บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 สามแสบ

ชามข้าวบิ่นๆ ทั้ง 4 ใบสะอาดเอี่ยมราวกับเพิ่งถูกล้างมาใหม่ๆ แม้แต่เม็ดข้าวต้มหยดสุดท้ายก็ไม่เหลือติดก้นชาม เย่เฟิงเรอออกมาเสียงดังพร้อมกับยกมือลูบท้องป่องๆ ของตัวเองด้วยความพอใจ ขณะที่เย่ฟูและเย่ฟ่านต่างก็เบือนหน้าหนี ทำทีเป็นไม่สนใจหญิงสาวตรงหน้า ทั้งที่ในใจแอบยอมรับว่าผัดผักกาดขาวจานนี้อร่อยกว่าเนื้อหมูที่เคยได้กินในงานเทศกาลเมื่อปีที่แล้วเสียอีก

หลิวอิงอิงรวบตะเกียบไม้ไผ่ทั้ง 4 คู่เข้าด้วยกัน เธอมองดูเด็กชายตัวจ้อยทั้ง 3 คนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

"กินอิ่มแล้วก็ต้องทำงาน บ้านนี้ไม่มีกฎให้ใครกินฟรี กฎข้อที่ 1 ของบ้านนี้คือ ใครกิน คนนั้นต้องล้างจาน วันนี้ฉันทำอาหารให้แล้ว หน้าที่ล้างชาม 4 ใบนี้ตกเป็นของพวกเธอ"

เย่ฟ่านเบิกตากว้าง เขาลุกพรวดขึ้นยืนทันที "ทำไมพวกเราต้องล้าง เธอเป็นผู้ใหญ่ เธอแต่งเข้ามาเป็นเมียพ่อเจี้ยนซือ เธอก็ต้องทำงานบ้านสิ"

"ฉันเป็นแม่เลี้ยง ไม่ใช่คนรับใช้" หลิวอิงอิงตอบกลับหน้าตาย

"ถ้าพรุ่งนี้เช้าตอน 6 โมง ฉันตื่นมาแล้วไม่เห็นชาม 4 ใบนี้คว่ำอยู่ที่ชั้นวาง มื้อเช้าพรุ่งนี้ก็จะไม่มีข้าวตกถึงท้องพวกเธอแม้แต่เม็ดเดียว เลือกเอาเองก็แล้วกันว่าจะล้างจานวันนี้ หรือจะอดข้าวพรุ่งนี้"

พูดจบเธอก็ลุกจากเก้าอี้ไม้ เดินสะบัดหน้ากลับเข้าไปในห้องหอ ปล่อยให้สามแฝดยืนอ้าปากค้างอยู่กลางครัว

เย่เฟิงดึงแขนเสื้อพี่ชายคนโต "พี่ใหญ่ ผมไม่อยากอดข้าวพรุ่งนี้ ข้าวต้มเมื่อกี้อร่อยมากเลย"

เย่ฟ่านกัดฟันกรอด เขามองชามบนโต๊ะสลับกับประตูห้องที่ปิดสนิท ก่อนจะหันไปสั่งน้องรอง

"ฟูฟู ไปตักน้ำมาล้างจาน ฝากไว้ก่อนเถอะยัยแม่เลี้ยงหน้าเหม็น สักวันฉันจะเอาคืนให้เข็ด"

ภายในห้องหออันคับแคบ หลิวอิงอิงไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของเด็กๆ ที่ดังแว่วมาจากในครัว เธอเริ่มรื้อค้นข้าวของเพื่อดูว่าตัวเองมีต้นทุนชีวิตเหลืออยู่เท่าไหร่ในยุค 70 อันแร้นแค้นนี้

เธอค้นเจอห่อผ้าเล็กๆ ซุกอยู่ใต้ฟูกนอน เมื่อเปิดออกดูก็พบธนบัตรใบละ 1 หยวนจำนวน 2 ใบ และเหรียญ 50 เฟินอีก 1 เหรียญ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2 หยวน 50 เฟิน นอกจากนี้ยังมีคูปองอาหารอีก 3 ใบ คูปองเนื้อสัตว์ 1 ใบ และคูปองผ้าอีก 2 ใบ

