บทที่ 4 สาวใช้ตัวร้ายกับคำสั่งลับ
ยามบ่ายแดดสาดส่องลงมากลางลานบ้าน เด็กชายทั้งสามคนนอนแผ่หราอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะม่วงด้วยความเหนื่อยหอบ ลานบ้านสะอาดสะอ้าน หลุมดักพรางถูกถมจนเรียบกริบ คราบโคลนหน้าครัวก็หายไปหมดสิ้น
หลิวอิงอิงเดินถือจานใส่มันเทศเผาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฉุยออกมาวางบนโต๊ะไม้หน้าบ้าน เปลือกมันเทศไหม้เกรียมเล็กน้อยแต่เนื้อข้างในสีเหลืองทองเยิ้มไปด้วยน้ำหวาน รสชาติหวานมันของมันเทศเผาเตาฟืนเป็นอะไรที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในเมืองหลวงยุคปัจจุบัน
เด็กทั้งสามลุกพรวดขึ้นมาทันที เย่เฟิงวิ่งนำหน้ามาถึงโต๊ะเป็นคนแรก
ตามด้วยเย่ฟูและเย่ฟ่าน ทั้งสามหยิบมันเทศเผาขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ความร้อนแทบลวกปากแต่ไม่มีใครยอมคายออกมา ความหิวบวกกับความเหนื่อยล้าจากการทำงานบ้านครั้งแรกทำให้มื้อเที่ยงที่แสนธรรมดามื้อนี้กลายเป็นอาหารมื้ออร่อยที่สุด
หลิวอิงอิงนั่งมองเจ้าลิงทั้งสามกินมันเทศจนแก้มตุ่ยพลางจิบน้ำชาอย่างใจเย็น การฝึกเด็กพวกนี้ต้องใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน เมื่อทำผิดต้องลงโทษ แต่เมื่อทำดีก็ต้องมีรางวัล
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน ป้าหวังเดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาพร้อมกับแม่กุญแจเหล็กอันใหญ่ในมือ ใบหน้าอวบอูมบึ้งตึง สายตาจ้องมองหลิวอิงอิงอย่างกินเลือดกินเนื้อ
หล่อนเดินตรงเข้าไปในครัวโดยไม่พูดไม่จา เสียงรื้อค้นข้าวของดังโครมครามอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับกุญแจที่ไขล็อคตู้กับข้าวและถังเสบียงเรียบร้อยแล้ว
เด็กทั้งสามหยุดกินมันเทศ หันไปมองป้าหวังด้วยความสงสัย
"ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันจะควบคุมเสบียงอาหารทั้งหมดในบ้านหลังนี้เอง" ป้าหวังประกาศเสียงกร้าว ชูพวงกุญแจในมือขึ้นมา
"คุณนายตู้เสวียนสั่งมาว่าห้ามให้ใครเบิกเสบียงตามอำเภอใจ โดยเฉพาะสะใภ้ที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ ข้าวสาร แป้งข้าวโพด น้ำมันหมู และเนื้อสัตว์ทั้งหมด ฉันจะเป็นคนจัดสรรให้เองแต่ละมื้อ"
เย่ฟ่านขมวดคิ้ว "แล้วพวกเราจะได้กินอะไร ป้าหวังล็อคตู้แบบนั้นแล้วถ้าพวกเราหิวกลางดึกจะทำยังไง"
ป้าหวังหันไปมองเด็กชายด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังแฝงความเด็ดขาด "คุณชายฟ่านไม่ต้องห่วง ป้าจะทำข้าวต้มธัญพืชให้กินทุกเช้าและเย็น ส่วนมื้อเที่ยงก็กินแป้งย่างแห้งๆ ไปก่อน คุณนายสั่งให้ประหยัด เงินที่ส่งมาต้องเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น"
หลิวอิงอิงลุกขึ้นยืนช้าๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ "ประหยัดหรือว่าฮุบเอาไว้เองกันแน่"
