางขึ้นอย่างคนถือดี

"ก็เห็นว่าผ้าพวกนี้มันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ฉันเลยจะเอาไปขายในเมือง เอาเงินมาเข้ากองกลางของบ้านไงล่ะ คุณนายตู้เสวียนสั่งให้ฉันดูแลทรัพย์สินทุกอย่าง แกเป็นแค่สะใภ้ มีหน้าที่ทำตามคำสั่งก็พอ"

หลิวอิงอิงแค่นยิ้ม "อ้อ เอาไปขายเข้ากองกลาง หรือเอาไปจ่ายหนี้พนันให้หวังต้าจู้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของป้าที่บ่อนในอำเภอกันแน่"

ทันทีที่ได้ยินชื่อลูกชาย ป้าหวังก็หน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก "แกพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง"

"อย่ามาทำไขสือไปหน่อยเลยป้า" หลิวอิงอิงเดินก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว อาศัยความทรงจำจากเนื้อหานิยายต้นฉบับมาใช้ให้เป็นประโยชน์

"หวังต้าจู้ติดหนี้บ่อนพนันตั้งห้าร้อยหยวน โดนพวกนักเลงซ้อมจนปางตาย ป้าเลยต้องแอบยักยอกเงินเดือนของเย่เจี้ยนซือที่แม่สามีส่งมาให้เด็กๆ ไปจ่ายหนี้ให้ลูกตัวเองทีละนิดทีละหน่อย แถมยังขโมยข้าวของในบ้านไปขายอีกต่างหาก คิดว่าเรื่องพวกนี้จะปิดมิดไปตลอดงั้นหรือ"

"แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ นังเด็กเมื่อวานซืน" ป้าหวังแผดเสียงลั่นพยายามกลบเกลื่อนความกลัว แต่เหงื่อเม็ดโตที่ผุดซึมเต็มหน้าผากก็ฟ้องถึงความลุกลี้ลุกลน

"ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณนาย แกโดนดีแน่!"

"ก็เอาสิ" หลิวอิงอิงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

"ไปบอกแม่สามีเลยว่าฉันใส่ร้ายป้า แล้วเรามาดูกันว่าถ้าเย่เจี้ยนซือให้คนไปตรวจสอบบัญชีที่บ่อนในอำเภอ รวมถึงตรวจสอบจดหมายลงทะเบียนที่ป้าส่งเงินกลับบ้านเกิดทุกเดือน ความจริงมันจะออกมาเป็นยังไง ถ้าแม่สามีรู้ว่าป้าขโมยเงินหลานรักของท่านไปปรนเปรอลูกชายผีพนัน ป้าคิดว่าท่านจะทำยังไงกับป้า... อ้อ ลืมไป โทษฐานยักยอกทรัพย์สินของครอบครัวทหาร ในยุคนี้ติดคุกกี่ปีกันนะ"

ป้าหวังเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น หล่อนไม่เข้าใจเลยว่าสะใภ้บ้านนอกที่วันๆ เอาแต่แต่งตัวทาปากแดงคนนี้ ไปล่วงรู้ความลับสุดยอดนี้มาจากไหน เรื่องลูกชายติดพนันหล่อนปิดเงียบสนิท แม้แต่คุณนายตู้เสวียนก็ไม่เคยระแคะระคาย

"อย่า...อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณนายเลยนะ" ป้าหวังเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ หล่อนคลานเข่าเข้ามาเกาะขาหลิวอิงอิง น้ำตานองหน้า "ฉันผิดไปแล้ว ฉันแค่จนตรอก ถ้าไม่หาเงินไปให้พวกนักเลง ต้าจู้ต้องโดนฆ่าตายแน่ๆ ฉันขอร้องล่ะ อย่าจับฉันส่งตำรวจเลย"

หลิวอิงอิงดึงขาออกด้วยความรังเกียจ เธอไม่ได้ใจอ่อนกับน้ำตาจอมปลอมของหญิงวัยกลางคนตรงหน้า คนที่เบียดเบียนได้แม้กระทั่งอาหารของเด็กกำพร้าสามคน ไม่สมควรได้รับความเห็นใจ