หลิวอิงอิงถอนหายใจยาว เงินแค่ 2 หยวน 50 เฟินในยุคนี้อาจจะซื้อข้าวสารได้ไม่กี่ชั่ง มันไม่พอที่จะเลี้ยงปากท้องถึง 4 ชีวิตไปตลอดทั้งเดือนแน่ๆ เย่เจี้ยนซือทิ้งเธอไว้ที่บ้านนอกแห่งนี้แล้วรีบนั่งรถไฟเข้าปักกิ่งไปตั้งแต่ช่วงบ่าย เขาเป็นทหารยศผู้การ เงินเดือนไม่ใช่น้อยๆ แต่เงินพวกนั้นถูกส่งตรงไปให้คุณนายตู้เสวียนผู้เป็นแม่ที่อยู่ในเมืองหลวงทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้านหลังนี้

คุณนายตู้เสวียนจะส่งผ่านป้าหวัง สาวใช้คนสนิทมาให้เป็นรายเดือน

เมื่อนึกถึงป้าหวัง หลิวอิงอิงก็หรี่ตาลง ตามเนื้อเรื่องในนิยาย ยัยป้าคนนี้คือหอกข้างแคร่ตัวจริง ป้าหวังได้รับคำสั่งลับๆ จากคุณนายตู้เสวียนให้คอยกลั่นแกล้งหลิวอิงอิงและยักยอกเงินค่าอาหารของเด็กๆ ไปเข้ากระเป๋าตัวเอง ทำให้เด็กแฝดต้องอดมื้อกินมื้อจนผอมโซ พอเด็กๆ โวยวาย ป้าหวังก็โยนความผิดให้หลิวอิงอิงว่าเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายที่แอบอมเงินค่าขนมเด็ก

ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดสนิท เสียงแมลงกลางคืนดังระงม หลิวอิงอิงเอนตัวลงนอนบนเตียงแข็งๆ ผ้าห่มผืนบางสีแดงที่มีเพียง 1 ผืนไม่ได้ช่วยคลายความหนาวเย็นของลมกลางคืนเท่าไหร่นัก

คืนเข้าหอที่ไร้เงาเจ้าบ่าวช่างเงียบเหงาและหนาวเหน็บ เธอพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง พยายามทบทวนเนื้อเรื่องในหัว

เย่เจี้ยนซือไปทำภารกิจลับที่ปักกิ่งครั้งนี้ใช้เวลาถึง 3 เดือนเต็ม กว่าเขาจะกลับมา บ้านหลังนี้คงลุกเป็นไฟด้วยฝีมือของยัยป้าหวังและบรรดาชาวบ้านปากหอยปากปูแน่ๆ เธอมีเวลา 90 วันในการปฏิวัติการกินอยู่ของบ้านหลังนี้ และเปลี่ยนใจเจ้าลิง 3 ตัวนั้นให้มาอยู่ข้างเธอให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาตี 5 ครึ่ง เสียงไก่ขันดังปลุกหลิวอิงอิงให้ตื่นจากนิทรา เธอขยี้ตา ลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเย็นจัดในกะละมังทองเหลือง เมื่อเดินออกมาที่ลานหน้าบ้าน ก็พบว่าชาม 4 ใบถูกล้างทำความสะอาดและคว่ำไว้บนชั้นไม้เรียบร้อยแล้ว

แม้จะมีคราบมันหลงเหลืออยู่บ้างเพราะเด็กๆ ไม่รู้จักใช้น้ำร้อนล้าง แต่ก็ถือว่าความพยายามใช้ได้

หลิวอิงอิงเดินเข้าครัว ตั้งใจจะทำมื้อเช้าให้เด็กๆ แต่เมื่อเปิดฝาถังข้าวสารดูก็ต้องตกใจ ข้าวสารก้นถังที่เหลืออยู่เมื่อวานอันตรธานหายไปจนหมดเกลี้ยง

"ตื่นสายป่านนี้ เพิ่งจะคลานลงจากเตียงหรือไงยะ ช่างเป็นสะใภ้ที่ประเสริฐจริงๆ"

เสียงแหลมปรี๊ดดังขึ้นจากทางประตูหลังบ้าน หลิวอิงอิงหันขวับไปมอง หญิงวัยกลางคนรูปร่างอวบอ้วนสวมเสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายสีน้ำเงินกำลังเดินนวยนาดเข้ามาในครัว ในมือของหล่อนถือถุงผ้าใบเล็กๆ ที่ดูคุ้นตา

ป้าหวังนั่นเอง

"ขโมยข้าวสารบ้านคนอื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า ช่างเป็นมารยาทที่ประเสริฐจริงๆ เหมือนกันนะป้า" หลิวอิงอิงสวนกลับทันควัน สายตาจ้องเขม็งไปที่ถุงผ้าในมือของอีกฝ่าย