ป้าหวังหน้าตึง "แกหมายความว่ายังไง นังสะใภ้บ้านนอก อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ"
"ฉันไม่ได้ใส่ร้าย ฉันแค่พูดตามความจริง" หลิวอิงอิงก้าวเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
"เงินเดือนของเย่เจี้ยนซือไม่ใช่น้อยๆ แม่สามีส่งเงินมาให้เดือนละสิบห้าหยวน คูปองอาหารอีกตั้งหลายใบ แต่ป้ากลับให้พวกเรากินแต่ข้าวต้มใสๆ กับมันเทศ ส่วนตัวป้าเองกลับอ้วนท้วนสมบูรณ์ เสื้อผ้าก็ใส่แต่ผ้าฝ้ายเนื้อดี เงินพวกนั้นหายไปไหนหมดล่ะ"
ป้าหวังสะดุ้งเล็กน้อย มือที่ถือพวงกุญแจสั่นระริก หล่อนรีบซ่อนมือไว้ด้านหลัง
"เงินพวกนั้นฉันก็เอาไปซื้อของใช้ในบ้านหมดแล้วน่ะสิ แกเพิ่งมาอยู่จะไปรู้อะไร คุณนายไว้ใจให้ฉันดูแลบ้านนี้ แกไม่มีสิทธิ์มาสอดรู้สอดเห็น"
"งั้นเหรอ" หลิวอิงอิงยิ้มเย็น
"ถ้าอย่างนั้นฉันจะขอดูสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายของบ้านหลังนี้หน่อยได้ไหม ในฐานะภรรยาของเย่เจี้ยนซือ ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเงินของสามีถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง"
ป้าหวังหน้าซีดเผือด หล่อนไม่มีสมุดบัญชีอะไรทั้งนั้น เงินส่วนใหญ่ที่ส่งมาหล่อนก็แอบยักยอกส่งกลับไปให้ลูกชายตัวเองที่บ้านเกิดหมดแล้ว หากให้หลิวอิงอิงตรวจสอบ หล่อนต้องเดือดร้อนแน่
"ฉันบอกว่าไม่ต้องมายุ่งไง" ป้าหวังตวาดเสียงดังกลบเกลื่อนความผิด
"คุณนายสั่งให้ฉันเป็นคนจัดการ แกไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องกุญแจพวกนี้ ถ้าแกหิวก็ไปหาของป่ากินเองในภูเขาสิ อย่ามาเบียดเบียนเสบียงของเด็กๆ"
พูดจบป้าหวังก็หมุนตัวเดินหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หลิวอิงอิงและเด็กแฝดยืนมองตามแผ่นหลังอวบอ้วนนั้นไป
เย่เฟิงดึงชายเสื้อหลิวอิงอิงเบาๆ "แม่หลิว พรุ่งนี้เราต้องกินข้าวต้มใสๆ กับแป้งย่างแข็งๆ จริงๆ เหรอ ผมไม่อยากกินเลย มันบาดคอ"
เย่เฟิงเรียกหลิวอิงอิงว่าแม่แล้ว เด็กชายคนเล็กทำให้หลิวอิงอิงชะงักไปเล็กน้อย แม้จะเป็นแค่หลุดปากเรียกออกมาเพราะความกังวลเรื่องของกิน แต่มันก็เป็นสัญญาณที่ดี
เย่ฟ่านรีบดึงมือน้องชายออก "อย่าไปเรียกผู้หญิงคนนี้ว่าแม่นะ เธอไม่ใช่แม่พวกเรา"
หลิวอิงอิงไม่ได้สนใจท่าทีต่อต้านของเย่ฟ่าน เธอลูบหัวเย่เฟิงเบาๆ
"ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ฉันจะทำของอร่อยให้พวกเธอกินเอง ป้าหวังอยากจะล็อคตู้ก็ปล่อยให้ล็อคไป ของดีๆ ไม่ได้มีแค่อยู่ในตู้นั้นหรอก"
หญิงสาวมองออกไปทางภูเขาเขียวขจีที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังหมู่บ้าน ป่าเขาลำเนาไพรในยุคเจ็ดศูนย์นั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ขอเพียงมีฝีมือและความรู้ ก็ไม่มีทางอดตายแน่นอนพรุ่งนี้เช้าเธอจะพาสามแฝดขึ้นเขาไปหาวัตถุดิบชั้นยอดมาทำอาหาร