"เอาผ้าของฉันคืนมา" หลิวอิงอิงแบมือออก "และส่งกุญแจตู้เสบียงกับกุญแจทุกดอกในบ้านนี้มาให้ฉันเดี๋ยวนี้"

ป้าหวังลุกลี้ลุกลนรีบล้วงเอาผ้าฝ้ายทั้งสองพับออกจากย่ามส่งคืนให้หญิงสาว พร้อมกับปลดพวงกุญแจที่เหน็บไว้ข้างเอวส่งให้อย่างมือสั่นๆ

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อำนาจการจัดการในบ้านหลังนี้เป็นของฉัน" หลิวอิงอิงรับพวงกุญแจมาถือไว้

"ป้ามีหน้าที่แค่ทำความสะอาด ซักผ้า และทำงานบ้านที่ฉันสั่งเท่านั้น เรื่องเงินและเรื่องอาหาร ฉันจะจัดการเองทั้งหมด ถ้าป้ากล้าตุกติกหรือแอบเขียนจดหมายไปฟ้องแม่สามีแม้แต่คำเดียว ฉันจะส่งหลักฐานเรื่องหวังต้าจู้ให้ตำรวจทันที เข้าใจไหม"

"เข้าใจแล้ว ฉันจะไม่กล้ายุ่งอะไรอีกแล้ว" ป้าหวังก้มหน้างุด รับคำเสียงสั่น

"ดี งั้นตอนนี้ก็ไสหัวออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ไปตักน้ำมาเติมในตุ่มให้เต็มทุกใบด้วย" หลิวอิงอิงออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด

ป้าหวังรีบลุกขึ้นวิ่งล้มลุกคลุกคลานออกไปจากห้องราวกับหนีผี หลิวอิงอิงมองตามหลังหล่อนไปแล้วลอบถอนหายใจ

โชคดีที่เธอเคยอ่านนิยายเรื่องนี้จนจบ เลยรู้จุดอ่อนของตัวละครทุกตัว การจัดการกับป้าหวังจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

เมื่อหญิงสาวเดินออกมาที่ลานบ้าน ก็พบกับเด็กชายทั้งสามคนที่ยืนเบิกตากว้างอยู่หลังเสาไม้ พวกเขาแอบฟังเหตุการณ์ในห้องมาตั้งแต่ต้นจนจบ

เย่เฟิงมองแม่เลี้ยงคนใหม่ด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับเหมือนเห็นฮีโร่

"แม่หลิวสุดยอดไปเลย ไล่ตะเพิดยายเฒ่าใจร้ายกระเจิงไปเลย"

เย่ฟูพยักหน้าเห็นด้วย "ผมเพิ่งรู้ว่าป้าหวังขโมยเงินพวกเราไปให้ลูกชายตัวเอง มิน่าล่ะ พวกเราถึงต้องอดข้าวบ่อยๆ แม่หลิวเก่งจังเลยที่รู้ทัน"

ส่วนเย่ฟ่านแม้จะไม่ได้เอ่ยปากชมตรงๆ แต่สายตาที่เคยมองหลิวอิงอิงด้วยความเกลียดชังและระแวงก็จางหายไปมาก เขามองพวงกุญแจในมือหญิงสาวแล้วแอบคิดในใจว่า อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็สามารถปกป้องเสบียงของพวกเขาได้

"เอาล่ะ หมดเรื่องวุ่นวายแล้ว" หลิวอิงอิงยิ้มให้เด็กๆ โยนพวงกุญแจขึ้นรับเล่นอย่างอารมณ์ดี "พวกเธอไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น เราจะไปบ้านน้าจ้าวเวยเวยกัน ฉันมีขนมแป้งย่างผสมเห็ดป่าที่ทำเก็บไว้เมื่อเช้า จะเอาไปฝากบ้านนั้นเสียหน่อย"

เด็กทั้งสามรับคำอย่างกระตือรือร้น รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้ามอมแมม นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป ที่พวกเขารู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีความหวังและมีความปลอดภัยซ่อนอยู่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel