บทที่ 1.5
“อากาศอย่างนี้ต้องแช่น้ำร้อนสิ”
เมื่อเปิดกระเป๋าเดินทางและจัดวางข้าวของที่จำเป็นเสร็จฉินเหม่ยก็คว้าอุปกรณ์อาบน้ำเดินเข้าไปในห้องน้ำ คาดหวังเต็มที่ว่าจะแช่น้ำให้สบายตัว
กลิ่นหอมเย็นของดอกหลิงหลานโชยมากับสายลม ฉินเหม่ยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ในใจคิดว่าสวนในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกหลิงหลาน ช่างทำให้บรรยากาศในบ้านดียิ่งขึ้นจริงๆ
ร่างเปลือยเปล่าสัมผัสกับน้ำที่อุณหภูมิกำลังดี ฉินเหม่ยเอนกายพิงถังน้ำ หลับตาลงดื่มด่ำกับความรู้สึกสบายตัว แม้บอกตัวเองว่าอย่าเผลอหลับโดยเด็ดขาด แต่เพราะร่างกายเหน็ดเหนื่อยจนแทบทนไม่ไหว ในที่สุดก็คอพับไปทั้งที่ยังคงนั่งอยู่ในถังน้ำ
ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือความฝัน ในความเลือนรางที่ดูคล้ายมีคล้ายไม่มี สัมผัสที่ลูบไล้ลงไปยังผิวกายร้อนผ่าว ทำให้หญิงสาวครางออกมาด้วยความสบาย
ศีรษะเล็กแหงนหงายไปด้านหลัง พิงเข้ากับกล้ามเนื้อหนั่นแน่นของหัวไหล่หนา ซึ่งไม่รู้ว่าเข้ามานั่งซ้อนอยู่เบื้องหลังตั้งแต่เมื่อไร
ฝ่ามือร้อนเลื่อนไปกอบกุมอกอิ่มที่ปริ่มอยู่ขอบน้ำในถัง คลึงเคล้นลงน้ำหนักทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียม โดยไม่ให้ฝั่งใดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
กายร้อนลวกที่นั่งซ้อนค่อยๆ แนบชิด กระทั่งสะโพกนิ่มสัมผัสกับบางอย่างที่แข็งขึงดุนดัน บัดนี้ฉินเหม่ยจึงตระหนักว่าตนกำลังนั่งอยู่บนตักแกร่งของใครบางคน
แม้ตระหนกแต่ความง่วงงุนกลับมีมากกว่า อีกทั้งความเคลิบเคลิ้มที่ครอบงำ ทำให้เพียงเอนกายพิงร่างแกร่งอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้ฝ่ามือร้อนข้างหนึ่งลูบไล้ลงไปยังจุดเร้นลับ
หญิงสาวอ้าปากหอบหายใจ เมื่อใบหน้าแหงนหงายมองเห็นเค้าคมเข้มของบุรุษเบื้องหลัง คิ้วเรียวก็มุ่นลงเพ่งสายตามองเขา เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้น จากนั้นจุมพิตร้อนผ่าวรุกล้ำก็ประทับลงมา
ฉินเหม่ยใจเต้นรัว สัมผัสรุกเร้าทั้งจากมือใหญ่ที่จุ่มจ้วงเข้าไปในกายสาว และจากจุมพิตลึกล้ำพัวพันอย่างชำนิชำนาญ ความสุขสมทางกายที่เรียกร้องมากขึ้น ทำให้หญิงสาวยกมือหนึ่งขึ้นกอดรัดลำคอแกร่ง ยืดใบหน้าเขาเอาไว้พร้อมตอบสนองจุมพิตอย่างเร่าร้อนพอกัน
มืออีกข้างสอดเข้าไปยังหน้าท้องหนั่นกล้าม กระทั่งปลายนิ้วเรียวสัมผัสกับส่วนปลายที่แข็งขึง เรียกเสียงคำรามจากลำคอแกร่ง
มือใหญ่เร่งจังหวะจุ่มจ้วงจากเนิบช้าเป็นเร่งร้อน ในขณะที่ฉินเหม่ยกอบกุมตัวตนของเขาเอาไว้ได้ เสียงหอบหนักของเขาทำให้หญิงสาวพออกพอใจ หากแต่จังหวะรุกเร้าของมือใหญ่เองก็ทำให้กายสาวบีบรัด
ร่างเล็กบิดเร่าในยามที่ความรัญจวนหวานหวีดพุ่งขึ้นสูง เมื่อทุกอย่างทะยานขึ้นไปถึงจุดสูงสุด ฉินเหม่ยก็ได้แต่กรีดร้องออกมาอย่างสุขสม
จังหวะหัวใจยังไม่คงที่สะโพกผายกลับถูกยกขึ้น หญิงสาวพยายามลืมตาด้วยตื่นตระหนก ตระหนักดีว่านี่คือสิ่งใด แต่กลับไม่อาจขัดขืน เนื่องจากร่างกายที่ตื่นตัวนั้นกำลังเรียกร้อง
ในยามที่ปลายแข็งขึงร้อนผ่าวถูไถกับเนินเนื้อใต้ผิวน้ำ ร่างอรชรกลับสั่นระริก ขยับสะโพกรับจังหวะของเขาอย่างตื่นตัว
“อย่า...คุณเป็นใคร”
สติอันเลือนรางเอ่ยถามเขา พร้อมพยายามเปิดเปลือกตา แม้เอ่ยปากห้ามแต่ร่างกายกลับยังคงสั่นระริกและบดเบียดสะโพกเข้าหากายแกร่ง
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นหากแต่ไม่อาจจับใจความ ฉินเหม่ยส่ายหน้า
“อย่า...ไม่นะ” ร่างน้อยพยายามดิ้นรนขัดขืน หากแต่มือใหญ่กลับตรึงสะโพกผายแน่น
ในจังหวะที่แก่นกายแข็งขึงกำลังสอดแทรกขึ้นมาจากเบื้องล่างช้าๆ ฉินเหม่ยพลันสั่นสะท้านด้วยความตื่นตระหนก
“ไม่!” หญิงสาวตะโกนดังลั่น พร้อมกับร่างทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืน
...มองดูทุกอย่างรอบกาย บรรยากาศอันเงียบงัน
ฉินเหม่ยพลันหน้าแดงก่ำ ก้มลงมองผิวกายของตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว แม้น้ำในถังจะลดอุณหภูมิลงไปมาก
“บ้าจริง รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น นี่ฉันฝันบ้าบอตอนกำลังแช่น้ำร้อนเหรอเนี่ย”
ผิวกายที่ยังคงหลงเหลือสัมผัสจากคนในฝัน ทำให้ฉินเหม่ยต้องเม้มปากแน่น ร่างกายที่ยังคงเรียกร้องแม้จะตื่นขึ้นมาจากฝัน ทำให้หญิงสาวอับอายจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ดังนั้นจึงได้แต่ก้าวออกมาจากถังน้ำ เช็ดตัวจนแห้งจากนั้นจึงแต่งตัวและเดินออกไปจากห้องน้ำ