ตอนที่ 11 กลิ่นโอสถในเรือนร้าง
แสงจันทร์สาดส่องผ่านรอยแตกของหลังคาเรือนเหมันต์ เสวี่ยหลันมองร่างอ้วนกลมสีส้มที่นอนผิงไฟอยู่ตรงหน้า พลางเอ่ยเรียกชื่อใหม่ที่นางเพิ่งตั้งให้สดๆ ร้อนๆ
"หยวนเป่า เฝ้าต้นทางให้ดี อย่าให้ผู้ใดเข้ามาใกล้ห้องนี้ได้"
พยัคฆ์เนตรเหมันต์ในร่างแมวส้ม หรือ 'หยวนเป่า' ลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง มันส่งเสียงครางรับในลำคออย่างเกียจคร้าน แต่สัมผัสวิญญาณระดับสัตว์อสูรกลับแผ่ขยายออกไปครอบคลุมทั่วบริเวณเรือนเหมันต์อย่างรวดเร็ว ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดรอดพ้นการรับรู้ของมันไปได้
เสวี่ยหลันนำหญ้าเกล็ดหิมะและเห็ดจันทราที่เก็บมาจากชายป่าเมื่อช่วงสายมาวางเรียงบนโต๊ะไม้เก่า นางไม่มีเตาหลอมยาสำริดระดับเซียนเหมือนในอดีตชาติ แต่สำหรับมหาเทพผู้เชี่ยวชาญการควบคุมไฟปราณ อุปกรณ์เหล่านั้นก็เป็นเพียงเครื่องทุ่นแรง
เด็กหญิงหลับตาลง รวบรวมสมาธิแน่วแน่ จุดตันเถียนเล็กๆ ในร่างมนุษย์เริ่มหมุนวน ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางของนางปรากฏเปลวไฟสีเงินจางๆ ที่ไม่มีความร้อนลวกผิว แต่มันคือ 'เพลิงวิญญาณเหมันต์' ที่สามารถสกัดความบริสุทธิ์ของพืชสมุนไพรได้อย่างหมดจด
นางตวัดนิ้วส่งเปลวไฟสีเงินเข้าห่อหุ้มสมุนไพรบนโต๊ะ หญ้าและเห็ดค่อยๆ ละลายกลายเป็นหยดของเหลวเรืองแสง เสวี่ยหลันดึง 'น้ำพุวิญญาณ' ออกมาจากมิติจิต หยดลงไปผสมผสานเพื่อเป็นตัวประสานแก่นแท้ของตัวยา
กระบวนการนี้ต้องใช้ความประณีตและการควบคุมที่แม่นยำอย่างสูง หากเป็นนักปรุงยาทั่วไปคงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะควบแน่นตัวยาได้ แต่นางใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ของเหลวเรืองแสงก็หดตัวและจับตัวเป็นก้อนกลมขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวจำนวนห้าเม็ด
ยาลูกกลอนสีขาวบริสุทธิ์ทอประกายมุก ส่งกลิ่นหอมสดชื่นที่ช่วยเบิกช่องลมปราณ เสวี่ยหลันรีบกางม่านพลังกั้นเสียงและกลิ่นเอาไว้ เพื่อไม่ให้ความหอมของยาล้ำค่าเล็ดลอดออกไปเตะจมูกผู้ฝึกยุทธ์ที่อาจเร้นกายอยู่ในเมืองหลวง
"ยารวบรวมปราณขั้นพื้นฐาน ความบริสุทธิ์สิบส่วนเต็ม" เสวี่ยหลันพึมพำอย่างพึงพอใจ นางโยนยาเข้าปากตนเองหนึ่งเม็ด
ทันทีที่ยาแตะลิ้น มันละลายกลายเป็นกระแสธารความอุ่นไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณทั่วร่าง ทะลวงจุดที่อุดตันและขยายจุดตันเถียนให้กว้างขึ้น พลังวิญญาณในร่างของเด็กห้าขวบพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับ 'รวบรวมลมปราณขั้นที่สาม' ในพริบตา
มหาเทพตัวน้อยลืมตาขึ้น ดวงตาสีนิลทอประกายลึกล้ำ นางมองไปรอบๆ ห้องโถงที่ยังคงมีรอยแตกร้าวบนผนังไม้และหลังคาที่รั่วซึม แม้ช่วงหัวค่ำนางจะใช้ลมปราณปัดเป่าฝุ่นผงออกไปแล้ว แต่โครงสร้างของเรือนเหมันต์ยังคงทรุดโทรมเกินกว่าจะทนพายุหิมะในฤดูหนาวได้นานนัก
ในเมื่อคืนนี้นางมีพลังลมปราณมากพอแล้ว ก็ถึงเวลาซ่อมแซมสถานที่พักพิงเสียที
เสวี่ยหลันลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดอยู่ที่กลางห้องโถง สองมือประสานมุทราอย่างรวดเร็ว ปราณสีเงินแผ่ซ่านลงสู่พื้นกระดานไม้ ซึมลึกลงไปถึงรากฐานของอาคาร
เคล็ดวิชาพฤกษาฟื้นฟู
เสียงไม้ลั่นเบาๆ ภายใต้ม่านพลังกั้นเสียง เสาไม้ที่ผุพังเริ่มสมานรอยแตกและกลับมาแข็งแรงดุจไม้ใหม่ บานหน้าต่างที่หลุดลุ่ยเคลื่อนตัวกลับเข้าที่ กระเบื้องหลังคาที่แตกหักถูกปราณวิญญาณสมานจนเชื่อมติดกันสนิท รอยแยกตามผนังถูกอุดด้วยเถาวัลย์วิญญาณเส้นเล็กๆ ที่เจริญเติบโตขึ้นมาเสริมโครงสร้างให้แน่นหนายิ่งกว่ากำแพงอิฐ
ไม่เพียงเท่านั้น เสวี่ยหลันยังนำหินหยกก้อนเล็กๆ ที่เหลือจากการซื้อของเมื่อวาน มาสลักอักขระด้วยปลายนิ้ว และนำไปฝังซ่อนไว้ตามมุมทั้งสี่ของบริเวณเรือนเหมันต์
ค่ายกลลวงตาเหมันต์เร้นกาย
วงเวทโปร่งใสสว่างวาบขึ้นและครอบคลุมทั่วอาณาบริเวณของเรือนเป็นการเสร็จสิ้น หากมีผู้ใดจากเรือนหลักตั้งใจมาแอบดูหรือคิดร้าย พวกเขาจะมองเห็นเพียงภาพลวงตาของเรือนร้างที่มืดมิดและทรุดโทรม และจะเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูโดยไม่อาจหาทางก้าวเข้ามาในเขตอาคมได้
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ท้องฟ้าภายนอกก็เริ่มทอแสงจางๆ เสวี่ยหลันปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ บนหน้าผาก การฝืนใช้พลังระดับนี้ด้วยร่างของเด็กห้าขวบทำให้นางเหนื่อยล้าไม่น้อย เด็กหญิงทิ้งตัวลงนอนบนเบาะรองนั่ง ข้างๆ เจ้าหยวนเป่าที่ยังคงหลับตาพริ้ม และเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
...
แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระดาษบานใหม่ เหมยฮวาขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง นางเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่อพบว่าอากาศภายในห้องอุ่นสบายผิดปกติ ไม่มีลมหนาวพัดลอดเข้ามาตามรอยแตกของผนังเหมือนเมื่อวันก่อน
เมื่อนางเดินออกมาที่ห้องโถง ก็ต้องชะงักงันด้วยความตกตะลึง
เรือนเหมันต์ที่เคยผุพัง บัดนี้กลับดูสะอาดตาและมั่นคง บานประตูหน้าต่างถูกซ่อมแซมจนสนิท พื้นกระดานไม้เรียบเนียนไร้รอยแตก ราวกับมีช่างไม้ฝีมือเอกแอบเข้ามาเนรมิตเรือนใหม่ให้พวกนางในชั่วข้ามคืน
เหมยฮวาพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อสายตา นางหันไปมองลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนอนขดตัวหลับสนิทอยู่ข้างแมวส้มอ้วนท้วน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนเป็นแม่ ไม่ว่าเรื่องมหัศจรรย์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่นางรู้เพียงว่า ตั้งแต่ลูกสาวของนางฟื้นขึ้นมาจากพิษไข้ ชีวิตของพวกนางก็ราวกับได้รับความคุ้มครองจากสวรรค์แล้วจริงๆ
...
ในขณะเดียวกัน ณ เรือนอิงฮวา
หลิวซินหลานนั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ใต้ตาของนางดำคล้ำเพราะนอนไม่หลับทั้งคืน ความแค้นที่ถูกเด็กห้าขวบข่มขู่เรื่องบัญชีสินเดิมยังคงสุมอยู่ในอก นางไม่เชื่อว่ามู่หรงเหมยฮวาจะใจเย็นอยู่ได้โดยไม่เคลื่อนไหวสิ่งใด
"แม่นมหวัง เจ้าจงนำคนไปแอบสอดแนมที่เรือนเหมันต์ ดูว่าพวกมันสองแม่ลูกกำลังทำสิ่งใดอยู่" หลิวซินหลานออกคำสั่งเสียงเย็นเยียบ "หากพวกมันมีพิรุธแม้แต่น้อย ข้าจะใช้เป็นข้ออ้างเล่นงานพวกมันให้ถึงตาย"
แม่นมหวังที่เพิ่งทายาแก้ฟกช้ำจากการลื่นล้มเมื่อวันก่อน รีบรับคำสั่ง นางเดินกระเผลกนำบ่าวหญิงสองคนมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกของจวนทันทีหมายจะจับผิดและหาทางเอาคืน
ทว่าสิ่งที่รอพวกนางอยู่ หาใช่ความลับของฮูหยินใหญ่ไม่ แต่เป็นค่ายกลลวงตาที่มหาเทพตัวน้อยวางดักไว้เพื่อรอต้อนรับผู้บุกรุกโดยเฉพาะ