ป้าหวังหน้าตึง หล่อนชะงักไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าสะใภ้บ้านนอกที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจะกล้าต่อปากต่อคำ

"พูดจาให้มันดีๆ นะ ข้าวสารพวกนี้เป็นเงินของคุณนายตู้เสวียน ฉันมีหน้าที่จัดการดูแลเสบียงอาหารในบ้านหลังนี้ คุณนายสั่งไว้ว่าให้จำกัดข้าวสารวันละ 1 กระป๋องเท่านั้น เพื่อไม่ให้คนขี้เกียจบางคนเอาแต่นอนกินนั่งกินล้างผลาญเงินลูกชายท่าน"

หลิวอิงอิงแค่นหัวเราะ "วันละ 1 กระป๋อง เลี้ยงเด็กกำลังโต 3 คนกับผู้ใหญ่ 1 คน ป้าคิดว่าพวกเราเป็นนกกระจอกหรือไง แล้วเงินที่แม่สามีส่งมาให้เดือนละ 15 หยวนมันหายไปไหนหมด ทำไมถึงซื้อข้าวสารได้แค่นี้"

"นี่แกกล้าจับผิดฉันเหรอ" ป้าหวังชี้หน้าด่า เสียงดังลั่นจนเด็กแฝดทั้ง 3 คนที่นอนอยู่ในห้องเล็กต้องสะดุ้งตื่นและวิ่งออกมายืนดูเหตุการณ์ด้วยความงัวเงีย

"แกมันก็แค่สะใภ้บ้านนอก อย่ามาทำอวดดี คุณนายไม่เคยนับแกเป็นคนในตระกูลเย่ด้วยซ้ำ เด็กๆ พวกนี้ฉันก็เป็นคนดูแลมาตลอด แกไม่มีสิทธิ์มายุ่ง"

หลิวอิงอิงก้าวเดินเข้าไปหาป้าหวังอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวแฝงไปด้วยความคุกคามจนป้าหวังต้องถอยหลังไป 2 ก้าว หญิงสาวคว้าหมับเข้าที่ข้อมืออวบอูมของอีกฝ่ายแล้วบีบแน่น

"โอ๊ย ปล่อยนะ นังบ้า" ป้าหวังร้องลั่น

"ฟังให้ชัดนะป้าหวัง" หลิวอิงอิงกดเสียงต่ำ นัยน์ตาแข็งกร้าว

"ฉันคือคนที่จดทะเบียนสมรสกับเย่เจี้ยนซืออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ฉันคือภรรยาของเขา และเป็นผู้ปกครองของเด็ก 3 คนนี้ ส่วนป้าเป็นแค่คนรับใช้ที่แม่สามีจ้างมา ถ้าป้ายังกล้าก้าวร้าวและขโมยข้าวสารของลูกๆ ฉันไปอีก ฉันจะไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ให้ส่งตัวป้าไปเข้าค่ายดัดสันดานข้อหายักยอกทรัพย์สินของนายทหาร"

หลิวอิงอิงเอ่ยแบบนั้นป้าหวังหน้าซีดเผือด หล่อนสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุม ทิ้งถุงข้าวสารลงบนโต๊ะเสียงดังปึง แล้ววิ่งหนีออกจากครัวไปอย่างรวดเร็ว ปากก็ตะโกนด่าทอไปด้วยความเจ็บใจ

หลิวอิงอิงปัดมือตัวเองราวกับรังเกียจเชื้อโรค เธอหันกลับมามองเด็กชาย 3 คนที่ยืนเบิกตากว้างอ้าปากค้างอยู่หน้าประตูห้องครัว

"ยืนบื้ออยู่ทำไม กฎข้อที่ 2 ของบ้าน ตื่นแล้วต้องพับผ้าห่มและล้างหน้าแปรงฟัน ให้เวลา 15 นาที ใครเสร็จก่อนได้ไข่ต้มเพิ่ม 1 ฟอง ปฏิบัติ"

สิ้นเสียงคำสั่งที่เด็ดขาดราวกับผู้บังคับบัญชา เด็กชายทั้ง 3 คนก็สะดุ้งสุดตัว พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ก่อนจะหมุนตัววิ่งกลับเข้าห้องไปพับผ้าห่มกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แม่เลี้ยงคนนี้ ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ เสียแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel