บท
ตั้งค่า

7

บรรยากาศในลานบ้านตระกูลหลินเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัด

คำประกาศก้องของหลินเสี่ยวเยว่เหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางวง สายตาของชาวบ้านที่มองมาเริ่มเปลี่ยนเป็นวิพากษ์วิจารณ์ ยิ่งเห็นสภาพของหลินเฟิงที่นอนเจ็บอยู่กับพื้นโดยที่แม่และพี่ชายแท้ๆ ไม่แยแส เสียงซุบซิบก่นด่าก็เริ่มหนาหูขึ้น

"ทำเกินไปจริงๆ นะบ้านนี้ ใช้งานลูกคนรองจนขาหักแล้วยังจะไล่ไปตายอีก"

"ถ้าเรื่องนี้ถึงนายอำเภอ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านของหลินตั้วคงกระเด็นแน่"

หลินตั้วหน้าซีดเผือด เหงื่อไหลพราก เขาหันไปกระซิบกับผู้เป็นแม่เสียงเครียด "แม่ ยอมแยกบ้านเถอะครับ ขืนปล่อยให้นังเด็กบ้านี่ไปร้องเรียน อนาคตผมจบเห่แน่ อีกอย่างน้องรองก็ขาหัก รักษาไปก็เสียเงินเปล่า สู้ตัดหางปล่อยวัดไปตอนนี้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระพวกเรา"

ย่าหลินกัดฟันกรอดด้วยความเสียดายแรงงาน แต่เมื่อลูกชายคนโปรดพูดขนาดนี้ นางจึงจำใจต้องยอม

"ก็ได้ อยากแยกนักใช่ไหม ก็ไสหัวออกไปให้หมด" ย่าหลินตวาดลั่น

"แต่บอกไว้ก่อนนะ พวกแกจะไม่ได้เงินสักหยวนเดียว"

"ไม่ได้" เสี่ยวเยว่สวนกลับทันที "พ่อทำงานหนักมาสิบกว่าปี เงินเดือนพ่อเข้ากองกลางหมด จะให้เราออกไปตัวเปล่าได้ยังไง หัวหน้าหมู่บ้านหวัง ลุงช่วยตัดสินความยุติธรรมด้วยเถอะค่ะ"

หัวหน้าหมู่บ้านหวังที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่จำต้องก้าวเข้ามา เขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปถึงระดับอำเภอ

"เอาล่ะๆ ยายเถาทอง ในเมื่อจะแยกบ้าน ก็ต้องแบ่งสมบัติให้มันถูกต้องตามธรรมเนียม หลินเฟิงบาดเจ็บจากการทำงานให้ครอบครัว ยังไงเจ้าก็ต้องรับผิดชอบ"

การเจรจาต่อรองเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด

ย่าหลินพยายามบ่ายเบี่ยงทุกวิถีทาง นางยืนกรานเสียงแข็ง "บ้านใหญ่ไม่มีที่ว่างแล้ว ถ้าจะเอา ก็เอาบ้านเก่าท้ายหมู่บ้านนู่น"

เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง บ้านหลังนั้นมันคือกระท่อมร้างกึ่งพุพังที่ไม่มีใครอยู่มาเป็นสิบปี หลังคารั่ว ฝาผนังร้าว แถมยังอยู่ติดป่าช้า

เหนียงซื่อร้องไห้โฮ "แม่คะ บ้านหลังนั้นมันจะอยู่ได้ยังไง ลมหนาวพัดทีก็สะท้านไปทั้งตัว แล้วเสี่ยวเฟิงเจ็บหนักขนาดนี้..."

"จะเอาหรือไม่เอา" ย่าหลินยื่นคำขาด "ถ้าไม่เอา ก็ไม่ต้องแยก อยู่เป็นทาสรับใช้ฉันต่อไป"

หลินเสี่ยวเยว่บีบมือแม่แน่น ส่งสายตาบอกให้แม่เชื่อใจเธอ "ตกลง เราจะเอาบ้านหลังนั้น" เสี่ยวเยว่ประกาศ "แต่ย่าต้องให้ข้าวสารเรา 50 จิน แป้งข้าวโพด 20 จิน และเงินค่ารักษาพ่อ 20 หยวน"

"แกจะมาปล้นฉันหรือไง" ย่าหลินกรีดร้อง "ข้าวสาร 50 จิน ฉันให้แกแค่ 10 จิน เงินไม่มีให้สักแดงเดียว!"

"งั้นหนูไปหาท่านนายอำเภอเดี๋ยวนี้" เสี่ยวเยว่ทำท่าจะเดินออกจากบ้าน

"เดี๋ยวๆ" หลินตั้วรีบรั้งไว้ เขารู้ดีว่าถ้าหลานสาวคนนี้พูดจริงทำจริง เขาควักเงินออกมาจากกระเป๋าด้วยความจำใจ

"เอานี่ไป 10 หยวน ถือว่าช่วยค่ายาพ่อแก ส่วนข้าวสารแม่ให้มันไปเถอะ 20 จิน ตัดรำคาญ"

ย่าหลินมองเงินในมือลูกชายตาละห้อย แต่ก็ต้องยอม "เอ้า เอาไป แล้วจำใส่หัวไว้เลยนะ นับจากวันนี้ไป พวกแกไม่ใช่คนตระกูลหลินบ้านใหญ่อีก ตายไปก็ไม่ต้องมาเผาผี"

หัวหน้าหมู่บ้านหวังรีบเขียนหนังสือสัญญาแยกบ้านทันที ข้อความระบุชัดเจนว่าครอบครัวหลินเฟิงแยกตัวออกมาอย่างเป็นทางการ ได้รับบ้านร้างท้ายหมู่บ้าน ที่ดินรกร้างติดตีนเขา 2 หมู่ และเสบียงอาหารเล็กน้อย

หลินเสี่ยวเยว่ประทับลายนิ้วมือลงบนกระดาษด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

แม้มันจะดูเหมือนสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ได้บ้านพังๆ กับที่ดินเลวๆ และเงินเพียงน้อยนิด แลกกับแรงงานที่พ่อเธอเสียสละไปทั้งชีวิต

แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดที่เธอได้มาคือ "อิสรภาพ"

"ขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้านค่ะ" เสี่ยวเยว่เก็บสัญญาไว้ในอกเสื้ออย่างดี

ชาวบ้านบางคนที่มีน้ำใจช่วยกันหามหลินเฟิงขึ้นเกวียนเพื่อพาไปอนามัยตำบล โดยมีเสี่ยวเยว่กับแม่นั่งประกบไปด้วย ความเจ็บปวดบนใบหน้าของพ่อทำให้เสี่ยวเยว่เจ็บปวดใจ แต่แววตาของเธอกลับมุ่งมั่นกว่าเดิม

"พ่ออดทนหน่อยนะ พ่อจะได้รักษาแล้ว" เธอกระซิบ "ต่อไปนี้เราจะไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีก หนูสัญญาว่าบ้านพังๆ หลังนั้น หนูจะเปลี่ยนมันให้เป็นวิมาน แล้วพวกบ้านใหญ่จะต้องเสียใจที่ไล่พวกเราออกมา"

เกวียนค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากลานบ้านตระกูลหลิน ท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของหลินเมิ่งและป้าสะใภ้

"เชอะ ไปได้ก็ดี ดูซิว่าไม่มีข้าวกินจะซซมซานกลับมาเมื่อไหร่" หลินเมิ่งเบะปาก

หารู้ไม่ว่า การจากไปของหลินเสี่ยวเยว่ในวันนี้ คือจุดเริ่มต้นของความตกต่ำของบ้านใหญ่ และเป็นจุดกำเนิดของตำนานเศรษฐินีพันล้านแห่งยุค 80

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel